สวัสดีค่ะทุกคน

       วันนี้จัดหนังสือห้องสมุดโรงเรียน เจอนิตยสารเก่าๆเลยเอามานั่งอ่าน ก็เลยได้อะไรดีๆมาฝากเพื่อนๆค่ะ ไปอ่านนิตยสารดิฉัน เห็นบทความที่น่าสนใจ(ไม่แน่ใจว่าผู้เขียนคือใคร เพราะหน้ากระดาษขาดเล็กน้อย)  เป็นบทความชื่อว่า ความสุขจากการมองโลกในแง่ดี เป็นหัวข้อที่น่าสนใจมาก อยากแบ่งปันให้เพื่อนได้อ่านกันค่ะโดยเฉพาะ บริหาร มมส.รุ่น 3 ศูนย์ชุมแพ เห็นกำลังเครียดกับการทำ Is ยังไงก็มาอ่านบ้างนะคะ

      ในบทความกล่าวถึงความสุขของมนุษย์มีหลายอย่างหลายมิติ บางอย่างก็ฉาบฉวย บางอย่างก็ลึกซึ้ง แต่ความสุขเป็นสิ่งที่ดีที่ใครๆก็อยากได้ แม้จะรู้ว่ามักจะอยู่กับเราได้ไม่นานนัก ถ้าเราไม่ฝึกใจฝึกนิสัยให้มีความสุขอย่างแท้จริง ความสุขก็ล่องลอยไปจากตัวเราได้ง่าย

      มนุษย์ทั่วไปมักจะมองโลกชีวิตตัวเองและคนอื่นเป็น 3 แบบ คือ มองโลกในแง่ดีหรือบวก   มองโลกในแง่ไม่ดีหรือลบ  และมองโลกในแง่กลางๆหรือศูนย์   ตัวอย่างเช่นถ้าคุณนั่งอยู่คนเดียวในห้องโถงใหญ่ของโรงแรมชั้นหนึ่งที่มีผู้คนมาใช้บริการปะปนอยู่ จู่ๆมีผู้ชายคนหนึ่งที่คุณไม่รู้จักเข้ามาทักทายคุณว่า "สวัสดีครับ ไปไหนมาครับ" คุณคิดอย่างไรในแวบแรก

         ถ้าคุณคิดว่าเขาคงทักคนผิด  นั่นคือ คุณคิดแบบกลางๆ

         ถ้าคุณคิดว่าเขาอาจเป็นเพื่อนเก่าที่คุณจำไม่ได้ หรือเขาอาจจะอยากรู้จักคุณ นั่นคือ คุณคิดในแง่บวก

        ถ้าคุณคิดว่าเขาอาจเป็นมิจฉาชีพจะมาต้มตุ๋น  นั่นคือ คุณคิดในแง่ลบ

       มีคนเคยกล่าวไว้ คนที่คิดในแง่บวกเสมอจะมีความสุข เพราะจะมีความหวังเกิดขึ้นในใจเสมอ มีกำลังใจ มองตัวเองและคนอื่นแบบมีค่าและมีศักดิ์ศรี เข้ากับผู้คนได้ง่าย ได้รับความช่วยเหลือจากผู้อื่นเสมอ และสามารถแก้ไขอุปสรรคต่างๆในชีวิตและการทำงานได้ดี

        คนที่มองโลกในแง่ดีมักเป็นผู้ที่ได้รับการเลี้ยงดูมาด้วยความรักความเอาใจใส่จากครอบครัวที่อบอุ่นและเติบโตมาจากสิ่งแวดล้อมที่ดี แต่ถึงแม้ว่าเราไม่ได้มาจากการเลี้ยงดูที่ดีนัก แต่เราก็สามารถฝึกตนให้มองโลกในแง่ดีได้ โดยการพัฒนาความคิดจากลบให้เป็นบวก โดยการทำความรู้จักกับตัวเองให้มากขึ้น  สร้างความสัมพันธ์ดีๆกับเพื่อน รู้จักให้ความรัก ถนอมความรัก ให้อภัยตนเองและผู้อื่น ขจัดความเครียด มองข้ามความหยุมหยิม ไม่ทำตัวน่าเบื่อจำเจ รู้จักลงมือทำในสิ่งที่ตนเองรัก รู้จักยิ้มและมีความสุขได้แม้ในยามลำบากหรือไม่มีความสุข

    อ่านมาถึงตรงนี้แล้วนึกอยากฝึกให้ตนเองมองโลกในแง่ดีมากขึ้นไหมคะ  อย่าบอกว่า ฉันฝึกไม่ได้หรอกมันยากเกินไป  ถ้าคุณคิดอย่างนั้น  แสดงว่าเป็นการเริ่มต้นคิดในแง่ไม่ดีแล้วล่ะค่ะ

    ฝากไว้ให้อ่านนะคะ เผื่อจะเป็นประโยชน์กับใครบ้าง (แต่ที่แน่ๆก็ผู้เขียนนี่แหละค่ะ )ขอตัวกลับไปฝึกก่อนนะคะ  แล้วพบกันใหม่ค่ะ  สวัสดีค่ะ