"Selfish", when applied to genes, doesn't mean "selfish" at all.

คืนที่ผ่านมา หลังจากนั่งเขียนวิทยานิพนธ์ทั้งวันด้วยภาวะสมองอันตรึงเครียด ผมเลยหาวิธีการปลดปล่อยความคิดให้เป็นอิสระโดยการดูหนังเก่า ๆ ที่ซื้อเก็บไว้ หนังที่ใครบางคนได้ดูแล้วถึงกับน้ำตาไหลเลยทีเดียว

A Beautiful Mind....คงพอจะจำกันได้นะครับว่าหนังเรื่องนี้สร้างขึ้น (โดยอ้างว่า) เป็นชีวประวัติของนักคณิตศาสตร์ผู้โด่งดังที่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์ Prof.Dr. John Forbes Nash จากมหาวิทยาลัย Princeton แต่จากการติดตามคำบอกกล่าวของ Nash เองเขาบอกว่าหนังเรื่องนี้ที่อยู่ในเวลาอันจำกัดจบในไม่เกินสามชั่วโมงคงไม่สามารถนำมาเทียบกับชีวิตที่ผ่านมาหลายสิบปีของเขาได้เลย

ทษฤฏีที่ Nash ได้นำมาใช้และพัฒนาจนส่งผลให้เขาได้รับรางวัล Nobel สาขาเศรษฐศาสตร์ที่เป็นที่รู้จักกันและมีการนำไปประยุกต์ใช้อย่างกว้างขวางแทบทุกสาขาวิชาเลยก็ว่าได้โดยเฉพาะเศรษฐศาสตร์ นั่นก็คือ Game Theory หรือที่ภาษาไทยเรียกว่าทฤษฏีเกมส์ อะไรคือที่มาที่ไปของทฤษฏีเกมส์ ทำไมถึงมีความสำคัญและได้รับการยกย่อง หากสนใจก็ติดตามอ่านกันได้ทั่วไปในหนังสือเศรษศาสตร์หลาย ๆ เล่มนะครับ

เอ๊ะ แล้วทฤษฏีเกมส์ (Game Theory) กับยีนเห็นแก่ตัว (Selfish Gene) หัวข้อที่ผมตั้งมันเกี่ยวข้องอะไรกันเหรอ อ่านไปคงสงสัยไปนะครับ

ก่อนอื่นต้องออกตัวก่อนเลยว่าูผมไม่ได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านทฤษฏีเกมส์และไม่ได้มีความรู้มากมายเรื่องยีนเห็นแก่ตัว แต่ที่อยากจะเขียนไว้ก็เพื่อเก็บและจดจำสิ่งที่ได้จากการอ่านฟังและดู ประมวลความรู้แล้วสรุปด้วยตัวผมเอง เฉย ๆ นะครับเพราะฉะนั้น ถ้าผมเขียนพลาดอะไรไปท่านผู้รู้ช่วยกรุณาตักเตือนจะเป็นพระคุณอย่างสูงครับ

The Selfish Gene ตีพิมพ์ในปี 1976 เป็นหนังสือที่แต่งโดย Richard Dawkins* บัณฑิตจาก Oxford ซึ่งถือได้ว่าเป็นหนังสืออาหารสมองสำหรับนักอ่านเลยทีเดียวครับเพราะหนังสือเล่มนี้พูดถึงชีวิตโดยใช้หลักการวิทยาศาสตร์เข้าช่วย สำหรับผมแล้วเป็นหนังสือที่อ่านยากพอสมควร แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นหนังสือที่อ่านสนุกมากด้วยเหมือนกัน ไม่ใช่แค่นักวิทยาศาสตร์นะครับ นักธรรม หรือใคร ๆ ที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้อาจจะเห็นพ้องต้องกันกับผมเลยว่า บางสิ่งที่เขาพูดถึงในหนังสือนั้นพระพุทธเจ้าก็ได้กล่าวไว้เช่นกันเมื่อ 2553 ปีที่แล้ว

เมื่อทราบที่มาที่ไป ของ Game Theroy และ Selfish Gene แล้วคราวนี้เราลองมาดูรายละเอียดและความสัมพันธ์ของทั้งสองเรื่องกันดูครับ

