นปส.55 (14): บทเรียนนอกห้อง


อย่าทำอะไรที่ฝืนจากภูมิประเทศของเขากับความสามารถดั้งเดิมของคนถิ่นนั้น เขาจะทำได้ดี ข้าราชการจึงต้องรู้จักฟังชาวบ้าน ฟังเป็น คิดแบบชาวบ้านได้ ฟังเขาว่าคิดอย่างไร เขาจะแก้ปัญหาของเขาอย่างไรและสอนแนะให้เขาวิเคราะห์เป็นและที่สำคัญอีกประการคือเสริมพลัง ให้เขากล้าคิดและกล้าทำ

(14): บทเรียนนอกห้อง

การศึกษาดูงานเมื่อวันที่ 5-7 พฤษภาคมที่ผ่านมา ได้เปิดมุมมองหลายอย่างที่ได้จากการเรียนรู้มุมมองและการแก้ไขปัญหา ทางกลุ่มปฏิบัติการที่ 4 ได้ร่วมกันวิเคราะห์ ดังนี้

อนุสรณ์ดอนเจดีย์ มุมมองในการแก้ไขปัญหาเป็นแบบภาครัฐ แนวทางแก้ไขปัญหาโดยภาคราชการเข้าไปทำการฟื้นฟูบูรณะและดูแลรักษาโดยงบประมาณของทางราชการ ข้อดีสามารถดำเนินการได้ต่อเนื่อง มีผู้รับผิดชอบชัดเจน มีงบประมาณสนับสนุนตลอด หากชุมชนขาดความสนใจเข้าใจหรือเห็นคุณค่าก็จะมีหน่วยงานราชการที่มีความเข้าใจในคุณค่าทางประวัติศาสตร์เข้ามาอนุรักษ์ดูแล พัฒนาอย่างถูกต้องเหมาะสม ดำเนินงาน บริหารงานและการส่งเสริมด้านการท่องเที่ยวเป็นไปตามกรอบราชการที่มีระเบียบและกฎกติกาที่ชัดเจน มีการประเมินผลทุกปี

แต่มีข้อด้อยคือขาดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจากชุมชน ทำให้การสนับสนุนจากภาคอื่นๆน้อย การพัฒนาต่อยอดทำได้น้อยเพราะเจ้าหน้าที่ไม่เพียงพอ งบประมาณสนับสนุนมีน้อย การตระหนักในคุณค่าของชุมชนมีน้อย

จุดเด่นของสถานที่คือความสำคัญและความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ที่ถูกมานำเสนอหรือบอกเล่าเรื่องราวไม่โดดเด่น ไม่น่าสนใจ การดึงดูดนักท่องเที่ยวไปเข้าชมจึงมีน้อย เน้นขายความศรัทธา ความเชื่อความนับถือส่วนบุคคลมากไปทำให้นักท่องเที่ยวกลุ่มอื่นๆหรือชาวต่างชาติไม่สนใจ  ควรปรับมาเน้นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์และศิลปวัฒนธรรมมากกว่าความเชื่อ

ตลาดร้อยปีสามชุก มุมมองในการแก้ไขปัญหาเป็นแบบประชาชนมีส่วนร่วม แนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยภาคประชาชนร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นรวมตัวกันเป็นคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ขึ้นโดยการขอสนับสนุนงบประมาณจากหน่วยงานภายนอก

ข้อดีคือชุมชนโดยเฉพาะแกนนำชุมชน ผู้ทรงคุณวุฒิและเทศบาลให้การสนับสนุนทำให้มีภาคส่วนต่างๆเข้ามามีส่วนร่วมในการดำเนินงานจึงมีความยั่งยืนสูง มีโครงสร้างคณะกรรมการพัฒนาตลาดสามชุกเชิงอนุรักษ์ที่ตั้งขึ้นเองโดยผู้มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมจากประชาชนได้ดี เกิดความรู้สึกรัก หวงแหนผูกพันกับสถานที่และกิจกรรม ทำงานด้วยใจและจิตวิญญาณ นำเรื่องราวและความเจริญรุ่งเรืองในอดีตกับวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับภูมิประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ของชุมชนมาเป็นจุดเน้นและจุดขาย

มีภาคส่วนต่างๆช่วยกันฟื้นฟูสนับสนุนทำให้การประชาสัมพันธ์การดำเนินงานเป็นไปได้หลายช่องทางจนได้รับรางวัลอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมดีเด่นประเภทองค์กรจากสมเด็จพระเทพฯและรางวัลอนุรักษ์ทางมรดกวัฒนธรรมในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิกจากยูเนสโก ทำให้เพิ่มแรงดึงดูดใจในการมาเที่ยวชม เน้นจุดขายที่การเป็น “ตลาดมีชีวิต พิพิธภัณฑ์มีชีวา” ที่เกี่ยวข้องกับปากท้องความเป็นอยู่ของประชาชน จึงเป็นที่สนใจมาท่องเที่ยวได้มาก สร้างรายได้ได้ดี ความต่อเนื่องของกิจกรรมจึงจัดได้ทุกวัน

