นักเรียนประมาณ ๓๐ กว่าคนรออยู่ที่บ้านโฮมสเตย์ของจำปา เมื่อเห็นว่าพวกเรายังเดินทางไปไม่ถึง ทำให้บางคนเปลี่ยนใจไปช่วยพ่อแม่ขายของที่ตลาดมูเซอ บางคนไปหาหน่อไม้ บางคนไปเลี้ยงหมู บางคนไปไร่ เหลือนักเรียนอยู่ ๒๒ คน มีตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาไปจนถึงชั้นมัธยมปลาย และระดับชั้นอาชีวศึกษาและเยาวชนที่พ้นการศึกษาระดับต่าง ๆ แล้ว จึงเรียกกลุ่มนี้ว่า “เยาวชน”
ครอบครัวของจำปาต้อนรับพวกเราด้วยอาหารมื้อแรกเป็นแกงผักกาดดอย น้ำพริกมูเซอ และไส้อั่ว แคบหมู น้ำพริกหนุ่มของคุณครู krugui Chutima กัลยาณมิตรจากเชียงใหม่ส่งมาให้เป็นกำลังใจ และข้าวเมล็ดสั้น ๆ ร่วนและมันคล้ายข้าวของญี่ปุ่น สามารถปั้นจิ้มแบบข้าวเหนียวได้
สุรชัย หรือจะแคะซึ่งเป็นประธานเยาวชนของหมู่บ้านห้วยปลาหลด ได้ไปประสานงานกับผู้ใหญ่บ้าน (ทางการ) เพื่อประกาศประชาสัมพันธ์ให้นักเรียนและเยาวชนมาพร้อมกันที่อาคารอเนกประสงค์ ศูนย์พัฒนาชาวเขา
ศูนย์พัฒนาชาวเขา อยู่ท้ายหมู่บ้าน มีอาคารอเนกประสงค์และบ้านพักสำหรับเจ้าหน้าที่ ซึ่งตั้งขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๕๓๖ และรกร้างไม่มีผู้มาทำงานหรืออยู่อาศัยตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๔๒ แต่ยังสามารถใช้เป็นที่ประชุมหรือทำประโยชน์อื่น ๆได้
จาบูและนาคือ มาต้อนรับดูแลพวกเราอย่างดี ปัดกวาด เช็ดถู ดูแลสถานที่และเตรียมอุปกรณ์ เมื่อทราบว่าเราอยากได้ “ชุดมูเซอ” เขาส่งภาษากันและไปนำเสื้อผ้าชุดมูเซอมาเสนอขายให้พวกเรา แต่ราคาสูงมาก จึงเลือกได้กางเกงแบบผู้ชายของน้องออโต้เพียง ๑ ตัว รู้สึกแปลกใจมากที่ต่อราคาจาก ๒๕๐ บาทเป็น ๑๖๐ บาทแล้วได้เลย
ท่ามกลางบรรยากาศหนาวเย็น ฝนตกปรอย ๆ พวกเรารวมทั้งกลุ่มเยาวชนเริ่มกิจกรรมการแนะนำตัว ทั้งชื่อจริงและชื่อเล่น ทำให้พิศวงกับชื่อเล่นของชาวลาหู่ “ผู้ชายจะขึ้นต้นด้วยจาหรือจะ ส่วนผู้หญิงจะขึ้นต้นด้วยนาหรือนะ” เพราะจาหรือจะมีความหมายว่าเพศชาย ส่วนนาหรือนะหมายความว่าเพศหญิง และพวกเราได้ส่งผ่านความรักให้แก่กันด้วยมีเพลง "ตลอดเวลา" เป็นสื่อสัมพันธ์
กิจกรรม “เก็บเพชร” ได้เริ่มด้วยการเล่านิทานให้กลุ่มเยาวชนฟัง พร้อมกับชูเม็ดลูกปัดหลากสีให้กลุ่มเยาวชนดู สมมุติว่าเป็นเพชรพลอย นิทานมีอยู่ว่า “ณ หมู่บ้านชนบทแห่งหนึ่งประสบกับปัญหาการขาดแคลน ผู้คนว่างงาน ขาดที่ทำมาหากิน อาหารตามฤดูกาลจากป่าก็ร่อยหรอลง เพราะชาวบ้านนิยมขายพื้นที่ทำกินให้แก่นายทุนเพื่อนำไปปลูกพืชเชิงเดี่ยว นายทุนไม่จ้างแรงงานจากคนในหมู่บ้าน เพราะชาวบ้านแห่งนี้ไม่มีความถนัดเกี่ยวกับพืชเชิงเดี่ยว
ชายหนุ่มสามคน ได้รับความเดือดร้อนในการทำมาหากินเลี้ยงครอบครัว ต้องออกเดินทางเพื่อไปรับจ้างหารายได้ต่างบ้านต่างเมือง ระหว่างทางได้พบถ้ำแห่งหนึ่งจึงอาศัยพักนอน ปรากฏว่าที่ถ้ำแห่งนี้มีพระฤาษีอยู่ ๑ ตน ชายหนุ่มทั้งสามคนจึงถือโอกาสขอพรจากพระฤาษี
