วิสัยทัศน์ไม่ใช่การมองไปข้างหน้าแต่เพียงอย่างเดียว
จำได้ว่าเมื่อไมโครซอฟท์ออก Windows 95 ใหม่ๆนั้นผู้คนทั่วทั้งโลกแตกตื่นกันมาก ต้องขอบอกว่าเป็นความแตกตื่นชนิดตื่นเทคโนโลยีจริงๆ ไม่ใช่ตื่นแฟชั่นแบบที่ Apple ออก iPad หรือของเล่นใหม่ๆมาจูงจมูกทาษเทคโนโลยีอย่างปัจจุบัน ใครๆก็ตื่นเต้นอยากใช้โปรแกรมที่เป็น GUI ในโลก PC เสียที เพราะในเวลานั้นมีแต่คนที่ใช้แม็คเท่านั้นที่มีโอกาส (ที่จริง Windows 95 ในช่วงแรกยังต้องรันอยู่บนดอสที่เรียกว่า DOS 7 อยู่ดี) ปรากฏการณ์ที่มีฝูงคน(ชน)ไปเข้าคิวรอซื้อราวกับรอรับของแจกฟรีในงานเทกระจาดจึงอุบัติขึ้น
มีคำถามว่ามีความจำเป็นมากน้อยขนาดไหนที่เราจะต้องเปลียนไปใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดอย่างเช่นการใช้วินโดวส์95 ในขณะนั้นด้วยความเร่งรีบ อันที่จริงเราอาจจะไม่เคยคิดที่จะตอบคำถามเหล่านี้ด้วยซ้ำไป เพราะอะไรน่ะหรือ เป็นไปได้หรือไม่ที่เราเองต้องการที่จะก้าวให้ทันเทคโนโลยีก็เพื่อผลักดันตัวเองให้ยืนอยู่แถวหน้าทั้งที่ยังไม่มีพื้นฐานที่แน่นพอ ยังมองได้ไม่ครอบคลุมในทุกด้าน หรือยังมีวิสัยทัศน์ที่มืดบอดบางด้านอยู่ เรามีความรู้เพียงแค่ตัวเทคโนโลยีเช่น มันทำงานอย่างไร ใช้อินเตอร์เฟสแบบไหน ฯลฯ เทคโนโลยีที่เรารู้จักไม่ก้าวพ้นจาก "Specification" นั่นอาจจะเป็นการสะท้อนถึงมุมมองของผู้คนในปัจจุบันที่จับอยู่เพียงสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือจุดใดจุดหนึ่งเพียงอย่างเดียว จึงไม่น่าสงสัยเลยว่าทำไมพวกเราจึงได้อ่อนด้อยเรื่องการวิเคราะห์สังเคราะห์จนเป็นปัญหาระดับชาติในวันนี้ 
เราคิดใช่ไหมว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ในยุโรปและอเมริกา หรือประเทศที่เจริญมากๆในเอเซีย(อย่างน้อยก็เจริญกว่าเรา)จะต้องทันสมัยและใช้เทคโนโลยีล่าสุดเสมอ คำตอบก็คงจะมีทั้งใช่และไม่ใช่ แน่นอนว่าบรรดาบริษัทชั้นนำเหล่านี้เป็นพวกแรกๆที่ได้ครอบครองเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดก่อนใครอยู่เสมอ แต่นั่นก็จะอยู่ภายใต้การบริหารจัดการการควบคุมและการวางแผนอย ่างรัดกุม สิ่งที่จะถูกนำมาใช้จะต้องมีความสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละภาคส่วน เป็นไปตามเงื่อนเวลาที่มีความเหมาะสม ผ่านการทดสอบวิเคราะห์วิจัยและทดลองมาแล้วเป็นอย่างดี และแน่นอนว่าต้องตอบโจทย์ในเรื่องของต้นทุนได้ จึงไม่น่าแปลกใจเลยหากมีใครบอกกับเราว่า หลังจากการออกตัวของวินโดวส์95 มาแล้วสี่หรือห้าปีบริษัทยักษ์ใหญ่เหล่านั้น หรือแม้แต่ไมโครซอฟท์เจ้าของผลิตภัณฑ์วินโดวส์ 95 เองยังคงใช้วินโดวส์ 3.1 ที่วิ่งบน DOS 6 อยู่เลย
หันกลับมาดูที่บ้านเราบ้างการนำเทคโนโลยีมาใช้หลายครั้งถูกมองว่าเป็นการวิ่งตามกระแสเสียมากกว่า แต่เราคงไม่อาจวิจารณ์วิถีหรือแนวปฏิบัติของบุคคลในระดับปัจเจกได้เพราะมันเป็นสิทธิ เสรีภาพของพวกเขาโดยพื้นฐานอยู่แล้ว แต่สิ่งเหล่านี้หากเกิดขึ้นกับองค์กรโดยเฉพาะที่เป็นหน่วยงานของรัฐ การตามกระแสเพื่อให้ทันสมัยแต่เพียงอย่างเดียวคงไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนจะยอมรับได้ การนำเทคโนโลยีมาใช้จึงต้องมีการจัดทำแผนงานรองรับอย่างเป็นระบบ มีการศึกษาวิจัยทดลองและจะต้องวิเคราะห์เพื่อออกแบบการใช้งานอย่างมีขั้นตอนโดยจะต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพ ต้นทุน มีการวางแผนให้รองรับกับระบบในอนาคตอย่างลงตัว ที่สำคัญจะต้องสอดคล้องเหมาะสมกับบริบทปัจจุบันขององค์กร
..ที่ผ่านมาสำหรับประเทศไทยองค์กรเช่นว่านี้มีสักกี่แห่ง คิดเป็นสัดส่วนเท่าไรกัน ?
