โรงเรียนชาวนา


ไปดูงานที่สุพรรณบุรี เยี่ยมชม โรงเรียนชาวนา

ความรู้ที่ได้จากโรงเรียนชาวนา: คุณเดชา

  1. การเรียนรู้แบบ KM(Knowledge management); KM คือเครื่องมือหรือมรรค ในอริยสัจสี่ ซึ่งจะประกอบด้วยความรู้เก่า(ใช้ความรู้เก่าเป็นฐาน) และความรู้ใหม่(เอาความรู้ใหม่มาเสริม)  นำความรู้มาจัดการปัญหาเพื่อไปสู่เป้าหมาย  โดยให้มีการเรียนรู้ร่วมกัน  ลงมือทำ มีการสังเกต บันทึก แลกเปลี่ยน สรุป และนำไปใช้
  2. การจัดตั้งโรงเรียนชาวนา ; วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการจัดการความรู้เรื่องการทำนาข้าวในระบบเกษตรกรรมยั่งยืน มีแนวทางการดำเนินงานโดยให้ความสำคัญต่อการพัฒนาตัวเกษตรกรเอง   เจ้าหน้าที่มูลนิธิข้าวขวัญเป็นเพียง “คุณอำนวย” ให้เกิดเวที ความรู้  แต่ผู้ที่ศึกษา และนำไปปฏิบัติจริง เกิดผลจริงคือตัวเกษตรกรหรือ “คุณกิจ”   ทำให้เกิดเป็นเครือข่ายชาวนา  การดำเนินงานเริ่มจากเวทีตั้งโจทย์ ระดมสมองทบทวนสถานการณ์การทำนาตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน เมื่อเกษตรกรชาวนาได้ระดมปัญหา จนกระทั่งเห็นปัญหาต่างๆ ร่วมกัน จึงเห็นพ้องกันที่จะเปลี่ยนแปลงตนเองไปสู่วิถีชีวิตและการผลิตที่ดีขึ้น  จึงร่วมกันกำหนดเป้าหมายและทิศทางที่จะเป็นทางออกร่วมกัน ผลที่ได้คือชาวนาสามารถพึ่งพาตัวเองได้
  3. ประโยชน์จากการทำนาแบบไม่ใช้สารเคมี; ช่วยลดต้นทุนในการทำนา   ทำนาปีละครั้งก็พออยู่พอกิน เพราะไม่ต้องซื้อสารเคมี ปุ๋ย และพันธุ์ข้าว ทั้งกุ้ง หอย ปู ปลา ผักแทบทุกชนิดก็มีอยู่เต็มนาสามารถเก็บมากินได้ นอกจากนั้นยังทำให้เกษตรกรมีสุขภาพดีขึ้น  สิ่งแวดล้อมไม่ถูกทำลายและระบบนิเวศน์เกิดการสมดุล
  4. หลักในการคิด การดำรงชีวิตแบบวิถีพุทธ; การดำรงชีวิต การทำงานจะใช้หลักไตรสิกขา คือ ศีล สมาธิ ปัญญา อย่างบูรณการ   เรียนรู้ผ่านการพัฒนา "การกิน อยู่ ดู ฟัง   เป็น" คือ มีปัญญารู้เข้าใจในคุณค่าแท้ ใช้กระบวนการทางวัฒนธรรม แสวงปัญญา และมีวัฒนธรรมเมตตา เป็นฐานการดำเนินชีวิต   ชีวิตก็พบแต่สิ่งดีๆ  มีความสุข

กิจกรรมในโรงเรียนชาวนา มี 3 หลักสูตร คือ การกำจัดศัตรูพืชโดยชีวะวิธี,  การปรับปรุงบำรุงดิน และ การพัฒนาพันธุ์ข้าว  เกษตรกรจะต้องมาเรียนรู้และแลกเปลี่ยนกัน แต่ละหลักสูตรจะใช้เวลาทั้งสิ้น 18 สัปดาห์ สัปดาห์ละ 3 ชั่วโมง เนื้อหาของหลักสูตรมีดังนี้
              1. ระดับประถมศึกษา เป็นระดับเริ่มต้นก่อน หลักสูตรเน้นที่การจัดการศัตรูพืชโรคแมลงโดยเฉพาะ จุดประสงค์คือ ต้องการให้นักเรียนยอมรับว่า ในการทำนาไม่ต้องใช้สารเคมีในการป้องกันแมลงศัตรูข้าวได้ แต่หลักสูตรนี้โรงเรียนจะผ่อนผันให้นักเรียนยังสามารถนำยาฆ่าหญ้าพร้อมกับปุ๋ยเคมีและเมล็ดพันธุ์ ที่ซื้อมาจากท้องตลาดมาใช้แปลงนาได้
               2. ระดับมัธยมศึกษา เป็นหลักสูตรที่ต่อเนื่อง จะเริ่มต้นหลังจากที่นักเรียนได้ประสบการณ์ในระดับประถมศึกษามาแล้ว หลักสูตรชั้นมัธยมศึกษา โรงเรียนจะเน้นถึงการเลิกใช้ปุ๋ยเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ โดยมารู้จักวิธีการผลิตปุ๋ยหมัก การทำปุ๋ยพืชสดแทน

               3. ระดับอุดมศึกษา เป็นหลักสูตรต่อเนื่อง จากสองหลักสูตรข้างต้น เป้าหมายการให้การศึกษาในหลักสูตรนี้ กำหนดไว้อย่างเข้มข้นว่า ผู้เรียนต้องเลิกการใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเด็ดขาด รวมถึงยาฆ่าแมลงทุกชนิดด้วย รวมถึงการเลิกใช้พันธุ์ข้าวปลูกที่ซื้อมาจากท้องตลาด เพราะวิชาหนึ่งที่เปิดเสนอสำหรับผู้เรียนคือ การคัดพันธุ์ข้าวขึ้นมาใช้เองโดยไม่ต้องซื้อ และที่สำคัญจะเป็นสายพันธุ์ที่ไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมีต่างๆ

คำสำคัญ (Tags): #การทำนา
หมายเลขบันทึก: 381858เขียนเมื่อ 5 สิงหาคม 2010 05:56 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 มิถุนายน 2012 19:50 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (3)

สวัสดีครับ  ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ครับ  การจะส่งบันทึกต้องระวังครับ พิมพ์ไม่ทันเสร็จไปกดพลาด  มันก็จะทำงาน    ก็เลย สุพรรบุรีก็ไม่ได้ไป    ข้าวก็ไม่ไมทราบว่า  มาเกี่ยงข้องกันยังไง  แล้วยังมีโรงเรียนชาวนาอีก  พยายามใหม่ครับ

สวัสดีครับ  ยินดีต้อนรับสมาชิกใหม่ครับ  การจะส่งบันทึกต้องระวังครับ พิมพ์ไม่ทันเสร็จไปกดพลาด  มันก็จะทำงาน    ก็เลย สุพรรบุรีก็ไม่ได้ไป    ข้าวก็ไม่ไมทราบว่า  มาเกี่ยงข้องกันยังไง  แล้วยังมีโรงเรียนชาวนาอีก  พยายามใหม่ครับ

สวัสดีค่ะ

วันก่อนชื่นชมรายการหนึ่งที่พาไปชมโรงเรียน กาสรกสิวิทย์

พอมาเห็นมีโรงเรียนชาวนา

ยิ่งชื่นชมค่ะ

สอดคล้องกันกับที่เคยรับรู้มา

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี