อาสาฬหบูชา ถวายเทียนเข้าพรรษา โลกธรรม ฆราวาสธรรม อามิสบูชา....ปฏิบัติบูชา

 

           เพ็ญ  ๑๕   ค่ำ  เดือน  ๘   อาสาฬหบูชารำลึก

                  อาสาฬหบูชา เช้าวันนี้ มีพุทธศาสนิกชน ไปร่วมทำบุญตักบาตรพระสงฆ์เยอะมากถึงแม้ว่าจะมีวันหยุดยาว....ไปจนถึง วันพรุ่งนี้  ๒๗  กรกฎาคม ๒๕๕๓  หลายๆท่านก็กลับไปทำบุญที่บ้านเกิด บางท่านก็จะกลับมาทำงานตามปกติในวันพุธ     แต่ก็อีกหลายๆท่าน ก็ลายาว กลับมาทำงานอีกครั้งก็วันจันทร์หน้าล่ะค่ะ

                วันอาสาฬหบูชา  ตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ ของทุกปี  เป็นวันที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเทศนากัณฑ์แรกโปรดฤาษีปัญจวัคคี ที่ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน แขวงเมืองพาราณสี  เมื่อจบพระธรรมเทศนา โกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรม สำเร็จเป็นพระโสดาบัน เป็นพยานการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า จากนั้นอัญญาโกณฑัญญะ ได้ทูลขอบวช พระพุทธองค์ทรงประทานการบวชซึ่งนับว่าเป็นพระสงฆ์องค์แรก และทำให้มีพระรัตนตรัยเกิดขึ้น ครบบริบูรณ์ 

               กิจกรรมทางพุทธศาสนา ตั้งแต่วันที่ ๑๗  กรกฎาคม ที่ผ่านมา เริ่มตั้งแต่ช่วยกันหล่อเทียนเข้าพรรษา ถวายเทียนเข้าพรรษา เพราะเกรงว่าวันนี้ และวันพรุ่งนี้ จะมีผู้คนไปทำบุญที่วัดกันเยอะ    เอื้องแซะก็ไปถวายเทียนที่วัด ตั้งแต่เมื่อวานนี้ คนก็ยังเยอะเหมือนเดิม นั่นเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าที่นี่ ความศรัทธาที่มีต่อพระพุทธศาสนายังไม่เสื่อมคลาย เพราะวันนี้ ก็ยังมีพี่น้องไปทำบุญกันที่วัดต่างๆ เหมือนกับทุกๆปีคิดว่าช่วงค่ำๆก็คงจะไปเวียนเทียนที่โบสถ์ใกล้บ้านกันอีก

                เนื่องจากยังเป็นช่วงเทศกาล เข้าพรรษา   ก็อยากจะเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับพุทธธรรม  วาทะธรรม  เพื่อนำมาปฎิบัติในการดำรงชีวิต  สองสามเรื่อง

                ๑. ฆราวาสธรรม ๔ ประการ  เป็นธรรมะของผู้ครองเรือน    เครื่องช่วยให้ประสบความสำเร็จ ๔ อย่าง คือ  สัจจะ   ทมะ   ขันติ  จาคะ              

               ข้อที่ ๑  สัจจะ    มีความจริงใจ                    

                ข้อที่ ๒  ทมะ คือการบังคับตัวเอง                     

                 ข้อที่ ๓  ขันติ    คือความอดทน  อดกลั้น            

                 ข้อที่ ๔  จาคะ บริจาคสิ่งที่ไม่ควรมีอยู่ในตน

                                            พระธรรมโกศาจารย์  (พุทธทาสภิกขุ)

                 ๒.โลกบาลธรรม  ธรรมที่คุ้มครองโลก เป็นธรรมที่ใช้ปกครอง ควบคุมจิตใจมนุษย์ไว้ให้อยู่ในความดี มิให้ละเมิดศีลธรรม ให้อยู่ร่วมกันด้วยความสงบสุข ไม่เดือดร้อน สับสน วุ่นวาย ได้แก่      หิริ   ความละอายแก่ใจตนเองในการทำความชั่ว    และโอตตัปปะ  ความเกรงกลัวต่อบาป  เกรงกลัวต่อการทำชั่ว และผลของกรรมชั่วที่ได้กระทำขึ้น