ผู้เขียนมักจะมีความไม่สบายใจเสมอในขณะที่ออกประเมินสถานศึกษาในช่วงต้นๆของการมีกฎหมายนี้ สิ่งที่ได้เห็นอาจจะเรียกว่าความพยายามในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในองค์กร สิ่งเหล่านี้ถูกผลักดันมาจากปลายยอดของต้นสังกัด ไม่มีแม้แต่การนำมาทดลองใช้ หรือการอบรมบุคคลากรเพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้า เราได้เห็นโปรแกรมที่ถูกพัฒนาให้วิ่งบน Windows XP (ล่าสุดเวลานั้น)ถูกส่งไปให้ใช้กับเครื่อง PC ที่มีสมรรถนะเพียงรองรับได้ไม่เกิน Windows 98 เราได้เห็นความพยายามของบุคลากรในการติดตั้งโปรแกรมเหล่านี้ชนิดที่ชาวบ้านให้คำนิยามว่าตามมีตามเกิด และท้ายที่สุดก็ต้องลงขันกัน...ซื้อเครื่องใหม่
..หรือแม้แต่ความพยายามของครูที่ต้องส่งหนังสือผ่าน Internet ตามโครงการสารพัด E เพื่อสนองวิสัยทัศน์ที่บังเอิญพลั้งออกมาจากปากผู้นำสูงสุดขององค์กร ให้สำเร็จเพียงชั่วข้ามคืนด้วยการซื้อชั่วโมงอินเตอร์เน็ต(ส่วนตัว)มาใช้กับเครื่องที่บ้านเพราะที่โรงเรียนตั้งอยู่ห่างสายโทรศัพท์หลายสิบกิโลเมตร และในที่สุดหนังสือเหล่านั้นก็สามารถส่งถึงเขตพื้นที่ได้โดยรถจักรยานยนต์เก่าๆที่ผ่อนคุรุสภามาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆเมื่อยี่สิบปีที่แล้วของครูในโรงเรียนนั่นเอง
เราจะเรียกวิสัยทัศน์การบริหารจัดการเทคโนโลยีแบบนี้ว่าอย่างไรดี..ก้าวทันเทคโนโลยีแบบส่งเดชอย่างนั้นหรือ เราได้เคยคิดถึงความคุ้มค่าของงบประมาณ ประสิทธิภาพของงาน หรือทัศนคติของบุคคลากรอย่างถี่ถ้วนแล้วอย่างนั้นหรือ ตัวอย่างเหล่านี้เกิดขึ้นเสมอๆกับทุกองค์กร..องค์กรที่มีการซึมซับซึ่งทฤษฎี รูปแบบการบริหารจัดการที่ทันสมัยที่สุด จากการอบรมสัมมนาผู้บริหารและบุคคลากรซ้ำแล้วซ้ำเล่าโดยมืออาชีพชั้นนำค่าตัวแพงลิ่วปีแล้วปีเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่าทั้งสิ้น แต่ประสิทธิภาพของการใช้เทคโนโลยียังไม่ได้ถูกพัฒนาขึ้นแต่อย่างใด จนปัจจุบันการใช้เทคโนโลยีแบบส่งเดชเหล่านี้ได้แพร่ไปสู่เด็กรุ่นใหม่ที่จะมาเป็นอนาคตของชาติแล้ว
ครั้งหนึ่งผู้เขียนได้มีโอกาสช่วยงานญาติที่เป็นครูผู้สอนในโรงเรียนขนาดเล็กไม่ไกลจากกรุงเทพฯนักเพื่อเตรียมงานเปิดอาคารที่ได้รับบริจาคจากองค์กรเพื่อการกุศลที่เรารู้จักกันดี ด้วยการเป็นคนพื้นที่จึงไม่ได้พิถีพิถันเรื่องการแต่งกายอย่างใด โดยเฉพาะผู้เขียนเองก็ไม่ใช่บุคคลากรของที่นี่ด้วย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไมคนที่ไม่รู้จักจึงคิดว่าเป็นนักการของโรงเรียน