Suicide Prevention

Suicide Prevention

 

การป้องกันปัญหาการฆ่าตัวตาย (Suicide Prevention) โดยใช้วงจรการดำเนินงานของ Tugwell,P (1992) ซึ่งประกอบด้วย Burden / Etiology / Intervention และ Monitoring

สถานการณ์การฆ่าตัวตายของประเทศต่าง ๆ รายละเอียดดังตารางต่อไปนี้

Suicide Rate

Year

Per 100,000

1. Lithuania

1994

47.7

2. Srilanga

1990

33.2

3. Finland

1995

27.6

4. Japan

1999

26.1

5. France

1995

20.6

6. Germany

1996

15.1

7. Australia

1999

13.2

8. USA

1995

12.1

9. India

1998

10.7

10. UK

1996

7.2

 

                สถานการณ์การการฆ่าตัวตายในประเทศไทย มีรายละเอียดดังนี้

                1. อัตราการทำร้ายตนเองและการฆ่าตัวตาย จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า Attempted (อัตราการทำร้ายตนเอง) ทั้งเสียชีวิตและไม่เสียชีวิต และ Suicide (อัตราการทำร้ายตนเองสำเร็จ : ตาย) ต่อจำนวน 100,000 ประชากร ดังตารางต่อไปนี้

ปี ค.ศ.

อัตราการทำร้ายตนอง

อัตราการฆ่าตัวตาย

2002

41.5

7.7

2003

36.8

7.1

2004

41.1

6.9

2005

27.8

6.3

2006

27.5

5.9

 

                2. อัตราการทำร้ายตนเองของเพศหญิงสูงกว่าเพศชาย แต่อัตราการฆ่าตัวตายของผู้ชายสูงกว่าเพศหญิง ดังเช่นในปี 2006 พบว่า เพศชายมีอัตราทำร้ายตนเองร้อยละ 35.04 และมีอัตราฆ่าตัวตายถึงร้อยละ 53.74 ส่วนเพศหญิงมีอัตราการทำร้ายตนเองถึงร้อยละ 64.96 แต่มีอัตราการฆ่าตัวตายร้อยละ 46.26

3. อัตราการฆ่าตัวตายจำแนกตามภูมิภาค พบว่า ภาคเหนือมีอัตราการฆ่าตัวตายมากที่สุด รองลงมาคือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคใต้ และ กทม. ดังตารางต่อไปนี้

ภูมิภาค/ปี

2002

2003

2004

2005

2006

กทม.

4.1

3.6

3.9

2.7

1.91

กลาง

9.8

8.0

8.1

7.4

7.27

เหนือ

12.5

12.4

11.3

10.9

11.06

อิสาน

5.5

5.0

5.0

4.5

4.67

ใต้

6.2

6.0

5.3

5.2

4.58

ทั้งประเทศ

7.8

7.1

6.9

6.3

5.91

 

                4. อัตราการฆ่าตัวตายจำแนกตามเพศ ดังตารางต่อไปนี้

เพศ/ปี

2002

2003

2004

2005

2006

ชาย

12.0

11.0

10.5

9.9

9.5

หญิง

3.8

3.3

3.3

2.9

2.5

รวมทั้งสิ้น

7.8

7.1

6.9

6.3

5.9

 

                5. อัตราการฆ่าตัวตายจำแนกตามกลุ่มอายุ พบว่า กลุ่มอายุ 30-39 ปี มีอัตราการฆ่าตัวตายมากที่สุด รองลงมา คือ อายุ 20-29 ปี และ 40-49 ปี ตามลำดับ

                6. อัตราการฆ่าตัวตายจำแนกตามสถานภาพการสมรส พบว่า กลุ่มที่สมรสมีอัตราการฆ่าตัวตายมากที่สุด รองลงมา คือ โสด และหย่าร้าง ตามลำดับ

                7. อัตราการฆ่าตัวตายจำแนกตามกลุ่มอาชีพ พบว่า  รับจ้าง/ผู้ใช้แรงงานมีอัตราการฆ่าตัวตายมากที่สุด รองลงมา คือ เกษตรกรรม นักเรียน/นักศึกษา แม่บ้าน ค้าขาย ตกงาน พนักงานบริษัท ข้าราชการ และอื่น ๆ ตามลำดับ

8.วิธีการทำร้ายตัวเอง ประกอบด้วย 1) Intoxication  2) Drug overdose  3) Hanging 4) Sharp-cutting และ 5) Hand Gun

                ปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยป้องกันการฆ่าตัวตาย  จากผลการศึกษาปัจจัยเสี่ยงและปัจจัยป้องกันการฆ่าตัวตายในปี 2007 มีรายละเอียดดังนี้

ปัจจัย

ประเทศไทย

 

ภาคเหนือ

                                            

เสี่ยง (Risk)

- Relationships problem      

- Depression (>= 6 scores)    

- Drank alcohol in 30 days    

- Relationships problem           

- Depression (>= 6 scores)         

- Being condemned                     

- Drank alcohol in 30 days          

- Family alcohol addiction           

ป้องกัน (Protective)

- Religious activities              

- Reason for living score       

- Reason for living score             

- Religious activities                    

 

                นอกจากนี้ ยังพบว่า เหตุผลของการมีชีวิตอยู่และไม่ทำร้ายตนเอง ประกอบด้วย 1) การเป็นห่วงคนในครอบครัว คนที่ตนรัก 2) คิดว่าตนเองยังมีคุณค่า มีเป้าหมายที่อยากทำอยู่  3) ความมั่นใจในตนเองว่าจะสามารถแก้ปัญหาได้  4) ยอมรับและเข้าใจธรรมชาติของปัญหา  5) เป็นบาปและผิดหลักศาสนา และ 6)กลัวคนอื่นจะหาว่าเป็นคนอ่อนแอ

                การป้องกันการฆ่าตัวตาย  ประกอบด้วย 1) Individual 2) Family 3) Community 4) Society

                กลยุทธ์ในการป้องกันการฆ่าตัวตาย แบ่งออกเป็น 2 ระดับ ดังนี้

                1. Air war การป้องกันในวงกว้าง โดยการสื่อสารผ่านทางสาธารณะ  เพื่อให้กลุ่มประชากรทั่วไปสามารถรับรู้ข้อมูลได้อย่างทั่วถึง

                2. Ground war การป้องกันในระดับพื้นที่ โดยเน้นที่ระดับพื้นที่  เพื่อให้สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นกลุ่มเสี่ยงโดยเฉพาะ  (ในปี 2008 กลุ่มเสี่ยงที่จะฆ่าตัวตาย คือ เพศชาย อายุระหว่าง 20-25 ปี)

                หมายเหตุ ทั้งนี้ สามารถศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกลยุทธ์ในการป้องกันการฆ่าตัวตายได้จาก Mann, JJ et al. 2005 และ JAMA 2005; 2064-74

                กระบวนการติดตามและประเมินผลการดำเนินงานป้องกันการฆ่าตัวตาย สามารถใช้หลักการของ Balanced  Scorecard  มีรายละเอียดดังนี้

1. Learning & Growth คือ ทักษะของบุคลากรและหน่วยงานภาคี

2. Internal Process คือ คุณภาพ/ประสิทธิภาพของกระบวนการ

3. Customer คือ การเข้าถึงบริการที่ได้ผล

4. Financial คือ ผลกระทบทางเศรษฐกิจ

 

*****************************