                ๓.อิทธิบาท ๔  ธรรมที่ทำให้งาน สำเร็จ                                                                                            

                  ฉันทะ   การสร้างความพอใจในการทำงาน       

                  วิริยะ  ได้แก่  ความเพียรพยายามทำงานตามบทบาทหน้าที่

                  จิตตะ  ได้แก่  การเอาใจฝักใฝ่ ไม่ทอดทิ้งธุระ

                  วิมังสา  ได้แก่  การหมั่นตริตรอง  พิจารณาแก้ไขปรับปรุงงานที่ต้องปฏิบัติอยู่เสมอ

             ๔. สังคหวัตถุ  ป็นธรรมแห่งการสงเคราะห์ช่วยเหลือ

ทาน  ได้แก่  การแบ่งปันเอื้อเผื่อแผ่กัน

ปิยวาจา  ได้แก่  การพูดจาด้วยถ้อยคำที่สุภาพ  เป็นที่นิยมนับถือ

อัตถจริยา  ได้แก่  การประพฤติที่เป็นประโยชน์แก่ผู้อื่น

สมานัตตา  ได้แก่  ความมีตนเสมอ  ไม่ถือตัว  ร่วมทุกข์ร่วมสุข

           ธรรมะจาก โรงเรียนพุทธฉือจี้    ฉือ...หมายถึง  ความเมตตา  จี้   หมายถึง..สงเคราะห์

            ่านธรรมาจารย์  เจิ้งเอี๋ยน  ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ  ฉือจี้ ไต้หวัน  ความรู้เบื้องต้นที่จะปลูกฝังให้นักเรียน เปรียบเสมือนสาหลัก  ๔  หลัก     สาแรก  รู้มารยาท  เสาที่สอง  รู้ผิด รู้ชอบ สิ่งไหนควรทำ สิ่งไหนไม่ควรทำ  เสาที่สาม รู้สมถะ  เสาที่สี่  รู้ยางอาย กล้าหาญ ยอมรับว่าตัวเองผิด กล้าที่จะพัฒนาตนเอง    ใจคิดดี  ปากพูดดี  รู้บุญ สำนึกดี  และตอบแทนคุณ ทำดีไม่แบ่งมากหรือน้อย ขอให้ทำดีอย่างต่อเนื่อง และตลอดไป” " มีวาสนา  รู้วาสนา  หวงแหนวาสนา ที่มีอยู่ในขณะนี้ แม้มีเพียงน้อยนิด จะได้สะสมวาสนาเหล่านี้ต่อไปเป็นอย่างดี”

        ธรรมะจากหลวงตาพระมหาบัว   ญาณสัมปันโน  “การไปทำบุญ ย่อมไม่ขาดทุน มีแต่กำไรทางจิตใจโดยถ่ายเดียว”

            การทำบุญมีสองอย่าง    หนึ่งคือการสละทรัพย์ เงินทอง เพื่อสร้างถาวรวัตถุในพระศาสนา  หรือการบูชาด้วยดอกไม้ ธูปเทียน  ข้าวของ เรียกว่า “ามิสบูชา”  ส่วนบุญอีกอย่างหนึ่ง คือการถือศีลภาวนา การทำสมาธิวิปัสสนา เพื่อให้เกิดความรู้แจ้งแทงตลอด ให้เกิดเป็นปัญญา เป็นผู้รู้ ดังที่เราภาวนาว่า ”พุทโธ” ซึ่งแปลว่าผู้ฉลาด  เรียกว่า ปฏิบัติบูชา”เป็นบุญอันสูงสุด *******

           ที่น่าชื่นชมก็คือ  ปีนี้รัฐบาลได้เชิญชวนให้ครอบครัวเลิกเหล้า  โดยเชิญชวนให้   กล่าวคำปฎิญาณตนงดเหล้าเข้าพรรษา ดังนี้

               ข้าพเจ้าทั้งหลาย ขอตั้งจิตอธิษฐาน ปฎิญาณตนบวชใจ  งดเหล้าเข้าพรรษา พร้อมศึกษาปฎิบัติธรรม ถวายเป็นพุทธบูชา

              โดยมีคุณแห่งพระพุทธ  พระธรรม  พระสงฆ์ และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในที่นี้ เป็นพยานเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยความดี ที่ได้ปฎิญาณตน บวชใจงดเหล้าเข้าพรรษาในครั้งนี้ ขอให้ความตั้งใจของข้าพเจ้าทั้งหลาย จงสำเร็จด้วยดี ปราศจากอุปสรรคปัญหา และส่งผลเป็นความสุขแก่ข้าพเจ้า ครอบครัว   ญาต   และประเทศชาติสืบไป ขอให้สุขยั่งยืนทุกครอบครัว

            ค่ำคืนนี้ จะไปเวียนเทียนที่โบสถ์ใกล้บ้าน หรือนั่งสวดมนต์ ภาวนาที่บ้านก็ถือเป็นการทำบุญอย่างใหญ่หลวงแล้ว......................อิ่มบุญกันทุกท่านค่ะ