พระฤาษีได้ถามชายหนุ่มทั้งสามคนว่า “เจ้าต้องการสิ่งใดกัน” ชายทั้งสามได้บอกความต้องการของตนเองที่ต่างกัน “คนแรกบอกว่าต้องการเป็นเศรษฐี คนที่สองบอกว่าต้องการพออยู่พอกิน คนที่สามบอกว่าต้องการร่ำรวยมหาศาล” เมื่อพระฤาษีได้ฟังความต้องการของชายหนุ่มแล้วจึงแสดงการให้โอกาสว่า “ไม่ยากเลยหาเจ้าเดินพ้นประตูถ้ำไปแล้วเห็นอะไรขอให้เก็บทุกอย่างมีคุณค่า”
ชายหนุ่มสามคนพบกิ่งไม้ ใบไม้ ก้อนกรวด ก้อนดิน หิน ทราย ตอนแรกลังเลที่จะไม่เก็บ เมื่อชายคนที่สองเก็บทำให้คนแรกและคนที่สามเก็บตาม แล้วแบกถุงข้ามน้ำข้ามภูเขาไปไกลแสนไกล ยังไม่พบสิ่งของมีค่า ยิ่งแบกยิ่งหนัก ทำให้ชายคนแรกและคนที่สามเททิ้ง เหลือก้อนกรวด หิน ดินทราย อยู่ภายในถุงเพียงเล็กน้อย
เมื่อเหนื่อยมากทั้งสามจึงหยุดพัก ชายคนแรกและคนที่สามได้เทถุงเพื่อจะให้เศษต่าง ๆ ที่ติดก้นถุงออกให้หมด ปรากฏว่าสิ่งเหล่านั้นคือเพชรพลอยอัญมณีมีค่า ทำให้ชายคนที่สองเทถุงของตนเองบ้าง ปรากฏว่าเต็มไปด้วยเพชรพลอยระยิบระยับเต็มถุง มากกว่าเพื่อน ๆ”
ข้อคิดของนิทานกับการมาร่วมกิจกรรมค่ายฯ ครั้งนี้ให้เยาวชนได้นำมาใช้ตลอดระยะเวลาในการเข้าค่าย และมีเงื่อนไขว่า “หากใครมีส่วนร่วมให้เก็บเพชรไปครั้งละ ๑ เม็ด เมื่อจบกิจกรรมในแต่ละวันให้นับเพชรของตนเองเพื่อรับรางวัล ผู้ที่ได้เพชรมากที่สุดจะเป็นผู้สิทธิ์เลือกรางวัลตามชอบใจ” และนอกนั้นจะเป็นรางวัลที่คณะแจกให้
กิจกรรมการเรียนรู้จึงได้เริ่มขึ้นโดยแบ่งเยาวชนออกเป็น ๖ กลุ่มให้ทำการสัมภาษณ์ผู้มาใหม่คือครูคิม ครูแมว คุณเจษ คุณเกม คุณหิ่งห้อย และหนานเกียรติ แล้วเล่าสิ่งที่ได้รับมาจากการสัมภาษณ์ให้เพื่อน ๆ ฟัง เป็นการฝึกตั้งคำถาม
บรรยากาศหนาวเย็นและละอองฝนได้กระจายลงสู่พื้นอาคาร ประกอบกับลมแรงมาก ทำให้กระดาษปลิวและเปียกชื้น แต่ที่ทารุณมากคือความหนาวเย็นจับขั้วหัวใจ โชคดีที่มีเสื้อกันหนาวไปบริจาค ๕ ตัวครบคนพอดี แม้ว่าเสื้อจะตัวเล็กแค่ไหนก็ควรใส่ให้พอดี พวกเราได้ย้ายที่ไปบ้านผู้ใหญ่บ้าน (ทางการ) ทำกิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง “คำถาม” ที่นั่น เด็กและเยาวชนชาวลาหู่สนใจร่วมกิจกรรมและเก็บเพชรเพื่อสะสมคะแนนกันอย่างมีความสุข
ห้องโถงบ้านผู้ใหญ่บ้าน มีเตาไฟอยู่มุมห้อง เมื่อไปถึงนะคายเด็กหญิงผู้คล่องแคล่วคนหนึ่งรีบเข้าไปก่อไฟ และไฟติดปลายไม้ทันทีมีกลิ่นเหมือนยางไหม้เล็กน้อย ภายหลังทราบว่าเศษไม้ที่นะคายใช้ติดไฟนั้นเป็นไม้สน และนำกาน้ำมาตั้งเพื่อจะชงชา ผู้ใหญ่บ้านรับรองพวกเราด้วยน้ำชา กิจกรรมดำเนินไปจนถึงเวลา ๑๗.๐๐ น.หยุดพักให้เยาวชนไปเลี้ยงหมู พวกเราไปทานอาหารเย็น อาบน้ำและนัดพบกันในเวลาค่ำคืน ณ ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านแห่งนี้เหมือนเดิม






เย้....จองก่อน ผ่อนทีหลัง
เมื่อเข้ามาใน GTK แห่งนี้ krugui ก็เริ่มเก็บเพชรใส่เซฟไปเรื่อยๆ ตามกำลังความสามารถของสมอง แต่ดูเหมือนว่ายิ่งเก็บยิ่งสนุกและรู้สึกไม่หนักเลย เพราะรู้จักเลือกเก็บแต่สิ่งที่สนใจและเติมเต็มในสิ่งที่ยังเรียนรู้ไม่หมด..