การจัดงานนี้นับว่าใหญ่เกินกำลังของโรงเรียนเจ้าภาพ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาเพราะได้รับการช่วยเหลือจากพันธมิตรในกลุ่มสถานศึกษาอย่างเต็มที่ และจากการที่บรรดาคุณครูต่างมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดเหนียวแน่น แม้ว่าแผนงานในการดำเนินงานจะไม่ค่อยจะสมบูรณ์สักเท่าใด แต่งานก็เดินไปได้ด้วยดี
สิ่งที่หวังไว้ว่าจะเป็นไฮไลท์หนึ่งของงานก็คือ ได้มีการจัดเตรียมข้อมูลเพื่อนำเสนอในพิธีเปิดอาคารโดยมีการจัดเตรียมทั้งประวัติ ภาพนิ่ง ภาพเคลื่อนไหวและกำหนดตัวพิธีกรซึ่งได้มีการซักซ้อมกันไว้เป็นอย่างดี มีการติดตั้งโปรเจ็คเตอร์ไว้ล่วงหน้าพร้อมระบบเสียงสมบูรณ์แบบ นำเครื่องคอมพิวเตอร์ของโรงเรียนมาติดตั้งและทดสอบการใช้งานเป็นที่เรียบร้อย
สำหรับสื่อที่ใช้คุณครูโรงเรียนเทศบาลในเมืองอาสาให้หลานที่กำลังเรียนในระดับอุดมศึกษาแห่งหนึ่งมาจัดทำให้เนื่องจากมีความสามารถในการใช้ Presentation Software ซึ่งเธอก็ได้นำเครื่องคอมพิวเตอร์ของเธอมาจัดทำที่อาคารที่จะได้รับมอบ แต่เนื่องจากเครื่องคอมพิวเตอร์ที่นำมาไม่ได้นำจอภาพมาด้วยเธอจึงได้ขอให้ผู้เขียนจัดหาให้
คงไม่ไช่การมองอย่างอคติ แต่ผู้เขียนสังเกตว่าเด็กคนนี้มิได้จดจ่ออยู่กับงานที่ได้รับมอบหมายนัก เธอทำงานไปคุยโทรศัพท์ไปตลอดเวลา หลายครั้งที่ต้องลุกไปคุยโทรศัพท์เพื่อไม่ให้คนที่อยู่บริเวณนั้นได้ยินเสียงการสนทนา ตอนที่เอาจอมอนิเตอร์ไปให้ผู้เขียนยังได้บอกว่ามีอะไรให้ช่วยก็ขอให้บอก เธอมองหน้าผู้เขียนอย่างเย็นชาและไม่ได้พูดอะไร เมื่อทำงานเสร็จเธอก็กลับไปโดยไม่ได้ร่ำลาใครเลย สำหรับงานที่ทำเสร็จเธอได้ฝากคุณครูญาติของเธอไว้แล้วเพื่อที่จะทำสำเนาไว้อีกสำหรับกันความผิดพลาด
ไม่น่าเชื่อว่าเมื่อเริ่มงานพิธีรับมอบอาคารในวันรุ่งขึ้น การนำเสนอประวัติและข้อมูลที่เตรียมไว้เมื่อวานนี้พิธีกรต้องนำเสนอด้วยปากเปล่า ไม่มีแม้แต่ภาพถ่ายประกอบทั้งที่อุปกรณ์ที่เตรียมไว้พร้อมที่จะทำงานตลอดเวลา
ทำไมน่ะหรือ..ก็ Software ที่น้องคนนั้นเขาทำมันบันทึกบนสื่อ DVD แต่เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เตรียมไว้มีแต่เครื่องอ่าน CD นั่นเอง น้องเขาก้าวทันเทคโนโลยีจริงๆ เธอคงคิดถึงการนำไปใช้ในวันนี้ที่ทันสมัยหรือในอนาคต แต่คงจะลืมคิดถึงเทคโนโลยีของเมื่อวานที่ยังคงถูกใช้งานอยู่ในวันนี้ และก็จะต้องถูกใช้ไปจนถึงอนาคตแม้จะอีกไม่นานนักก็ตาม...
Windows 95 /Windows 98 /Windows XP /DOS 6 เป็นผลิตภัณฑ์ของบริษัท Microsoft Corporation

iPad เป็นผลิตภัณฑ์ของ Apple Inc.