ดิฉันเพิ่งกลับจากนำกลุ่มพนักงานใหม่ของมหาวิทยาลัยไปทำกลุ่มสัมพันธ์ ที่สถานีพัฒนาและส่งเสริมการอนุรักษ์พันธ์พืชและสัตว์ป่าจังหวัดนครศรีธรรมราช คนแถวนั้นเรียกกันว่า "เขาพลายดำ" โดยความมุ่งหวังว่าในส่วนของเนื้อหาการสร้างสัมพันธภาพระหว่างคนในองค์กร นอกจากสร้างความสัมพันธ์กันธรรมดาแล้ว เราน่าจะแทรก "จิตสำนึกรักและหวงแหนธรรมชาติ" เข้าไปได้ด้วย ที่เขาพลายดำ บรรยากาศดูเป็นใจกับสิ่งที่ผู้จัดวางไว้  บนภูเขาสูง โอบอ้อมไปด้วยป่ามองลงไปข้างล่างเห็นหาดสิชลทอดยาวจรดเส้นขอบฟ้า  เราไปกัน 110 คน แบ่งพักเต็นส 50 คน ตามความสมัครใจที่เหลือนอนบ้านพัก เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเราประมาณ 10 คน มีอัธยาศัยใจคอ ที่เป็นมิตร อ่อนน้อมถ่อมตน และเป็นธรรมชาติเราลงความเห็นตรงกันว่าทีมงานที่นี่น่ารักมากพวกเขาทุกคนดูแข็งแรง ใจดี อ่อนน้อมและพร้อมทำหน้าที่ปกป้องสิ่งที่เขาหวงแหนได้ด้วยชีวิตและอุทิศตน ราวกับว่า "ธรรมชาติกล่อมเกลานิสัยได้"  เราจัดช่วงเดินป่าศึกษาธรรมชาติไว้ 3 ชั่วโมงเต็ม ทุกคนประทับใจ น้องคนหนึ่งบอกในช่วงทำ AAR ว่า "ผมรู้สึกว่าได้พักผ่อนอย่างจริงจังมีป่าโอบล้อมผมไว้  มีทะเลให้ทอดสายตาไปยาวไกลสุดตา"การเดินศึกษาธรรมชาติทำให้ผมเห็นสมดุลย์ มีไม้เล็ก ไม้ใหญ่ มีไลเค้น มอส เฟิร์น  เถาวัลย์  เห็ดรา ปลวก พูพอน  "ไทร" นักบุญแห่งป่า นักฆ่าแห่งพงไพร"  ทุกอย่างเป็นห่วงโซ่พึ่งพาอาศัยกัน ขอบคุณ มอ.ที่พาผมมาที่นี่ จริงอย่างที่น้องเขาว่าดิฉันเองก็พลอยอิ่มเอม กับงานชิ้นนี้ไปด้วย เรียนรู้จากป่าเรียนรู้การพึ่งพาอาศัยกัน ของธรรมชาติ ขอบคุณท่านหัวหน้าวิโรจน์ นาคแท้  หัวหน้าศูนย์ฯ ที่คอยดูแล ต้อนรับและจัดโปรแกรมที่มีค่าสำหรับพวกเรา
สิ่งที่ดิฉันได้เรียนรู้
    "คุณค่า"แท้ไม่ต้องโฆษณา คนที่ได้เห็นจะเข้าใจโดยไม่ต้องอธิบาย แต่คุณค่าแท้ก็ยังแพ้ความโลภของมนุษย์ "

"ยามเย็น"


ขอขอบคุณมายัง สถานีพัฒนาและส่งเสริมอนุรักษ์ฯ อีกครั้งที่ทำหน้าที่อย่างเต็มกำลัง "ประทับเป็นคุณค่าในความทรงจำ"ของคนรุ่นใหม่ ม.สงขลานครินทร์