คนจำนวนหนึ่งที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกันตามระเบียบกฎเกณฑ์ โดยมีวัตถุประสงค์สำคัญร่วมกัน. เป็นนิยามที่พจนานุกรมบัณฑิตยสถาน ได้ให้ไว้ นอกจากนี้แล้วนักวิชาการยังได้ให้ความหมายของคำว่าสังคมแตกต่างกันไปอีก  เช่น
              1. สังคม หมายถึง การอยู่ร่วมกันของบุคคลตั้งแต่ 2 คน ขึ้นไปอย่างถาวร ภายใต้อำนาจเดียวกันในอันที่จะดำเนินไปสู่จุดหมายร่วมกัน ซึ่งต้องใช้ความพยายามร่วมกัน
              2. สังคม หมายถึง คนจำนวนมากอยู่ในอาณาบริเวณเดียวกัน และมีภาษาตลอดจนวัฒนธรรมเป็นแบบเดียวกัน ยึดถือคุณค่าทางสังคมอย่างเดียวกัน
              3. สังคม หมายถึง กลุ่มคนที่มีรูปร่างลักษณะความรู้สึกนึกคิด ตลอดจนทัศนคติร่วมกัน มีการกระทำโต้ตอบกันอย่างต่อเนื่อง ในอันที่จะรวมกลุ่มกันเป็นหน่วยเดียวกัน ตลอดจนมีการสังสรรค์ระหว่างกัน
จากความหมายหรือว่านิยามทั้งหลายจะสามารถสรุปองค์ประกอบของสังคมได้ดังนี้
               1. คน ที่มีจำนวนมากพอสมควร
               2. มีอาณาเขตที่อยู่ร่วมกันอย่างแน่นอน
               3. มีเป้าหมายร่วมกัน
               4. มีความสัมพันธ์กัน
               5. มีวัฒนธรรม หรือแบบแผนการดำเนินชีวิต หรือครรลองในการดำเนินชีวิตเป็นแบบเดียวกันและยึดถือปฏิบัติกันมาเพื่อช่วยให้สังคมอยู่รอด และมีระเบียบ
              6. มีการกระทำโต้ตอบกันทางสังคม ( Social Interaction ) อย่างต่อเนื่องโดยใช้สัญลักษณ์
              7. มีการเพิ่มสมาชิกใหม่
           จะเห็นได้ว่าการที่สังคมจะก่อกำเนิดขึ้นมาได้นั้นจะต้องประกอบด้วยองค์ประกอบต่าง ๆ อีกหลายอย่างที่จะทำให้สังคมมีความเสถียร หรือ เกิดเสถียรภาพทางสังคม สังคมจึงจะสามารถดำเนินกิจกรรมทางสังคมต่อไปได้
            ครู ซึ่งมาจากคำว่า คุรุ แปลว่า หนัก ฉะนั้นแล้ว  ครู จึงเป็นผู้หนัก หนักในเรื่องใดบ้าง  เช่น หนักในการที่จะสั่งสอนศิษย์ให้เป็นบุคคลที่มีความรู้ หนักในการที่จะสอนคนหลาย  ๆ คนให้เป็นคนที่ดี เป็นบุคคลที่สังคมมีความต้องการ และการที่เราจะสามารถสอนคนเหล่านั้นได้เราจะต้องรู้เรื่องราวเกี่ยวกับบุคคลเหล่านั้นดีพอสมควร เราจึงจะสามารถสอนเขาได้ ซึ่งเข้ากับสุภาษิตจีนที่ว่า “รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง” การสอนคนก็เช่นเดียวกัน การสอนก็เปรียบเสมือนกับการรบที่จะต้องมีการใช้ แรงกาย แรงใจ และกำลังสมองในการที่จะมาคิดกาวิธีทางที่จะเอาชนะข้าศึก ซึ่งก็เปรียบได้กับ ความไม่รู้หรือความเขลาในตัวศิษย์ และการเรียนรู้เกี่ยวกับประวัติ เรื่องราว หรือพื้นเพของคนที่เราเรียกว่าศิษย์นั้นก็เป็นอีกกลยุทธหนึ่งที่จะเอาชนะความเขลา หรือข้าศึกในการรบได้
           การเรียนรู้ประวัติหรือพื้นเพของบุคคลนั้นเราจะต้องไปดูที่สังคมที่เขาอาศัยอยู่ เพราะสังคมเป็นสถานที่ที่ได้ให้เขาก่อกำเนิดเกิดขึ้นมา และสังคมเป็นสถานที่ที่คอยเลี้ยงดู อบรมสั่งสอนให้เขาได้เป็นบุคคลที่สังคมต้องการ การเรียนรู้สังคมจึงเป็นโปรแกรมหนึ่งที่ครูทุกคนจะต้องได้ปฏิบัติ เพราะเมื่อเรารู้ถึงรากเหง้าของวัฒนธรรมทางสังคม การดำเนินชีวิตของคนในสังคมแล้ว เราก็จะสามารถสั่งสอนให้ศิษย์ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของสังคมได้เรียนรู้ในความรู้ต่าง ๆ เพื่อเติมโตเป็นบุคคลที่พึงประสงค์ของสังคมนั้น ๆ และของประเทศชาติสืบต่อไป