ทฤษฏีเกมส์ว่ากันคร่าว ๆ เกี่ยวข้องกับการตัดสินใจเพื่อเพิ่มประโยชน์สูงสุดให้กับตัวเองDawkins ได้เขียนไว้ในหนังสือ The Selfish Gene โดยใช้ทฤษฏี Game นี้ในการอธิบายลักษณะการแข่งขันของยีนส์ ประโยคที่ Dawkins ใช้ทฤษฏีเกมส์ในการอธิบายความเห็นแก่ตัวของยีนนั้น ผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยคนี้ครับว่า 'It is our genes that adapt, and fight for survival. Our bodies are merely survival machines built by our genes as a means of passing themselves from one generation to the next'.  ถ้าจะสรุปความตามความเข้าใจของผม ได้เป็นภาษาที่ง่าย ๆ  ได้ว่า มันก็คือยีนส์ของเรานี่แหละที่ปรับตัว ต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ร่างกายของเราเป็นเพียงสิ่งที่ยีนส์สร้างขึ้นเพื่อปกป้องตัวของยีนส์เองและยีนส์มีการการรักษาตัวของมันเองไว้โดยการถ่ายทอดไปสู่รุ่นต่อ ๆ ไป เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็นถึงความเห็นแก่ตัวของยีนส์ที่มันจะยังคงเพิ่มขึ้นคงอยู่ ดับไป และถ่ายทอดไปยังรุ่นลูกรุ่นหลานไปตลอดกาลนานนั่นเอง (งงไหมครับผมก็งงเหมือนกัน) พูดง่ายๆ คือยีนส์จะมีลักษณะที่เรียกว่าเห็นแก่ตัวก็คือมันจะต้องรักษาตัวของมันเองไว้ครับ ซึ่งแน่นอนอันนี้มันไม่เกี่ยวข้องกับจิตสามัญสำนักของคนแต่อย่างใดแต่มันเกิดขึ้นได้ก็ด้วยตัวของมันเอง (ไม่รู้ว่ายีนส์เองคิดได้ขนาดที่คนเราคิดหรือเปล่า หรือคิดได้ลึกซึ้งกว่า) จริง ๆ Dawkins ก็เขียนด้วยนะครับว่าเรื่องที่เขาเขียนนี้ไม่เกี่ยวข้องอย่างใดกับความเห็นแก่ตัวของคนนะครับ แต่ถ้าเราคิดให้ลึกซึ้งการใช้คำว่า selfish ของ Dawkins ก็ทำให้เรามองภาพ จิตนาการความเห็นแก่ตัวของยีนส์ได้ง่ายขึ้นดีเหมือนกัน 

เพราะฉะนั้นประโยคที่ว่า The gene is the primary unit of natural selection ก็ตีความได้ว่า ยีนส์คือหน่วยมูลฐานที่ผ่านการคัดเลือกโดยธรรมชาติ  หมายความว่า สิ่งมีชีวิตทุกชนิด เป็นเพียงเกราะหุ้มหรือเครื่องมือสำหรับการดำรงชีวิตของยีนส์นั่นเอง เพราะฉะนั้นประโยคนี้เองที่น่าจะไประคายหูผู้ที่มีความเชื่อเรื่องทฤษฏีวิวัฒนาของคุณลุง Darwin ได้พอสมควร

มีบทสำคัญที่ทำให้ผู้อ่านตื่นเต้นที่ผมอยากจะเอ่ยถึงอีกนิดหน่อยก็คือบทที่เกี่ยวข้องกับ Memes ครับ Dawkins ให้คำจำกัดความ Memes ว่ามันคือ a new type of replicator (จะแปลว่าอะไรดี)  ผมแปลไม่ออกแต่ขออธิบายว่า Memes คือลักษณะหรือหน่วยความคิดที่ทำหน้าที่คล้าย ๆ กับสิ่งมีชีวิตที่สามารถผลิตขึ้นได้ใหม่ กลายพันธุ์ หรือแปรสภาพได้ (งงงอีกแล้ว) Memes ที่แข็งแรงก็จะอยู่รอด แน่นอนครับ Memes ที่อ่อนแอก็จะสูญสลายหายไปในที่สุด ตัวอย่างที่ชัดเจนของ Memes ก็คือ ศาสนา ศาสนาเป็น Memes ที่มีความสามารถสูงในการผลิตตัวเอง ถ้าศาสนาไหนที่แข็งแรงก็จะอยู่รอดมาจนถึงทุกวันนี้ ยกตัวอย่างเช่นความเชื่อเรื่องผีสางนางไม้ซึ่งเป็น Memes ที่ไม่แข็งแรงก็จะถูกกำจัดโดย Memes ที่แข็งแรงกว่านั่นเอง จริง ๆ เรืองที่ว่าด้วย Memes การเมืองก็น่าจะเป็นหนึ่งในนี้นะครับ

จบดีกว่า เอาเป็นว่าผมได้ดูหนังเรื่อง A Beautiful Mind แล้วได้ติดตามทฤษฏีที่เรียกว่า Game Theory และได้ติดตามการใช้ทฤษฏีนี้ในทางวิทยาศาสตร์โดยใช้อธิบายในเชิงชีววิทยาเกี่ยวกับ Selfish Gene ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าสนใจ มีการศึกษากันมานานแล้วครับ บ้านเราอาจจะหาหนังสือประเภทนี้อ่านกันได้ยากซักหน่อย

ก็ขอบพระคุณที่อ่านจนจบครับ

*Ps. ถ้าจำกันได้นะครับผู้แต่งคนเดียวกันนี้ที่เีขียนหนังสือเรื่องThe God Delusionหนังสือขายดีในปี 2006 ซึ่งผมไม่รู้เหมือนกันว่ามีการแปลเป็นภาษาไทยแล้วหรือยังแต่ที่แน่ ๆ คือหนังสือแนวนี้มีการแปลเป็นภาษาไทยน้อยมากครับ จริงๆ รัฐบาลน่าจะสนับสนุนเพราะหลาย ๆ คนที่มีปัญญหาด้านภาษาอังกฤษอาจอ่านแล้ววางในเวลาไม่ถึง 5 นาที