วันนี้ไม่รู้ว่าจะบันทึกอะไรดี
เลยเล่านิทานสักเรื่องดีกว่า...
มีด็อกเตอร์หนุ่มจบมาจากต่างประเทศนั่งเรือแจวข้ามฟาก
ในขณะที่เรือกำลังแล่นไป ลุงคนแจวเรือก็ถามว่า
“พ่อหนุ่ม มาจากไหนหรือ?”
ด็อกเตอร์หนุ่มยิ้มที่มุมปากอย่างผยองแล้วตอบด้วยความภาคภูมิใจว่า
“ผมพึ่งจบปริญญาเอกมาจากอเมริกา”
จากนั้น เขาก็คุยเป็นคุ้งเป็นแควถึงประสบการณ์ต่างแดนของตนเอง เมื่อคุยไปได้พักหนึ่ง เขาก็หันมาถึงลุงที่แจวเรือบ้างว่า
“แล้วลุงล่ะเรียนจบอะไรมา”
ลุงแจวเรือถอนหายใจแล้วตอบด้วยเสียงเศร้าว่า
“ลุงเป็นคนจน หัวก็ไม่ดี เรียนจบแค่ชั้น ป.๔ เอง”
ชายหนุ่มยิ้มเหยียด ๆ ที่มุมปากแล้วพูดว่า
“น่าสงสารลุงจังเลยที่เรียนมาน้อย”
ในขณะนั้น มีเรือยนตร์ขับผ่านมาด้วยความเร็ว คลื่นจากเรือได้กระแทกจนทำให้เรือพลิกคว่ำทันที สิ่งที่สร้างความประหลาดใจให้ลุงแจวเรือมากที่สุดก็คือ เสียงตะโกนร้องลั่นจากปาก ด็อกเตอร์หนุ่มผู้สง่างาม
“ช่วยด้วย ๆ ผมว่ายน้ำไม่เป็น”
ลุงรีบว่ายน้ำเข้าไปช่วยทันทีแล้วถามด้วยความสงสัยว่า
“พ่อหนุ่มที่อเมริกาเขาไม่ได้สอนวิชาว่ายน้ำหรือไง?”
นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า
“รู้อะไรก็ไม่สู้รู้วิชา รู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี”
คำสอนของสุนทรภู่ในพระอภัยมณีตอนนี้มีคนวิพากษ์กันมากว่า เป็นการสอนให้คนเห็นแก่ตัว แต่อันที่จริง ท่านน่าจะต้องการสอนให้คนไม่ตกเป็นเหยื่อผู้อื่นต่างหาก ... แล้วท่านล่ะ คิดยังไง...