ชุมชนคนพัฒนา
(ภาพจาก Internet)
สวัสดีครับ อ่านชื่อเรื่อง “เอาไว้ก่อน” แล้วอย่าพึ่งคิดว่ามีการแจกแถมอะไรแล้วพี่ไทยต้องเอาไว้ก่อนนะครับ เพราะที่เรื่องผมจะเขียนถึงนี้ความหมายตรงกันข้ามโดยสิ้นเชิงคือ ยังไม่เอา ก็นับประสาอะไรขนาดเหรียญก็ยังมีสองด้านใช่ไหมครับ ดังนั้นเจ้าคำว่า “เอาไว้ก่อน” ก็มีความหมายสองนัยเหมือนกัน นัยแรก คือเอาไว้ก่อน (ตรง ๆ) นัยที่สอง คือยังไม่เอา เอาไว้นั่นแหล่ะ (งง ๆ) นี่ก็เป็นความสวยงามของภาษาไทยอีกอย่างหนึ่งที่อ่านแล้วตีความได้หลาย ๆ อย่าง ดังนั้นเราจะเห็นว่าในการสอบวิชาภาษาไทยที่ดูเหมือนจะแสนง่าย (เพราะเป็นภาษาเราเอง) แต่ไฉนคะแนนสอบออกมากลับได้น้อยทุกที บางคนซ้ำร้ายไปกว่านั้นสอบตกวิชาภาษาไทยไปเลยก็มี อย่าคิดว่าภาษาไทยเป็นเรื่องหมู ๆ ไป กลับมาเข้าเรื่องมาถึงความหมายที่สองของคำว่า “เอาไว้ก่อน” ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของชุมชนคนปฏิบัติที่แท้จริง แม้จะมีท่านปรมาจารย์หลาย ๆ ท่าน กล่าวถึงการจัดการความรู้ (Knowledge Management หรือ KM) ซึ่งถือเป็นวิธีการจัดการความรู้เพื่อให้เกิดการบรรลุเป้าหมายของงาน การพัฒนาคน และนำองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ แต่ถ้าชุมชนคนปฏิบัติ มาเจอชุมชนคนเอาไว้ก่อน งานนั้นก็จะจอดไม่ต้องแจว เพราะชุมชนคนกลุ่มนี้จะไม่มีแรงจูงใจในการที่จะริเริ่มการจัดการความรู้ ทำให้ความรู้ไม่เกิดการจัดการและการนำไปใช้ตามมา กลายเป็นถูกเจ้า “เอาไว้ก่อน” นี่จัดการแทน แต่ในชีวิตคนเราก็ไม่ใช่ต้องทำหรือจัดการทุกอย่างไปหมดครับ เพราะลำพังแค่หนึ่งสมองสองมือ คนตัวเล็กๆ จะไปทำอะไรกันได้มากมาย แต่บางคนก็แน่จริงขนาดจัดการตัวเองยังไม่ค่อยได้ แต่ก็ยังไปจัดการคนอื่นอีกเรื่องวุ่นวายต่างๆ จึงตามมา
ยังไงก็แล้วแต่มีสิ่งที่ต้องรีบจัดการอย่า “เอาไว้ก่อน” ผมว่ามีอยู่ 3 เรื่อง คือ หนึ่งเรื่องการเรียน สองเรื่องการงาน และสามเรื่องครอบครัว ซึ่งเป็นเรื่องที่ต้องมีการจัดการให้เกิดการพัฒนา ถ้าเกิดเอาไว้ก่อนเมื่อไหร่ ชีวิตก็จะไม่พัฒนา แถมยังพาท่านแย่เมื่อนั้น มาถึงเรื่องแรกก่อนครับ คือ เรื่องของการเรียน ตรงนี้สำคัญมากๆ (อ่านเน้นเสียง ยิ้มด้วยก็ได้ครับ) ถ้าท่านจะคิดมอบสมบัติอะไรให้ลูก อย่าคิดมอบ เงินทองกองให้ลูกมาก ๆ โดยลืมเรื่องการเรียนนะครับ เพราะไม่งั้น เงินทองที่ท่านหามาให้มีเท่าไหร่เป็นใช้หมด เพราะไม่มีความรู้ในการจัดการนั่นเอง การมีความรู้ก็มาจากการเรียนนั่นแหละครับ การเรียนเป็นสิ่งที่ช่วยยกระดับชีวิตของคนเรา โดยเฉพาะสังคมไทยเรายังต้องการผู้ที่มีความรู้และผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ อีกมาก ทั้งด้านเชิงวิทยาศาสตร์ และไสยศาสตร์
เราจะเห็นว่าหลาย ๆ ท่านที่ได้รับการยกย่องจากสังคมโดยเฉพาะด้านของความรอบรู้ การเป็นที่ปรึกษาหน่วยงานต่างๆ ผู้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่มีความรู้ มีการศึกษาสูงๆ ในบางหน่วยงานถึงกับมีการกำหนดคุณสมบัติของหัวหน้างานในด้านความรู้ความเชี่ยวชาญถึงขั้นต้องจบปริญญาโทก่อน ตั้งนั้นใครจะก้าวหน้าก็ต้องรีบเรียนนะครับ แม้จะมีคำกล่าวที่ว่า "ไม่มีใครแก่เกินเรียน" แต่ถ้าลองนึกสภาพว่าถ้าหอบสังขารไปเรียนตอนแก่ หูก็ไม่ค่อยได้ยิน ตาก็ฝ้าฟาง เรียนไปหยิบยาลมดมยาหม่องไป เพื่อน ๆ ร่วมชั้นก็ไม่รู้จะเรียกลำดับเพื่อนอย่างไรดี จะเรียกพี่ก็กระดากใจ จะเรียกยายก็แก่เกิน กว่าจะจบรับปริญญาปาเข้าไป 80 กว่าอย่างนี้ก็ไม่ค่อยไหวครับ ยกเว้นว่าท่านเรียนเพื่ออยากลงกินเนสส์บุ๊คสาขาผู้มีความพยายามในการเรียนที่สุดในโลกก็ว่าไปอีกอย่าง
