ทุกอย่างอยู่ที่ "ใจ"


ยุบหนอ - พองหนอ กับวันพระใหญ่ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8-8

          ในช่วงวันหยุดยาวที่ผ่านมา เป็นวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา คือวันอาสาฬหบูชา และวันเข้าพรรษา  ไปทำบุญที่ไหนกันมาบ้างค่ะ???       สงสัยคงอิ่มบุญกันถ้วนหน้าทุกคน สำหรับตัวข้าพเจ้าเอง ได้มีโอกาสไปนั่งปฎิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ที่วัดร่ำเปิง (ตโปทาราม) ถนนคันคลองชลประทาน อ.เมือง จ.เชียงใหม่  เป็นเวลา 3 วัน 2 คืน  อยากบอกว่าคนเยอะมากๆ ค่ะ  มีหมดทุกเพศทุกวัย ทั้งเด็ก  วัยรุ่น  วัยทำงาน ผู้เฒ่าผู้แก่  รวมถึงชาวต่างชาติด้วย  เป็นการบ่งบอกถึงว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  "วัด"  ก็ยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจของผู้คนได้เป็นอย่างดี   น่าเสียดายที่งานนี้ไม่มีโอกาสได้เก็บภาพอันน่าประทับใจมาฝากทุกคน เพราะไม่รู้ว่าจะเป็นการผิดศีลหรือเปล่าถ้าต้องเป็นตากล้องจำเป็น  ไว้มีโอกาสได้ไปเชียงใหม่อีกจะเก็บภาพวัดร่ำเปิง มาฝากกันน่ะค่ะ

          กับการต้องไปวัดคนเดียว  ไปนอนด้วยอีกต่างหาก  ตอนแรกก็กล้าๆ กลัวๆ แต่พอเอาเข้าจริงๆ มันก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด  หลายคนก็มาคนเดียวเหมือนกัน ได้เจอกัลยาณมิตรที่ดีเป็นของแถมอีกด้วยค่ะ   ขอแนะนำว่าหากจะไปปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง  ต้องเตรียมตัวให้พร้อมทั้งร่างกายและจิตใจ  เพราะต้องตื่นนอนตั้งแต่ ตี 4 เพื่อมาทำวัตรเช้า และเวลาเข้านอนก็ประมาณ 5 ทุ่ม รับประทานอาหาร  2 มื้อ ดังคำที่แม่ชีมักพูดเตือนใจอยู่เสมอว่า "กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย แต่ปฏิบัติให้มาก"  ซึ่งทางวัดจะมีตารางปฏิบัติธรรมไว้ให้ด้วย     

          ข้าพเจ้าเริ่มเข้าพิธีรับพระกรรมฐาน ถือศีล 8  ในวันที่ 25  ก.ค. 53  พร้อมกับอีกหลายร้อยชีวิต หลังจากลงทะเบียนเสร็จ เจ้าหน้าที่ก็ให้ไปรวมตัวกันที่ศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ  พิธีรับพระกรรมฐาน ทางวัดจะมีแม่ชีนำให้ทุกขั้นตอนจนเสร็จพิธี แล้วพระอาจารย์จะให้โอวาทและหลักการปฏิบัติเบื้องต้น  จากนั้นแม่ชีจะสอนวิธีกราบสติปัฎฐาน เดินจงกรม นั่งกรรมฐาน และการกำหนดเบื้องต้นตามลำดับไป  จนผู้เข้าปฏิบัติสามารถทำได้ด้วยตนเอง  แล้วต้องสอบอารมณ์กับพระอาจารย์ในวันถัดไป  

          สำหรับการไปนั่งปฏิบัติธรรมวิปัสสนากรรมฐานของข้าพเจ้าในครั้งนี้  ถือว่าคุ้มค่าจริงๆ ได้เรียนรู้วิธีปฏิบัติที่ถูกต้อง และฝึกจิตใจของตัวเองให้ "รู้ตัว" อยู่ตลอดเวลา  ยอมรับว่าแรกๆ เกิดอาการท้อแท้ เบื่อหน่าย ปวดเมื่อยร่างกาย  แต่พอเวลาผ่านไปสักพัก  ความรู้สึกมุ่งมั่นกับการปฏิบัติก็วนเวียนเข้าในใจ  เมื่อตั้งใจมาแล้ว ก็น่าจะทำทุกอย่างให้เต็มที่และดีที่สุด  แต่มันก็เป็นแค่บางช่วงขณะ  อาการปวดตามร่างกายก็ยังตามมาหลอกหลอนไม่จบไม่สิ้น จนกระทั่งวันสุดท้ายก่อนที่จะทำพิธีลาศีล   ซึ่งเป็นวันพระใหญ่ ขึ้น 15 ค่ำเดือน 8-8  คือวันอาสาฬหบูชา  หลังจากทำวัตรเช้าและรับประทานอาหารเสร็จ   ทางวัดก็มีการทำบุญตักบาตร  และให้เจริญสมาธิภาวนาเอง  ข้าพเจ้าเริ่มรู้สึกว่า ตัวเองเริ่มมีสมาธิมากขึ้น จิตใจเริ่มจดจ่อกับการปฏิบัติ รู้สึกสงบ นิ่ง มีความสุข อิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูก  คิดว่าตัดสินใจถูกแล้วที่มาปฏิบัติธรรมในครั้งนี้   