ห้องแถวและบ้านในตลาดเป็นทั้งที่อยู่ที่กินที่หลับนอนจึงสะท้อนความเป็นวิถีชีวิตที่แท้จริงมากกว่าการแสดงการขายของจึงได้รับความสนใจมากสินค้าที่ขายในตลาดมีความหลากหลายตอบสนองผู้ซื้อได้ดี

มีข้อด้อยคือ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเข้ามามีส่วนร่วมและบทบาทในการพัฒนาตลาดน้อยและสนใจเรื่องผลประโยชน์และกำไรมากกว่าการพัฒนาเพื่อสร้างความยั่งยืน ผู้คนที่มีวิถีชีวิตเดิมในตลาดเริ่มน้อยลงและมีพ่อค้าจากที่อื่นเข้ามาประกอบกิจการแทนทำให้ความผูกพันเชิงวิถีชีวิต วัฒนธรรมและประเพณีลดลง ผูกโยงไว้ด้วยผลกำไรทางการค้า การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมยังไม่มีความพร้อมในการรองรับปริมาณของนักท่องเที่ยวที่มาจำนวนมาก อาจเกิดปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้ในอนาคตเช่น น้ำเสีย ขยะมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูลต่างๆ การสืบทอดภารกิจการอนุรักษ์ฟื้นฟูตลาด วิถีชีวิตความเป็นอยู่โดยคนรุ่นใหม่ยังไม่ดีนัก

รายได้และความอยู่รอดทางเศรษฐกิจขึ้นอยู่กับนักท่องเที่ยวภายนอกพื้นที่ที่เข้าไปชมตลาด ไม่สามารถพึ่งตนเองได้จากการประกอบกิจการภายในอำเภอสามชุกเอง จึงต้องใส่ใจความต้องการของนักท่องเที่ยว

จุดขายที่โดดเด่นมีเพียงรูปแบบของตลาด ตัวอาคารต่างๆที่ดึงดูดความสนใจของนักท่องเที่ยว ส่วนสินค้าที่ขายไม่แตกต่างจากตลาดที่อื่นๆทำให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติสนใจน้อย จุดเน้นด้านการขายศิลปวัฒนธรรม ชีวิตความเป็นอยู่ที่ถือเป็นจุดแข็งแต่ยังไม่ได้ดำเนินการให้เป็นรูปธรรมมากนัก ร้านเก่าๆเช่นร้านขายยา ร้านถ่ายรูป อาคารพิพิธภัณฑ์จึงถูกกลืนหายไปกับความหลากหลายของสินค้าจิปาถะ เน้นการขายสินค้าทั่วไปมากกว่าสินค้าที่เป็นเอกลักษณ์หรือสร้างภาพลักษณ์ ซึ่งจะไม่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวในระยะยาวเพราะขายของชำมากกว่าขายคุณค่าความแตกต่าง

วัดป่าเลไลย์วรวิหาร มุมมองในการแก้ไขปัญหาเป็นแบบชาวบ้านเข้ามาช่วยสนับสนุนปัจจัยตามกำลังศรัทธาในหลวงพ่อโตและสิ่งศักดิ์สิทธ์ในวัด แนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยการนำของเจ้าอาวาสวัด คณะกรรมการวัดและผู้มีจิตศรัทธาช่วยกันระดมทุนมาดูแล

มีข้อดีคือ การใช้ความเชื่อถือศรัทธาเป็นแกนนำในการดำเนินการทำให้มีความยั่งยืนได้ดีในระดับหนึ่ง ถ้าผู้คนเชื่อถือศรัทธาแล้วจะลบล้างได้ยากและบอกเล่าต่อๆกันไป มีการบริหารโดยกลุ่มบุคคลที่สนใจและเชื่อถือศรัทธาในเรื่องเดียวกันภายใต้การนำของเจ้าอาวาส ทำให้กำหนดทิศทางการดำเนินงานไปในทางเดียวกันได้ง่าย มีความยืดหยุ่นในการบริหารจัดการและปรับตัวได้ง่ายและรวดเร็วเพราะเป็นกลุ่มบุคคลที่มีผู้นำที่ได้รับการเคารพนับถือสูง