ดังนั้นถ้าอยากเรียนก็รีบเรียนครับ แต่ถ้าไม่พร้อมเรียนก็ขยันหาความรู้ อ่านหนังสือ หรือเข้าอ่านบันทึกใน Go to know บ่อย ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บันทึกคนอารมณ์ดี ถือเป็นการเรียนเพื่อรู้อาจไม่ได้เรียนเพื่อวุฒิบัตร ดังมีคำกล่าวที่ว่า “มีความรู้อยู่กับตัวกลัวอะไร ชีวิตไม่ปลดปลงคงได้ดี” ความรู้เป็นสิ่งที่ไม่มีใครมาขโมยไปได้ครับ แม้ความรู้มากก็ไม่จำเป็นต้องเก็บใส่เซฟกันโขมย ยิ่งใช้บ่อยยิ่งดี ดังนั้นสำหรับการเรียนแล้ว “อย่าเอาไว้ก่อนตีเหล็กตอนร้อนนี่แหล่ะดี” (ติดไว้อีกสองด้านคือ ด้านการงานและครอบครัว) เขียนมาก็พอสมควร ดังนั้นวันนี้ “เอาไว้ก่อนครับ”
สวัสดีค่ะน้องชำนาญ
อ่านบันทึกนี้แล้วรีบแสดงความเห็นดีกว่า ไม่"เอาไว้ก่อน" แล้ว
เอาไว้ก่อน ให้2ความหมาย ช่างคิดเรื่องได้ดีจริงๆนะคนอารมณ์ดี น่าสนใจมากค่ะ ชื่นชมค่ะ
บางทีเราก็ต้องใช้ทั้ง2อย่างค่ะแล้วแต่สถานการณ์และจังหวะเวลา
เห็นด้วยค่ะการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญ มอบให้ลูกอย่ารีรอ
ที่เหลือไฉนเอาไว้ก่อนหล่ะ กำลังอ่านเพลิน
พี่ก็จะสอนแบบนี้"เอาไว้ก่อน" ลูก
ได้เท่าไรก็"เอาไว้ก่อน"
พี่ดีใจที่ตัดสินใจเรียน ป.โท ตั้งแต่ปี 32 จบ 35
ตอนนี้เห็นเพื่อนครูวิ่งเรียนกัน...เหนื่อยแทน
น้องชำนาญ....
ของพี่นั้นถ้า...เอาไว้ก่อนความหมายแรก จะไม่เกี่ยงงอนเลยรีบเอา...ไว้..ก่อน ยิ่งมากยิ่งดี แล้วค่อยว่ากันทีหลัง
แต่หากเป็นความหมายหลัง คงต้องแล้วแต่สถานการณ์เช่นเวลาไปซื้อของแล้ว ยังตัดสินใจบ่ได้ก็จะรักษาน้ำใจคนขายโดยการบอกว่า...เอาไว้ก่อนเนาะกำเดียวจะมาผ่อแหมกำ... หรือมีเรื่องต้องใช้เงินมากๆแล้วมาคิดได้ทีหลังว่าเอ..มันจำเป็นหรือไม่น้า...ก็จะบอกตัวเองว่า...เอาไว้ก่อนจ๊กวันหลังดีกว่า
แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับพ่อบ้านล่ะก็...เอาไว้ก่อนบ่าได้เน้อน้องhahahahaha
สวัสดีค่ะ
เห็นชื่อเรื่อง...ก็เลย อ่านไว้ก่อน...พ่อสอนไว้ค่ะ....
ขอบคุณมุมคิดดีๆ ก่อนนอน ดีจังได้อ่าน จะได้ไม่ต้องหาข้ออ้าง เอาไว้ก่อน ... รอว่าเอ เพลงอะไรเอ่ย พอประโยคขึ้น ตาสว่างเลยค่ะ ... การงานก็ เอาไว้ก่อน พรุ่งนี้หลาว ฝันดีค่ะ
สวัสดีเจ้า คุณชำนาญ เขื่อนแก้ว
อยู่บ้านเดียวกันใจ่ก่อเจ้า หละปูน...แม่นก่อจา...เพราะว่านามสกุลนี้เปิ้นเป๋นจาวหละปูน นิ..บ่ใจ้กาเจ้า ?
เอาไว้ก่อน ความหมายแรก กำยองเปิ้นว่า " เอาไว้เหก่อน"
ความหมายหลัง ___"___ " เอาไว้ฮั่นก่อน" ถ้าเฮาเป๋นคนแต้
เฮียนก็เฮียนแต้ๆเอาจนได้ดิบได้ดีอี้นา...มันตึงดีเสี้ยงอย่าง พ้องเปิ้นอายุนักปอเป็นบ่าว
ไปเฮียนกับละอ่อนน้อย เปิ้นก็ได้เปิ๋นใหญ่เป็นโตลอ เปิ้นตั้งใจแต้ล่อ ละอ่อนมันเอาก้าม่วนก้าเล่น เผื่อฮู้มาล่นตวยก้นเปิ้นก่อบ่ตัน ...อย่างอี้ก่มีนักเน้อ
ยิ้นดีตี้เอาเรื่องประเทืองผญามาเล่าสู่กันฟัง...เน้อเจ้า
น้องชำนาญ....
แวะไปอ่านเรื่องฮาๆจาก fmail ได้เน้อ รับรองฮาแน่....