วันนี้ผมได้ประสบการณ์ใหม่จากการทำงานเตรียมพื้นที่ปลูกผักในนา อันเนื่องมาจากความประสงค์ที่จะเปลี่ยนกองไม้เตรียมสร้างที่พักในนาไปเป็นแปลงปลูกผัก
ผมจำเป็นต้องย้ายท่อนไม้ขนาดใหญ่ด้วยตัวเอง เพียงลำพัง ตามประสาทำนาแบบไม่จ้างใคร (นอกจากมีคนงานอาสาสมัครหลงทางผ่านมา)
ตอนแรกก็หวั่นๆจะทำคนเดียวไม่ไหว
นั่งคิดวางแผน หาอุปกรณ์และเครื่องมือเพื่อการทำงานที่ดูจะเกินกำลังนี้
ก็ได้จอบด้ามเหล็ก ที่ปกติใช้ขุดดินเหนียวก้อนใหญ่ๆซ่อมและสร้างคันนา บางทีก็ใช้ขุดหน่อกล้วย เป็นเครื่องมือสำคัญในการงัดเสาที่กองอยู่
ความยากเริ่มจากการมีหญ้าขึ้นคลุมกองไม้หนามาก จะตัดก่อนก็ไม่สะดวก เพราะมีเศษไม้ชิ้นเล็กๆกองทับเสา ๔ ต้น อยู่อีกหลายชั้น และคลุมตลอดความยาวของเสา
แค่พยายามดึงหญ้าออกก็เกินกำลังแล้ว จึงค่อยๆแยกไม้เล็กออกไปกองไว้อีกที่หนึ่งแบบชั่วคราว แล้วหาวิธีงัดเสาที่กึ่งจมดินและจมหญ้าต้นใหญ่ออก
กว่าจะงัดเสาต้นแรกออกจากเบ้า และขยับพ้นกอหญ้าขนาดใหญ่สูงท่วมหัวได้ ก็เกือบชั่วโมง
ไหนจะต้องงัดให้ลอดช่องที่แคบกว่าความยาวของเสาอีก ต้องพักหลายรอบ หมดน้ำดื่มไปหลายลิตร
ต้องหาทั้งเทคนิคและวิธีการสารพัดวิธี กว่าจะได้ความรู้และความสามารถในการย้ายเสาผ่านพื้นที่แคบๆ ไปรวมกันใหม่ รวมเวลาย้ายเสาต้นแรกกว่า ๒ ชั่วโมง
หลังจากนั้นก็พักคิดอยู่นาน ว่าจะทำต่อหรือรอเหยื่อหลงทางมาที่แปลงนา
ก็คิดว่าน่าจะลองทำต่อไปเท่าที่เวลาจะมี คราวนี้ใช้เวลาอีกประมาณเกือบชั่วโมง ก็ย้ายเสาต้นที่สองได้เรียบร้อย
เริ่มได้กำลังใจว่าเราทำงานหนักเสร็จไปแล้วครึ่งหนึ่ง ใช้เวลา (รวมเวลาพักเหนื่อย) ๓ ชั่วโมง
เวลาและแรงเหลือไม่มาก จะหยุดหรือจะทำต่อดี คิดไปคิดมาระหว่างพักเหนื่อย
เป็นว่าลองทำอีกสักนิดน่า
ปรากฏว่า เสาต้นที่สามย้ายได้เสร็จไปกองใหม่ใช้เวลาเพียง ๑๕ นาที เลยยิ่งได้กำลังใจ ลุยงัดต้นที่ ๔ ก็เสร็จในเวลาอีกประมาณไม่เกิน ๑๐ นาที
หลังจากนั้นก็ขนไม้เล็กมากองให้เรียบร้อย แต่งกิ่งไม้ที่เกะกะขวางทางออก ตัดหญ้าต้นเล็กๆออก (ต้นใหญ่ท่วมหัวยังตัดไม่ไหว เพราะต้นแข็งเกินไป)
ใช้เวลาทำงานในส่วนนี้ประมาณ ๔ ชั่วโมง กลับถึงบ้านประมาณ ๒ ทุ่ม
หลังจากทานข้าว พักนิดหนึ่งพอมีแรงก็มาจัดของเล็กๆน้อย แล้วก็มาเขียนบันทึกนี้
เพื่อจะให้กำลังใจคนทำงานว่า
เมื่อเราทำงานครั้งแรก เราจะยังมีปัญหาเชิงการใช้เครื่องมือ เทคนิค วิธีการ
แต่เมื่อเราทำไปได้สักหน่อย เราจะเริ่มมีทักษะ และความพร้อมมากขึ้นเรื่อยๆ
แล้วเมื่อเราทำงานไปได้สักครึ่งหนึ่ง เราจะมีความพร้อมมาก ทั้งความรู้ ทักษะ ความพร้อม และความสามารถพอที่จะทำงานที่เหลือให้เสร็จและสำเร็จอย่างรวดเร็ว
อย่างที่ผมทำวันนี้ไงล่ะครับ
อย่าท้อ แล้วทุกอย่างจะเสร็จและสำเร็จ
ท้อเมื่อไหร่ งานพอกหางหมูแบบหลายชั้นทันที
ขอเป็นกำลังใจให้กับคนทำงานทุกท่านครับ และโชคดีครับ
Wonderful story! I agree with you completely.
In my past I believed in planning and spent a lot of time 'procrastinating' (ผลัดวันประกันพรุ่ง). I used to say I would wait till I have enough money to hire some people to do the job. I would wait for the right weather, the warm rain, the cool sun, ...
These days I only ask some questions. The usual questions like: What is this (dukkha causing) mess I have to do? and Why (so, I have real a reason to change the environment/world ;-) What is the end (of dukkha) result (so, I can finish the job)? And I just get on the job -- learning, solving problems and applying (doing) changes as I work.
I do less jobs now (after finding that there are really very few things I 'need' to do). I finish most (some jobs are on-going, day-by-day) jobs I 'need' to do. Life is much simpler.
สวัสดีค่ะ
อยากเดินหลงทางไปเหยื่ออาจารย์สักคร้ังครับ
อ่านบันทึกนี้ของอาจารย์ทำให้ละอายใจไม่น้อยครับ
หลายคร้ังที่เจองานหนัก ทำได้ไม่เท่าไรก็ถอดใจไปหลายคราว ต้องพึ่งพาคนอื่น แทนที่จะพึ่งตัวเองให้สุด ๆ แบบอาจารย์
เห็นด้วยกับบันทึกเลยครับ งานเสร็จไปครึ่งนึงแล้ว แท้ที่จริงมันเลยครึ่งไปมาก ขอบคุณบันทึกบันดีสำหรับเช้าวันนี้ครับ
สวัสดีค่ะ
ดีใจมากเลยครับ
ที่งานเขียนเล็กๆของผม ได้กระตุ้นความคิดเชิงบวกให้ได้มากมายขนาดนี้
ทั้งเชิงคุณภาพ และปริมาณ
ขอบคุณครับที่มาให้กำลังใจ
ขอชื่นชมมา ณ โอกาสนี้ครับ.
ขอบคุณครับ ในการวิเคราะห์เชิงหลักการ
เราต้องการคนอย่างนี้มากๆ เพื่อให้งานที่เกิดขึ้นสามารถนำไปสู่การพัฒนาทั้งทางทฤษฎี และการปรับใช้ในด้านอื่นๆ
ดีมากเลยครับ