มีข้อด้อยคือ เน้นการท่องเที่ยวเชิงพุทธที่ขายความเชื่อถือศรัทธาของผู้คนมากกว่าการขายศิลปวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ที่มีมาอย่างยาวนาน จึงดึงดูดเฉพาะนักท่องเที่ยวที่นับถือศาสนาพุทธโดยเฉพาะคนไทยและเอเชียบางกลุ่มเท่านั้น ขาดการนำตำนานหรือเรื่องเล่าต่างๆเข้ามาประกอบเพื่อสร้างความสนใจและความตระหนักในความสำคัญเชิงประวัติศาสตร์ การบริหารจัดการรายได้ด้วยกลุ่มบุคคลอาจส่งผลต่อความเชื่อถือในด้านความโปร่งใสและการใช้จ่ายเงินรายได้ ขาดการพัฒนาส่งเสริมการอนุรักษ์เชิงศิลปวัฒนธรรมจากหน่วยงานภาครัฐและการมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนในพื้นที่ ซึ่งมีส่วนร่วมเฉพาะการทำบุญตามเทศกาล

ชุมชนแพรกหนามแดง มุมมองในการแก้ไขปัญหาเป็นแบบการสร้างกระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมของชุมชน แนวทางในการแก้ไขปัญหาโดยใช้ฐานคิดแบบเรียนรู้ร่วมกันจากกระบวนการวิจัยชุมชนโดยชุมชน “ทุกข์เขา ทุกข์เรา ทุกข์ร่วมที่ช่วยกันแก้

ข้อดีคือ การแก้ไขปัญหาเกิดจากการตระหนักในปัญหาร่วมกันของชุมชน จึงมีความผูกพันต่อชุมชนสูง หาวิธีการแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องกับระบบนิเวศน์ วิถีชีวิตและความเป็นอยู่ของชุมชนและสอดคล้องกับวิถีธรรมชาติร่วมกับภูมิปัญญาท้องถิ่น ใช้กระบวนการวิจัยชุมชน จึงมีความน่าเชื่อถือทางวิชาการภายใต้บริบทและการดำเนินงานของชุมชนเอง จึงเป็นวิชาการที่ติดดิน

เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่ค่อยๆพัฒนาทำให้ชุมชนเกิดการเรียนรู้และเติบโตทางความคิดและรู้จักเรียนรู้จากอดีต ความสำเร็จและความผิดพลาดของชุมชน ทำปัญหาส่วนบุคคลให้เป็นปัญหาร่วมของชุมชนแล้วใช้ช่องทางในการสื่อสะท้อนปัญหาดังกล่าวให้อยู่ในระดับความสนใจของชุมชน จังหวัดและระดับชาติได้ ผสมผสานการใช้ช่องทางในการแก้ไขปัญหาจากช่องทางของชุมชนตามวิถีชาวบ้านร่วมกับช่องทางสาธารณะและช่องทางภาครัฐจนประสบความสำเร็จในการแก้ไขปัญหา

ต่อยอดความสำเร็จด้วยการจัดตั้งกองทุนสัจจะออมทรัพย์ที่คนในชุมชนเข้ามาบริหารจัดการกันเอง กำหนดกฎกติกากันเองและใช้ระบบกลุ่มร่วมกับสัจจะในการควบคุมพฤติกรรมของสมาชิกกลุ่ม

ข้อด้อยคือ ความโดดเด่นของผู้นำชุมชนเชิงธรรมชาติที่มีความสามารถสูงในด้านต่างๆทำให้นำการขับเคลื่อนการมีส่วนร่วมของชุมชนไปได้ หากขาดผู้นำดังกล่าวอาจส่งผลต่อความยั่งยืนของการดำเนินงานได้ การมีส่วนร่วมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและการปกครองท้องที่ (กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน) มีน้อย ความมั่นใจตนเองมากเกินไปของแกนนำชุมชน อาจทำให้การดำเนินงานร่วมกันกับภาคส่วนอื่นๆได้ยากขึ้น การแสวงหาความร่วมมือในระยะยาวอาจมีปัญหา

การดำเนินกิจกรรมกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ที่มีการกำหนดกรองกติกาเองที่บางส่วนไม่สอดคล้องกับข้อกำหนดของกฎหมาย อาจก่อให้เกิดปัญหาได้หากสมาชิกหันไปใช้การแก้ไขปัญหาการกู้ยืมจากระบบกฎหมายบ้านเมือง

สรุปบทเรียนที่ได้รับจากการศึกษาดูงานในครั้งนี้ ได้ดังนี้

การพัฒนาใดๆจะนึกเอาความ “อยากทำ” ตามใจตัวเราหรือผู้บริหารอย่างเดียวไม่ได้ ต้องมีการวิเคราะห์โอกาส ข้อจำกัด จุดเด่น จุดด้อยหรือต้องรู้จักบริบทของตัวเองก่อน เพื่อหาความเป็นไปได้ในการดำเนินการและประเมินโอกาสประสบความสำเร็จในเบื้องต้นได้