          กลางคืนหลังจากฟังพระธรรมเทศน์จากท่านเจ้าอาวาส (พระครูภาวนาวิรัช) เสร็จแล้วก็มีพิธีเวียนเทียนรอบพระวิหารและพระธาตุเจดีย์ เป็นภาพที่สวยงามและน่าประทับใจมากจริงๆ คืนนั้นหลับฝันดีเลยทีเดียวค่ะ  เช้าวันที่ 27 ก.ค. 53  ข้าพเจ้าก็ได้เข้าพิธีลาศีล  (ลาศีล 8 มาถือศีล 5 ตามปรกติ)

          ระยะเวลา 3 วันกับ 2 คืน ที่วัดร่ำเปิงแห่งนี้  ทำให้ข้าพเจ้าได้เข้าใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นสิ่งไม่เที่ยง  มีเกิดขึ้น  ตั้งอยู่  และดับไป เสมอค่ะ แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่สำคัญที่สุดก็คือ "ใจ" ของเราเอง ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ จริงๆ ค่ะ 

          ท้ายนี้หากท่านใดสนใจไปทำบุญปฏิบัติธรรมที่วัดร่ำเปิง (ตโปทาราม)  ซึ่งขณะนี้ทางวัดกำลังก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ด้วยค่ะ  สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่  0-5327-8620  และขออนุโมทนาบุญแก่ทุกคนด้วยนะค่ะ

                                                                                   แล้วเจอกันใหม่ค่ะ

                                                                                               กอหญ้า...

    

หมายเลขบันทึก: 379210เขียนเมื่อ 28 กรกฎาคม 2010 14:16 น. ()แก้ไขเมื่อ 11 มิถุนายน 2012 09:44 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (9)

สวัสดี คุณ กอหญ้า ครับ

"กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย แต่ปฏิบัติให้มาก"

อนุโมทนาสาธุครับ

ในชีวิตประจำวัน เราบางคนชอบหลง กินมาก นอนมาก พูดมาก รวมทั้งบางครั้งของผมเช่นกันครับ...

-สวัสดีครับคุณกอหญ้า...

-สรุปว่า.......

-"กินน้อย นอนน้อย พูดน้อย แต่ปฏิบัติให้มาก"

-"ฝึกจิตใจของตัวเองให้ "รู้ตัว" อยู่ตลอดเวลา"

- "ที่วัดร่ำเปิงแห่งนี้ ทำให้ข้าพเจ้าได้เข้าใจว่า ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เป็นสิ่งไม่เที่ยง มีเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป"

-"เหนือสิ่งอื่นใดที่สำคัญที่สุดก็คือ "ใจ" ของเราเอง ไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ ทุกอย่างอยู่ที่ใจ"

-ขอบคุณครับ

หากมีเวลา ว่างๆ ลองฝึกทำดูน่ะค่ะ คุณ Phornphon และคุณเพชรน้ำหนึ่ง

สวัสดีค่ะ

แวะมาเยี่ยมอ่านบันทึกน่ะ ขอบคุณน่ะค่ะ

มีมังคุดมาฝากด้วยค่ะ

ขอบคุณนะค่ะคุณหนูรี

มังคุดน่ากินมากค่ะ

  • สวัสดีค่ะ
  • แวะมาเยี่ยมเยียนกันค่ะ สบายดีนะค่ะ "ทุกสิ่งทุกอย่างอยู่ที่ใจ" สนับสนุนความคิดนี้ค่ะ
  • ขอบคุณข้อคิดดี ๆ ที่นำมาแบ่งปันกันค่ะ

สวัสดีค่ะคุณบุษรา

สบายดีค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาแวะเยี่ยมชมน่ะค่ะ ^_^

ใจ.. เป็นสมบัติล้ำค่า อย่าทอดทิ้งใจ

ใจ.. เป็นสมบัติล้ำค่า กว่าสมบัติใดๆ

ขอบคุณครับ

สวัสดีค่ะ อ.นุ

"ใจ" เป็นสมบัติล้ำค่า

ขอบคุณค่ะ

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี