ผู้วิจัยเพิ่งเดินทางกลับมาถึงลำปางเมื่อเช้านี้เองค่ะ  อากาศที่ลำปางกับที่กรุงเทพฯต่างกันราวฟ้ากับดิน  ที่กรุงเทพฯมีฝนตกเป็นระยะ  ทำให้คลายร้อนไปได้บ้าง  ส่วนที่ลำปาง  ฝนไม่ตกเลย  อากาศร้อนมากค่ะ 

       เมื่อมาถึงลำปาง  ผู้วิจัยได้รับทราบข่าวเกี่ยวกับเรื่องตำบลละแสน  (ที่สุดแสนจะวุ่นวาย) อีกแล้ว  ปัญหาก็ยังคงเดิมๆสำหรับที่ลำปาง  คือ  เอกสารหาย  เอกสารไม่พร้อม 

      "เอกสารหาย" ครั้งนี้ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้ว   (น่าเบื่อจริงๆ)  ผู้วิจัยยอมรับว่าครั้งแรกๆก็คิดว่า"เอกสาร" คงหายจริง  แต่ไปๆมาๆ  ตอนนี้รู้สึกว่า "เอกสาร" ไม่ได้หายไปไหน  แต่คงติดขัดเรื่องอื่นๆมากกว่า 

      นี่เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เป็นจุดอ่อนของเครือข่ายฯ  ผู้วิจัยได้เคยพูด  บอก  รวมทั้งบ่น  ไปหลายครั้งแล้ว  ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะปรับปรุงกันเสียที  การที่เอกสารหายนั้นส่งผลกระทบต่อกลุ่มเป็นจำนวนมาก  เพราะ  เอกสารซึ่งความจริงกลุ่มจะต้องรับผิดชอบ  แต่กลับต้องส่งมาที่เครือข่ายฯ  พอหายก็หายไปหมด  กลุ่มที่ทำดี  มีความตั้งใจ  ก็พลอยเสียเวลา  เสียกำลังใจไปด้วย  ส่วนกลุ่มที่ไม่เคยรู้ร้อนรู้หนาวก็ยังคงไม่รู้ร้อนรู้หนาวกันต่อไป  ซึ่งในที่สุดแล้วผลเสียก็จะเกิดขึ้นกับเครือข่ายฯเอง  กลุ่มดีๆ (ตอนนี้เท่าที่ทราบ)  เริ่มจะทนไม่ไหว  ไม่ศรัทธากับระบบเครือข่ายฯ  เพราะ  เหตุการณ์เกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่า

      "เอกสารไม่พร้อม" เรื่องนี้กลุ่มโซนใต้รับ (กรรม) ไปเต็มๆ  อุตส่าห์ส่งโครงการไปให้หน่วยงานตามกำหนดเวลาแล้ว  แต่ก็ยังไม่ได้รับการโอนงบประมาณลงมา  ที่เป็นเช่นนี้  เพราะ  ได้รับการแจ้งจากทางหน่วยงานว่าเอกสารที่ส่งมาไม่ครบ  ขาดหนังสือรับรองจากเทศบาล/อบต. 

      เรื่องนี้ผู้วิจัยยอมรับว่าเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เบื่อหน่ายมาก  ที่บอกว่าเบื่อหน่ายไม่ใช่ว่าเบื่อหน่ายกลุ่ม/ชาวบ้านหรอกนะคะ  แต่เป็นการเบื่อหน่ายหน่วยงานราชการนี่แหละค่ะ  ผู้วิจัยไม่เข้าใจเลยว่าหน่วยงานพวกนี้เขาไม่เคยทำงานกับชาวบ้านหรือยังไง  หรือเขาคิดว่าเงินเป็นของพวกเขา  เขาจะทำยังไงก็ได้  จะให้ก็ได้  จะไม่ให้ก็ได้  หน่วยงานก็รู้อยู่เต็มอกว่าจุดอ่อนของชาวบ้านอย่างหนึ่งก็คือ  เรื่องเอกสาร  ไหนๆก็เป็นหน่วยงานที่สนับสนุนงบประมาณให้ชาวบ้านแล้ว  ทำไมไม่มาลงทุนสร้างการเรียนรู้ให้ชาวบ้านอีกอย่างหนึ่งล่ะคะ  ไม่ใช่เอาแต่เงินมาให้ 

      การไปขอหนังสือจากเทศบาล/อบต.ไม่ใช่เรื่องยาก  แต่การทำความเข้าใจกับหน่วยงานหล่านี้ต่างหากล่ะคะที่เป็นเรื่องยาก  ผู้วิจัยรู้ตั้งแต่ต้นแล้วว่าเอกสารที่กลุ่มส่งไปยังไม่เรียบร้อย  ในขณะที่กลุ่มไม่รู้เรื่อง  กลุ่มคิดแต่ว่ามีรายเซ็นต์ของหน่วยงานในเอกสารที่ส่งไปเป็นอันเพียงพอแล้ว  ผู้วิจัยจำได้ว่าเมื่อทราบว่ากลุ่มส่งเอกสารไปแล้ว  ผู้วิจัยต้องตามลงไปที่กลุ่ม รวมทั้งเทศบาล/อบต.ด้วย  เพื่อทำความเข้าใจในเรื่องนี้  ผู้วิจัยเป็นคนพิมพ์เอกสารด้วยมือตัวเองเพื่อเอาไปให้กลุ่มเซ็นต์และนำไปส่งที่เทศบาล  ที่กล่าวมานี้ไม่ได้ยกยอตัวเองนะคะ  แต่รู้สึกว่าถ้าเราไม่เข้าไปช่วย  แล้วใครจะช่วย  แล้วที่อื่นๆที่ไม่มีคนช่วยล่ะ  เขาจะเป็นอย่างไร 

      ตอนนี้ผลก็เลยออกมาอย่างนี้ค่ะ  คือ  กลุ่มต่างๆของลำปางยังไม่ได้รับการโอนงบประมาณลงมาเลย  ขณะที่จังหวัดอื่นๆได้กันหมดแล้ว  กลุ่มทางโซนใต้คงจะได้รับในไม่ช้านี้ (หวังไว้เช่นนั้นค่ะ)  เพราะ  ได้ส่งเอกสารจากเทศบาล/อบต.ตามหลังไปแล้ว  แต่กลุ่มอื่นๆยังไม่รู้ว่าผลจะเป็นอย่างไร  แต่ที่แน่ๆในสัปดาห์นี้ผู้วิจัยกับอาจารย์พิมพ์คงต้องลงไปช่วยให้คำแนะนำพร้อมทั้งจัดการเอกสาร (ในบางเรื่อง) ให้กับ (บาง) กลุ่มค่ะ