สวัสดีครับ  การรับฟังการบรรยายครับถ้าผมบรรยาย  มีคนฟังสร้างปัญหา ผมจะบรรยายไปพลางคิดวิธีแก้ไปพลาง ผมยกตัวอย่างขณะบรรยายมีคนรับโทรศัพท์ถึงแม้เราไม่ได้ยินเสียงพูดของเขาก็ตาม เราก็บอกว่า  ผมขออนุญาตครับเนื่องจากมีท่านหนึ่งกำลังรับสายโทรศัพท์  เดี๋ยวท่านจะมีเสียงจากผมไปรบกวนท่าน ระท่านะไม่บรรลุวัตถุประสงค์ จึงขอหยุดบรรยายนิดหนึ่งครับ

        ผมหยุดบรรยาย  สายตาทุกคู่ก็จะมุ่งไปที่คนพูดโทรศัพท์  คนที่โทรศัพท์ก็จะตกใจและวางสายในทันที    หลังจากนั้นบบรรยายไปอีกกี่ชั่วโมงก็ตามจะไม่มีใครผู้ใดหาญกล้ารับโทรศัพท์อีกเลย  คนที่คุยก็ทำในลักษณะเดียวกัน  แต่อย่าลืมเราไม่แสดงอาการความไม่พอใจให้ปรากฏ เราจะทำเสมื่อนเราให้เกียรติเขาเต็มที่ เรายิ้มตลอดเวลา  แต่การพูดเราต้องประเมินตนเองด้วย เราพูดเราบรรยายไม่ได้เรื่อง ผู้ฟังก็เริ่มคุย  ผลการประเมินจะออกมาทันทีว่าเราต้องแก้ไขวิธีการบรรยายในทันที  ถ้าปล่อยไว้คนฟังเราพูดไม่ได้อะไรกลับไปเลยทั้ง ๆที่มีพวกอยากได้  แต่เราคนบรรยายเสียหมด  เสียคน เสียชื่อ บรรรยายไม่ได้เรื่องเปลืองเวลาเปล่า  เสียดายวิทยากรต้องมาตายเพราะรอให้ผู้อื่นประเมินซึ่งผลจะออกมาตอนบรรยายจบ  แต่ถ้าพูดไปประเมินไป  แก้สถานการณ์ไปอย่าให้เขารู้ว่าเรากำลังทำหน้าที่หลายอย่างขณะบรรยาย   เหมือนเราเป็นนักบินกำลังพาผู้โดยสารไปสู่จุดหมาย  แต่ผู้โดยสารพอเครื่องบินเหินฟ้าก็สร้างความวุ่นวาย  เครื่องยนต์ก็มีปัญหา  เราก็จะไม่บอกให้รู้เราก็แก้ปัญหาขณะแก้ปัญหาเครื่องก็ย่อมลดสมรรถภาพในการบินคือดิ่งลงอย่างเดียว   ผู้โดยสารจะรู้โดยสันชาติญานขึ้นมา  ก็จะตกใจ     เราก็แก้ปัญหาอยู่ตลอดอย่าตกใจ   ถ้าเราแก้ปัญหาสำเร็จ  เราก็จะนำเครื่องเชิดขึ้นได้อีกครั้ง  เราก็จะได้รับความชื่นชมจากผู้โดยสารและได้รับการยกย่องจากคนทั่วไปด้วย

         ผมว่าเป็นวิทยากรนั้นไม่ยาก  คนไม่ฟังก็ทำให้เขาฟังได้ไม่ยากเช่นกัน  แต่ที่ยากก็คือเรื่องที่บรรยายนั้นเรารู้ลึกนาดไหนเราเข้าใจบทบาทของวิทยากรได้ขนาดไหน เราวิเคราะห์ผู้ฟังได้ทะลุที่จะแก้ปัญหาในการพูดในการฟังของเขาได้ผลเพียงใดถูกต้องหรือไม่ต่างหาก

         แลกเลี่ยนกันนะครับ   ขอบคุณที่แบ่งปันครับ