เมื่อเสียงนั้นวิ่งเข้ามากระทบโสตประสาท เกิดการรับรู้ว่า “ด่ากู”
วันหนึ่งข้าพเจ้าเดินทางจะไปทำธุระในกรุงเทพฯ ไปนั่งรอรถเมล์ที่ป้าย รถเมล์ย่านรังสิต นั่งชะเง้อมองรอสายที่ต้องการใช้บริการ ยังไม่มาสักที แต่มีชายคนหนึ่งมายืนระยะห่างพอควรแล้วชี้หน้าด่าๆๆ คนทั้งหลายทั้งนั่งและยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์ต่างตะลึง บางคนลุกหนีไปด้านหลังป้ายรถเมล์ เพราะหน้าตาและท่าทางชายคนนั้นน่ากลัว แต่ข้าพเจ้านั่งจ่องหน้าเขาไม่ลุกไปไหนด้วยความตะลึงงัน แล้วเขาคนนั้นก็เดินจากไป คนที่ลุกหลบไปก็กลับมานั่งเหมือนเดิม เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
วิเคราะห์ดูความรู้สึกของคน (ที่ว่ากันว่าปกติ) โดยทั่วไปกันสักนิด
เมื่อเสียงนั้นวิ่งเข้ามากระทบโสตประสาท เกิดการรับรู้ว่า “ด่ากู” ความรู้สึกที่เกิดขึ้น คือ โกรธ “แกเป็นใครว่ะมาด่าข้า” (อวิชชา) อยากจะตอบโต้ (ตัณหา) แต่ประสาทสั่งการช้าไป ไม่ทันตอบโต้ มันไปแล้ว ได้แต่เก็บความสงสัย และความโกรธไว้ในใจ (อุปาทาน) นึกในใจว่าอย่าให้กูเจอมึงอีกนะ กูจะส่งคำด่าคืนมึง สภาวะเช่นนี้ทำให้เป็นทุกข์ตลอดมา
ต่อมารู้ (วิชชา/ปัญญา) ว่า คนที่ด่านั้นเป็นคนไม่ปกติ (บ้า) ตัณหา อุปาทาน และความทุกข์ก็มะลายสลายตัวหายตามกันไปหมด ใจกลับคืนสู่สภาพปกติ เพราะวิชชา หรือปัญญาที่เกิดขึ้น
อวิชชา จึงเป็นเหมือนหัวรถไฟที่ลากจูงตู้ขบวนของความทุกข์ต่างๆ
ส่วน วิชชา เป็นขบวนของความไม่ทุกข์ นี่คือ กระบวนการเกิดทุกข์ และการดับทุกข์ ที่เวียนเกิดดับอยู่ในชีวิต
ด้วยเหตุดังกล่าวนี้ หลวงพ่อพุทธทาสจึงกล่าวว่า “ความทุกข์เกิดไม่ได้ ถ้าเข้าใจเรื่องผัสสะ” หรือ “ความทุกข์จะไม่โผล่ หากไม่โง่เมื่อผัสสะ”
ทั้งหมดทั้งมวลนี้ แก้ไขได้ด้วย สติ ระลึกรู้เท่าทัน ปัญญา รู้การดับทุกข์นั้นๆ
รู้เท่าทัน สิ่งที่มากระทบ
ขอบพระคุณสำหรับบทเรียนครับ...
ขอบคุณครับ คุณPhornphon
รู้เท่าทันสิ่งใดก็คงไม่ยิ่งใหญ่เท่ารู้เท่าทันการกระทบ
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
*** แวะมาอ่านบันทึกดีๆ
*** อาจารย์หายไปนานนะคะ
สวัสดีครับพี่/ครูคิม น่าเห็นใจ/สงสารแม่ค้าจังเลยนะ ที่เก็บความโกรธไว้กัดกร่อนจิตตนเองซะนาน ปล่อยให้ไหลผ่านดังสายน้ำก็บ่อได๋น้อ
ขอบคุณครับ คุณศิรินทร มีวงศ์
สวัสดีครับ คุณกิติยา ขอบคุณที่ยังตามมาชม ตอนนี้กลับมาแล้วครับ
และตั้งจิตไว้ว่าจะพยายามทำบันทึกทุกวันให้ได้ตลอดพรรษานี้ ครับ
สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม หากพวกเราชาวพุทธที่แท้จริง อยากหลุดพ้นจากวัฏฏสงสารนี้ เราต้องฝึกกำหนดรู้ กำหนดให้ได้ทุกครั้ง ถ้าได้ยินเสียงที่ทำให้ทุกข์ก็กำหนด ได้ยินหนอ ถ้าตาเห็นสิ่งที่ทำให้จิตใจเศร้าหมองขุ่นมั่ว ก็ต้องกำหนดเห็นหนอ แต่ถ้ามัยฟุ้งซ่านมากลองหลับตากำหนดรู้หนอและหายใจเข้าลึกกกกๆ และค่อยๆปล่อยลมหายใจออกยาว ลองทำดูนะ สัก 10 นาที จะทำให้เราคลายเครียดลง คลายกังวลลง มีความนิ่งพอจะคิดอ่านทำการใดๆ ต่อไปได้
แต่ถ้าอยากหมดทุกข์จริง มาศึกษาเรื่องความว่างกันเถอะ ..นิพานา
สวัสดีท่านผู้ไร้นาม
ทุกวันนี้ผมก็พยายามทำใจให้มันว่างๆ อยู่แต่มันยากจังเลยท่านเอ้ย
และก็อยากจะนิพพานเหมือนกัน
มันก็ได้เป็นขณะๆ ผีเข้าผีออกอยู่นี้แหละครับบบบ
ดีค่ะอาจารย์