การพัฒนาชุมชนหรือจังหวัด ต้องรู้จักภูมิประเทศและภูมิสังคมของที่นั้นๆก่อน อย่าทำอะไรที่ฝืนจากภูมิประเทศของเขากับความสามารถดั้งเดิมของคนถิ่นนั้น เขาจะทำได้ดี ข้าราชการจึงต้องรู้จักฟังชาวบ้าน ฟังเป็น คิดแบบชาวบ้านได้ ฟังเขาว่าคิดอย่างไร เขาจะแก้ปัญหาของเขาอย่างไรและสอนแนะให้เขาวิเคราะห์เป็นและที่สำคัญอีกประการคือเสริมพลัง (Empowerment) ให้เขากล้าคิดและกล้าทำ

พื้นที่ต่างๆธรรมชาติได้ให้สิ่งต่างๆมาอย่างสมดุลดีแล้ว แต่มนุษย์ได้ทำลายไปด้วยความตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ การศึกษาข้อมูลและใช้ปัญญา จะสามารถสร้างเอกลักษณ์ คุณค่าและความยั่งยืนคืนให้ท้องถิ่นได้

การท่องเที่ยวมีความสำคัญและช่วยส่งเสริมรายได้ของคนในชุมชนในสังคมยุคทุนนิยมโลกาภิวัตน์ ที่โลกมีความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว เราจึงไม่สามารถทำให้ชุมชนๆหนึ่งหยุดนิ่งอยู่อย่างเดิมได้ แต่เราสามารถคลี่คลายให้สอดคล้องไปได้ ทำให้เกิดการท่องเที่ยวเชิงนิเวศวัฒนธรรม ให้เที่ยวตามที่มันเป็นจริงและเชื่อมให้สอดคล้องกันโดยการจัดการท่องเที่ยวโดยชุมชน

จังหวัดที่มีเพียงท้องทุ่งนากว้างกับเนินเขาเตี้ยๆที่ไม่โดดเด่นเชิงธรรมชาติอย่างสุพรรณบุรีก็สามารถดึงนักท่องเที่ยวด้วยการใช้ยุทธศาสตร์ Man-made สร้างสิ่งท่องเที่ยวใหม่ขึ้นมาอย่างบึงฉวากหรือฟื้นฟูบูรณะให้คืนชีพอย่างตลาดสามชุก ส่วนจังหวัดที่มีความหลากหลายทางภูมิประเทศและชีวภาพอย่างสมุทรสงครามก็สามารถใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นภายใต้ยุทธศาสตร์ทำสิ่งที่มีอยู่แล้วให้โดดเด่น

การขายสินค้าเป็นเพียงกำไรระยะสั้นเพราะไม่สร้างความแตกต่าง (Differentiation) จึงต้องพยายามขายความแตกต่างโดยการสร้างเอกลักษณ์ของสินค้าหรือสถานที่หรือวิธีการจัดจำหน่ายเพื่อให้ลูกค้าเกิดความประทับใจและจะสร้างกำไรได้อย่างยั่งยืน

กระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วมเป็นหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการเรียนรู้ร่วมกันของสมาชิกกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ผู้เพาะเลี้ยงสัตว์น้ำโดยการได้ร่วมคิด ได้ร่วมกันตัดสินใจ ได้ร่วมกันทำ ได้ร่วมกันตรวจสอบและได้ร่วมกันรับผลประโยชน์ กลุ่มจึงมีความเข้มแข็งเพราะใช้ฐานคิดแบบเรียนรู้ร่วมกัน

คุณสุรจิต ชิรวิทย์ สว. สมุทรสงคราม ได้พูดถึงวิถีชีวิตสมุทรสงคราม มีน้ำเกิด น้ำตาย ต้องมีการจัดการน้ำโดยธรรมชาติ วัฏจักรน้ำหลากกับระบบนิเวศน์สามน้ำ (น้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม) ระบบนิเวศน์สมดุลของมด ปลวก แมลง การบริหารน้ำแนวดิ่ง ใช้ไม่ได้เพราะการกระทำแบบนี้กั้น/ขวางทางน้ำ ต้องบริหารน้ำแนวราบทั้งหน้าน้ำฝนและช่วงน้ำทะเลหนุนสูง ดังนั้นจะทำอะไรต้องสอดคล้องกับภูมินิเวศน์ ภูมิวัฒนธรรม (จริตนิสัย ทุนทางสังคม วิถีชีวิต) และบอกด้วยว่า “โลกกำหนดวัน จันทร์กำหนดเดือน อาทิตย์กำหนดปีและฤดูกาล"

หมายเลขบันทึก: 383030เขียนเมื่อ 9 สิงหาคม 2010 08:48 น. ()แก้ไขเมื่อ 7 กุมภาพันธ์ 2019 17:37 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (0)

ไม่มีความเห็น

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี