วันนี้อยากเขียนระบายความในใจสักเล็กน้อย เนื่องจากผมเอง ก็เป็นวิทยากรที่บรรยายในหลักสูตรทางด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล และได้พบปะกับผู้เข้าอบรมมากหน้าหลายตา ซึ่งส่วนใหญ่ก็มีความตั้งใจในการเข้ามารับการฝึกอบรม และรับเอาความรู้ไปใช้ในการทำงาน รวมทั้งผมก็เป็นอาจารย์พิเศษบรรยายให้กับนักศึกษาระดับปริญญาตรีด้วย
สิ่งที่ผมได้เห็นก็คือ ลักษณะของการเรียนรู้ของคนสองกลุ่มนั้นมีความแตกต่างกันค่อนข้างมาก ก็คือ เด็กๆ นักศึกษามักจะตั้งใจเรียน และเปิดรับเอาความรู้ที่อาจารย์สอนให้อย่างเต็มที่ (แต่ก็อาจจะมีบางคนที่ไม่ตั้งใจบ้าง) แต่สิ่งที่เด็กๆ มักแสดงให้ผมเห็นก็คือ เขามีความกระตือรือร้นที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ รอบตัว แม้ว่าการเรียนรู้นั้นเขาจะเอาไปเพื่อใช้ในการสอบก็ตาม
แต่ผู้ใหญ่นั้นมีความแตกต่างออกไป ก็คือ เรียนรู้เพื่อนำเอาไปใช้ในการทำงานจริงๆ มีความตั้งใจที่จะนำเอาวิชาความรู้ที่ได้นั้นไปแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในการทำงาน ซึ่งผู้ใหญ่แบบนี้ผมว่ามีความตั้งใจดี
แต่จะมีผู้ใหญ่อีกแบบหนึ่ง ซึ่งเวลาเข้ามาอบรมก็ไม่เคยตั้งใจที่จะฟัง หรือเรียนรู้อะไรเลย บางครั้งก็ชวนเพื่อนข้างๆ คุยตลอดเวลาขณะที่วิทยากรบรรยายอยู่ พอไม่มีอะไรจะคุยก็นั่งหลับ หรือไม่ก็กดมือถือเล่นเกมส์ไปเรื่อยๆ
ผมก็ไม่รู้ว่าคนพวกนี้จะมาเข้าอบรมทำไม ความรู้ก็ไม่อยากได้ แถมยังมาทำให้คนอื่นเสียโอกาสในการเรียนรู้ไปอีกด้วย เสียเงินงบประมาณของบริษัทอีกต่างหาก
ที่ผมเล่าเรื่องนี้ก็เพราะ ผมมีโอกาสเข้าอบรมหลักสูตรหนึ่ง ซึ่งมีคนเข้าฟังอยู่ประมาณ 40 กว่าคน ผมไปในฐานะนักเรียน เพื่อไปเอาความรู้เพิ่มเติมในการทำงาน พอวิทยากรเริ่มบรรยาย คนที่นั่งอยู่ข้างหลังผม ก็เริ่มบรรยายไปด้วย โดยการพูดคุยกับคนที่นั่งข้างๆ ตลอด และพูดในสิ่งเดียวกับวิทยากรพูด เหมือนจะบอกเป็นนัยๆ ว่า เขาก็รู้เรื่องนี้มาอย่างดีแล้ว แถมยังมีการวิพากษ์วิจารณ์อยู่ตลอดเวลา จนเพื่อนร่วมชั้นเริ่มรำคาญ แต่ก็ยังมีมารยาทที่ไม่ไปพูดตรงๆ จนคนข้างๆ ต้องทำท่าทางรำคาญใส่ และพยายามจะตั้งใจเรียน ก็ทำให้คนนั้นเงียบไปได้ แต่การที่เขาเงียบไปนั้น ก็ไม่ได้ว่าจะตั้งใจเรียนนะครับ หยิบเอาโทรศัพท์ขึ้นมาคุยอีก สร้างความรำคาญยิ่งขึ้นไปอีก จนสุดท้ายวิทยากรต้องเตือนตรงๆ ว่ากำลังทำให้คนอื่นเสียสมาธิ เขาจึงออกไปนอกห้อง แล้วก็หายไปเลย
ผมก็กลับมานั่งคิดว่าทำไมเขาจึงทำพฤติกรรมแบบนั้น หรือว่าวิทยากรที่บรรยายอายุน้อยกว่า ประสบการณ์น้อยกว่า จริงๆ คิดไปคิดมาก็มีส่วนอยู่เหมือนกัน แต่ผมคิดว่า ความคิดแบบนี้มันไม่ทำให้คนเราเก่งขึ้นเลยจริงมั้ยครับ บางคนอายุน้อยกว่าเราก็จริง แต่ถ้าเขาเก่ง และมีความรู้เรื่องนั้นจริงๆ เราก็สามารถเรียนรู้จากเขาได้ ไม่เห็นแปลกเลย แต่นี่กลับมาทำตัวเป็นน้ำล้นแก้ว ไม่ยอมเทสิ่งไม่ดีออก แถมยังทำให้คนอื่นเสียสมาธิอีก
เห็นแบบนี้แล้วก็อดเปรียบเทียบกับเด็กๆ ที่อยู่ในวัยเรียนรู้ไม่ได้ เพราะเขาตั้งใจมาก จริงๆ แล้วผู้ใหญ่เองก็สามารถที่จะทำเหมือนเด็กๆ ได้ ก็คือ อยากที่จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา
ผมคิดเล่นๆ ว่าถ้ามีคนแบบนี้ในองค์กรเยอะๆ องค์กรนั้นก็คงไม่ต้องพัฒนาไปไหนเลย ไม่ใช่แค่ย่ำอยู่กับที่นะครับ ถอยหลังโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะครับ พี่น้อง
สวัสดีครับ การรับฟังการบรรยายครับถ้าผมบรรยาย มีคนฟังสร้างปัญหา ผมจะบรรยายไปพลางคิดวิธีแก้ไปพลาง ผมยกตัวอย่างขณะบรรยายมีคนรับโทรศัพท์ถึงแม้เราไม่ได้ยินเสียงพูดของเขาก็ตาม เราก็บอกว่า ผมขออนุญาตครับเนื่องจากมีท่านหนึ่งกำลังรับสายโทรศัพท์ เดี๋ยวท่านจะมีเสียงจากผมไปรบกวนท่าน ระท่านะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ จึงขอหยุดบรรยายนิดหนึ่งครับ
ผมหยุดบรรยาย สายตาทุกคู่ก็จะมุ่งไปที่คนพูดโทรศัพท์ คนที่โทรศัพท์ก็จะตกใจและวางสายในทันที หลังจากนั้นบบรรยายไปอีกกี่ชั่วโมงก็ตามจะไม่มีใครผู้ใดหาญกล้ารับโทรศัพท์อีกเลย คนที่คุยก็ทำในลักษณะเดียวกัน แต่อย่าลืมเราไม่แสดงอาการความไม่พอใจให้ปรากฏ เราจะทำเสมื่อนเราให้เกียรติเขาเต็มที่ เรายิ้มตลอดเวลา แต่การพูดเราต้องประเมินตนเองด้วย เราพูดเราบรรยายไม่ได้เรื่อง ผู้ฟังก็เริ่มคุย ผลการประเมินจะออกมาทันทีว่าเราต้องแก้ไขวิธีการบรรยายในทันที ถ้าปล่อยไว้คนฟังเราพูดไม่ได้อะไรกลับไปเลยทั้ง ๆที่มีพวกอยากได้ แต่เราคนบรรยายเสียหมด เสียคน เสียชื่อ บรรรยายไม่ได้เรื่องเปลืองเวลาเปล่า เสียดายวิทยากรต้องมาตายเพราะรอให้ผู้อื่นประเมินซึ่งผลจะออกมาตอนบรรยายจบ แต่ถ้าพูดไปประเมินไป แก้สถานการณ์ไปอย่าให้เขารู้ว่าเรากำลังทำหน้าที่หลายอย่างขณะบรรยาย เหมือนเราเป็นนักบินกำลังพาผู้โดยสารไปสู่จุดหมาย แต่ผู้โดยสารพอเครื่องบินเหินฟ้าก็สร้างความวุ่นวาย เครื่องยนต์ก็มีปัญหา เราก็จะไม่บอกให้รู้เราก็แก้ปัญหาขณะแก้ปัญหาเครื่องก็ย่อมลดสมรรถภาพในการบินคือดิ่งลงอย่างเดียว ผู้โดยสารจะรู้โดยสันชาติญานขึ้นมา ก็จะตกใจ เราก็แก้ปัญหาอยู่ตลอดอย่าตกใจ ถ้าเราแก้ปัญหาสำเร็จ เราก็จะนำเครื่องเชิดขึ้นได้อีกครั้ง เราก็จะได้รับความชื่นชมจากผู้โดยสารและได้รับการยกย่องจากคนทั่วไปด้วย
ผมว่าเป็นวิทยากรนั้นไม่ยาก คนไม่ฟังก็ทำให้เขาฟังได้ไม่ยากเช่นกัน แต่ที่ยากก็คือเรื่องที่บรรยายนั้นเรารู้ลึกนาดไหนเราเข้าใจบทบาทของวิทยากรได้ขนาดไหน เราวิเคราะห์ผู้ฟังได้ทะลุที่จะแก้ปัญหาในการพูดในการฟังของเขาได้ผลเพียงใดถูกต้องหรือไม่ต่างหาก
แลกเลี่ยนกันนะครับ ขอบคุณที่แบ่งปันครับ