ต่อจากบันทึกที่ 1)ไปเป็นทีม  วันที่ 3 ก.ค. เวลา 6.00 น. เสียงโทรศัพท์อัตโนมัติที่พนักงานโรงแรมตั้งไว้ปลุกพวกเราตื่น หลังจากจัดแจงตัวเองเรียบร้อยก็เก็บข้าวของเตรียมเช็คเอาท์ ลงมารับประทานอาหารเช้า
      คุณโอ๋ลืมคูปองอาหารไว้บนห้องพัก จึงต้องกลับขึ้นไปเอาอีกรอบหนึ่ง ด้วยความเป็นห่วงคุณโอ๋จึงได้ชะโงกไปดูความเรียบร้อยในห้องท่านเอื้อ  แล้วก็ได้พบว่าท่านเอื้อลืมโทรศัพท์และกุญแจห้องพักไว้ จึงได้นำลงมาด้วย ช่างเป็นความอาทรที่เรามีให้แก่กันอย่างน่าประทับใจอย่างยิ่ง
เรารับประทานอาหารเช้ากันอย่างเอร็ดอร่อย และพร้อมออกเดินทางไป รพ.กรุงเทพภูเก็ต เมื่อเวลา 7.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที รถก็พาพวกเรามาจอดที่หน้า รพ.กรุงเทพภูเก็ต
ว้าย!... มีรถกอล์ฟจอดอยู่ด้านหน้ารพ. 1 คัน  สอบถามพนักงานได้ความว่า เมื่อมีรถเข้าจอดในลานจอดรถปุ๊บ รถนี้จะไปจ่อท้ายเพื่อรอรับผู้ป่วยทันที
เฮ้อ! อยากนั่งจัง แต่ไม่กล้าขอนั่งเกรงว่าท่านเอื้อจะดุเอา  จึงรีบวิ่งตามทีมของเราเข้าไปในตัวอาคาร....อุ๊ย! ประทับใจจัง...เมื่อเห็นว่าที่หน้าเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์วาง monitor คอมพ์ไว้ หันหน้าออกมาให้ผู้มาติดต่อได้เห็นหน้าจอด้วย วัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้มาติดต่อได้เห็นข้อมูลไปพร้อมๆกันด้วย เช่นอ่านชื่อผู้ป่วยว่าถูกต้องไหม? เป็นต้น
     ไม่มีเวลาแล้วค่ะ เพราะการประชุมจะเริ่มเวลา 8.00 น. พี่เม่ยจึงเร่งเดินตามทีมงาน (เอ....บันทึกไปก็สงสัยว่า ทำไมเขาไม่ยอมรอเราบ้างเลยนะ...พี่เม่ยต้องวิ่งตาม เดินตามตลอด....คำตอบก็คงลอยๆมาว่า อยากเถลไถลแวะโน่น ดูนี่ทำไมล่ะ)
      คุณหมอก้องเกียรติ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกล่าวเปิดการประชุม หลังจากนั้นทีมของเราก็เริ่มทำงานกันอย่างเต็มที่
การบรรยายรอบแรกในช่วงเช้า ด้วยเวลาที่จำกัดและเนื้อหาค่อนข้างมาก บรรยากาศจึงค่อนข้าง" ฝืด" เล็กน้อย อาจเป็นเพราะผู้เข้าร่วมฟังบรรยายซึ่งเป็นคุณกิจมาเพราะ "ต้องมา" บางคนบอกว่ายังไม่รู้เลยว่ามาฟังเรื่องอะไร แต่ที่มาเพื่อให้มี record การเข้าอบรมให้ได้ตามเป้าที่ทีมพัฒนาฯของ ร.พ. กำหนดไว้
พอพักทานอาหารเที่ยง พวกเราไม่ปล่อยให้ปัญหานี้ผ่านไปค่ะ ท่านเอื้อขอ AAR เล็กๆในโต๊ะอาหาร พวกเรามีความเห็นตรงกันว่าในช่วงบ่ายคงต้องปรับเปลี่ยนวิธีบรรยายใหม่ ลดเนื้อหาลง เพิ่มสีสันในการบรรยายให้กระตุ้นผู้ฟังได้มากขึ้น แล้วเราก็ให้กำลังใจกันด้วยค่ะ ว่าเช้านี้ทำได้ดีแล้ว แต่บ่ายนี้เราจะทำให้ดีขึ้นไปอีก
เริ่มช่วงบ่ายด้วยการที่ท่านเอื้อเปลี่ยนบทบาทตนเองจากการนั่งบรรยายหน้าคอมพ์ฯ เป็นการออกมายืนบรรยายพร้อมทั้งมีคำถามและตามหาคำตอบจากผู้ฟัง ทำให้บรรยากาศมีความกระตือรือร้นมากขึ้น   ส่วนพี่เม่ยก็เดิมๆเหมือนช่วงเช้า (แต่คุณโอ๋มาบอกทีหลังว่า ช่วงเช้าพี่เม่ยยกตัวอย่างแบบทางบวกคือ "ให้ทำอย่างนี้" ส่วนช่วงบ่ายการยกตัวอย่างค่อนไปทางลบคือ "อย่าทำอย่างนี้")  ส่วนคุณโอ๋และคุณไมโต ก็สามารถบรรยายกระตุ้นผู้ฟังให้สนใจเรื่องการใช้บล็อกในการ ลปรร.ได้เป็นอย่างดีค่ะ
การบรรยายจบลงด้วยการที่คุณไมโต กับคุณโอ๋ ให้ผู้เข้าฟังบรรยาย 3-4 คน ได้ทำ AAR เพื่อเป็นตัวอย่างถ้าต้องการนำไปปฏิบัติจริง ทุกคนพูดเหมือนกันว่าอยากให้มี workshop พวกเราจึงฝากงานไว้ให้กับทีม TQM ของ ร.พ. ช่วยจัดต่อให้ด้วยค่ะ
การทำงานในวันนี้ พี่เม่ยสังเกตว่าเราได้ ทำงานเป็นทีม กันอย่างแท้จริง เพราะทุกคนช่วยกันเสนอความคิดเห็น ช่วยกันแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยไม่ปล่อยให้ปัญหาที่เกิดขึ้นผ่านเลย เรามีความตั้งใจร่วมกันที่จะทำงานให้ออกมา ดีที่สุด
ขอบคุณโอกาส....ที่ได้เปิดให้พี่เม่ยได้ร่วมงานกับทีมงานทุกท่านค่ะ