ขอบคุณกับทุกบันทึกที่ถ่ายทอดออกมาให้ได้เรียนรู้อย่างไม่มีวันจบสิ้น..
อ้อ..พี่คิมค่ะ เพื่อนหมอของพี่นั้นเขายกครอบครัวไปอยู่เมืองนอกแล้วค่ะ แต่ไม่ทราบว่าเป็นประเทศไหน???
ฝากมาบอกว่า
นะคะพี่...
สวัสดีค่ะ พี่คิม
บรรยากาศน่านอน น่าเที่ยว ท่ามกลางธรรมชาติ
ดูเหมือนจะหนาวเย็น ชุ่มชื้น
ถ้าอยากไปพักโฮมสเตย์บ้างต้องทำยังไงคะ
เด๋ี๋ยวนี้งานราชการเหนื่อยนะคะ ต้องทำงานนอกเวลาด้วย เวลาสำหรับพักก็น้อยลง
อยากไปชาร์ทแบดให้ตัวเอง นอนเล่นตามป่าเขาบ้าง
บรรยากาศคงสดชื่นรื่นรมย์ไม่น้อย
สวัสดีค่ะพี่คิม
มาเยี่ยมชมและอ่านบันทึกค่ะ และมาส่งกำลังใจให้ด้วยน่ะค่ะ
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะพี่คิม ที่นู้น คงจะหนาวมากๆน่ะค่ะ
ที่ระนองฝนตกหนักมากๆค่ะ พี่คิมทำงานสนุกมั๊ยค่ะ สบายดีรึปล่าวเอ่ย
รักษาสุขภาพด้วยค่ะ
สวัสดีค่ะ พี่คิม
ติดตามอ่านค่ะ สนุกดี และได้เติมเต็มส่วนที่น้องแมวนอนหลับ 555
จาก...นาฟี
สวัสดีค่ะน้องkrugui Chutima
สวัสดีค่ะน้องnana งาน พสว.ศอ.8
สวัสดีค่ะน้องธรรมทิพย์
สวัสดีค่ะน้องหนูรี
สวัสดีค่ะคุณหมอนาย เต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี
สวัสดีค่ะครูบันเทิง.com
มาส่งกำลังใจให้พี่คิมค่ะ
สวัสดีค่ะนาฟีมนัสนันท์
สวัสดีค่ะน้องครูอรวรรณ
สวัสดีค่ะ พี่คิม
ติดตามอ่านค่ะ สนุกดี และได้เติมเต็มส่วนที่น้องแมวนอนหลับ 555
จาก...นาฟี
สวัสดีค่ะน้องมนัสนันท์
กำลังทำโปรแกรมอยู่ค่ะ
จาสมชาย เธอเกรงจะไม่ไปทำให้
เป็นโรงเรียนที่น้องครูวิสอนอยู่ วันนี้โทรบอกว่าคิดถึงพี่ครูคิม
ให้ทางโรงเรียนทำหนังสือขอตัวนะคะ
อีกอย่างโรงเรียนอยู่ระหว่าก่อสร้าง
เราคงต้องจัดแบบไปเช้าเย็นกลับ
และวันสุดท้ายร่วมกันถอดบทเรียน
และร่วมวางแนวทางต่อยอดกิจกรรมจิตอาสาค่ะ
ขอบคุณค่ะ