ทุกศาสนาล้วนสอนเรื่องเมตตา กรุณา เรื่องความรัก รักตนเอง รักผู้อื่น รักเพื่อนบ้าน ทุกคนล้วนเป็นพี่น้องกัน เหตุใดล่ะที่ทำให้คนต้องทำลายชีวิตกัน
ในแต่ละวันของข่าวหน้าหนึ่ง ไม่เคยเห็นเลย ที่ไม่มีการฆ่าทำลายชีวิตมนุษย์ด้วยกันของสังคมไทย เป็นเรื่องน่าหดหู่ใจของสังคมชาวพุทธ หรือผู้มีศาสนาทั้งหลาย เพราะทุกศาสนาล้วนสอนเรื่องเมตตา กรุณา เรื่องความรัก รักตนเอง รักผู้อื่น รักเพื่อนบ้าน ทุกคนล้วนเป็นพี่น้องกัน เหตุใดล่ะที่ทำให้คนต้องทำลายชีวิตกัน
กิเลสใช่ไหม ความโกรธ ความแค้นใช่หรือเปล่า?
ในแต่ละวันที่เราออกจากบ้านไปทำหน้าที่ ร่างกายปะทะกับอากาศ ควันรถ ฝุ่นละออง สิ่งสกปรกต่างๆ หรือเหงื่อไคลที่ออกมาทำให้เสื้อผ้าร่างกายสกปรก กลับมาบ้านต้องถอดเสื้อผ้าออกเปลี่ยน ชุดเก่าที่ใช้แล้วเอาไปซัก ร่างกายเราก็อาบน้ำชำระความสกปรก อาบเช้าบ้าง เย็นบ้าง หรือทั้งเช้าและเย็นเลยในแต่ละวัน
สภาพทางจิตใจก็ไม่ต่างจากร่างกาย พบปะผู้คนอารมณ์มากมายหลากหลาย ทั้งดีไม่ดี บางครั้งอารมณ์ของเราก็เสีย บางทีอารมณ์เสียค้างคาใจมาถึงที่บ้าน ก็พาลหงุดหงิดอารมณ์เสียกับคนที่บ้านได้อีก หากคนที่บ้านอารมณ์ก็ไม่ดีเช่นกัน ไฟก็ลุกไหม้บ้านได้ ความสุขเผ่นหนีหมด
แม้ถึงเวลานอนยังกำจัดอารมณ์นั้นออกไม่ได้ เป็นเหตุให้นอนไม่หลับ แม้จะหลับก็ไม่สนิท เป็นเหตุให้ฝันร้ายได้อีก ตื่นขึ้นมาอารมณ์เดิมๆ (ไม่ดี) ยังคงอยู่ ต้องไปทำหน้าที่การงาน พบปะผู้คนอีกอะไรจะเกิดขึ้น คิดเอง
เพราะฉะนั้นท่านจึงให้กำจัด ทำลาย หรือฆ่าความโกรธหรืออารมณ์ที่ไม่ดีให้ตายไปจากใจซะ แล้วท่านจะมีชีวิตอยู่หรือนอนอย่างเป็นสุข
สวัสดีครับ สาระดีครับ
สวัสดีครับ คุณธนา
ขอบคุณครับ ที่เม้นท์ ได้รู้ว่าเข้ามาอ่าน
สวัสดีครับ คุณชำนาญ
เห็นด้วยครับ คนเราต้องรู้จักให้อภัยกัน
อภัยสามารถกำจัดความโกรธได้ และบวกเมตตาเข้าไปอีก ใจก็จะสงบได้ครับ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
หวัดดีจารย์.... ผมเห็นการฆ่ากันไม่เว้นแต่ละวันแล้วให้นึถึง พฤษภาที่ผ่านมามากครับ หดหู่ เศร้า และดีใจ ไม่แปลกใช่ใหม่ครับที่ผมดีใจ..ความจริงเราก็น่าจะยิ้มรับความตายได้เหมือนทหารออกศึกสงคราม เหมือนแม่ที่กำลังคลอดความจริงก็เจ็บแต่พอลูกคลอดออกมาแล้วกลับลืมความเจ็บเสียนี่... ผมคิดว่าเป็นอย่างนี้...เพราะจริง ๆ แล้ว ถ้าการตายของโจร ของผู้ร้าย หรือของคนที่เราไม่ชอบ ก็มักจะนำความสุขมาให้คน ๆ นั้นเสมอ บางทีก็ถึงกับมีการฉลองกันยกใหญ่ที่ฆ่าศัตรูได้ตามหวัง ความจริงชาวโลกที่ห่างไกลจากศีลจากธรรม เขาก็ดำเนินชีวิตกัยอย่างนี ...แต่ผมคิดว่าที่อาจารย์รู้สึกไม่ดีเพราะ เป็นคนดีมีธรรม..และมองทุกชีวิตเสมอกันต่างห่าง
แต่สำหรับคนที่เป็นคู่เวรกัน...เขากลับมีความสุข..แม้ว่าความสุขนั้นจะเพียงจนเริ่มต้นของความทุกข์ในอนาคตก็ตาม ..คนเหล่านั้นก็ยังยินดีที่จะหลอกตัวเองว่า...เป็นความสุขอยู่อย่างนั้น...อันที่จริงหากมองในสายตาแห่งพุทธศาสนาแล้ว ก็จะพบว่า...ความตายของมนุษยที่มนุษย์ด้วยกันหยิบยื่นให้..มันคือ..บาปเสมอกันหมด..ไม่มีชั้นวรรณะ ..ไม่มีกาลเวลา...ซึ้งยังเป็นการเริ่มต้น...แห่งการก่อเวรอันไม่มีที่สิ้นสุด..ดังที่พุทธองค์ทรงตรัสไว้.เวรย่อมระงับได้ ด้วยการไม่จองเวร...
สวัสดีครับพี่ครูคิม
ลมหายใจเพื่อนคู่ใจเราครับ
ที่บอกให้ไป ผมไปเม้นท์มาแล้วนะครับ
สวัสดีครับ คุณผู้ไร้นาม
ที่คุณพูดมาก็ น่าคิดนะครับ
แต่การกระทำที่ก่อให้เกิด บุญ บาป และ ดีใจ กับสะใจ มันก็ต่างกันนะครับ