หลักสูตรพื้นฐานปริญญาสามัญ 2 เดือน

บวชแล้วได้อะไร ให้อะไร ใครได้ ใครให้

สวัสดีครับทุกท่าน

วันนี้พอจะมีโอกาสมานั่งเขียนอะไรบ้างสั้นๆ ตั้งแต่วันที่ 12 เมษายน มาถึง วันนี้ 20 มิถุนายน 2553 ได้เข้าหลักสูตรปริญญาสามัญที่ตั้งขึ้นเอาเอง มั่วเอาเอง ซึ่งก็คือการอุปสมบทเป็นเวลา 2 เดือนพอดี เกินจากที่วางไว้คืออย่างน้อยหนึ่งเดือน จริงๆ การบวชนี้จะบวชนานแค่ไหนก็คงได้เช่นกัน หากไม่มีภาระทางโลกให้ต้องเป็นห่วง ก็คือการพัฒนาคนเช่นกันในอีกทางหนึ่ง ทางจิตวิญญาณ

เริ่มจากงานธรรมดา ที่ผู้มาร่วมงานเกิดจากความรู้สึกอยากมาร่วมโดยไม่ต้องยัดเยียดมาต้องมา ไม่ได้แจกบัตร จึงนับได้ว่าผู้ที่มาส่วนใหญ่เกือบทั้งหมดมาเพราะหัวใจและน้ำใจที่อยากจะมา ร่วมงาน เหมือนกับตอนที่ผมสอนนักศึกษาโดยที่เข้าเรียนโดยไม่มีการเช็คชื่อเพื่อให้ คะแนน ผมนิยามศรัทธาง่ายๆ แบบนี้ ก็จะมีญาติมิตรจากหลายๆ ที่เดินทางมาร่วม ทั้งในลานปัญญา และญาติจากที่ทำงาน ตลอดจนคู่เกลอและญาติมิตรในละแวกบ้าน อย่างน้อยคุณแม่ก็ได้ทราบว่าการจัดงานโดยที่ไม่ต้องเชิญแขกก็ยังทำได้อยู่ใน ปัจจุบัน และแน่นอนว่าหลายๆ คนที่ศรัทธาอยากจะมาร่วมบุญในละแวกบ้านที่ไม่ทราบก็ย่อมเสียใจเป็นธรรมดา โดยเฉพาะย่าของผมสามท่านไม่ไดมาร่วม ท่านคงเสียใจพอสมควร แต่ท่านได้มานั่งในโรงฉันตอนที่ได้บวชเป็นพระแล้ว

(เริ่มตั้งแต่ก่อนปลงผม และปลงผมเพื่อจากแฟนท่อม สองเดือน มีญาติจากลานปัญญามาร่วมงานกันตรึมน้ำใจไหลหลั่ง)

 

(หลวงน้า พระชื่น มาช่วยนุ่งชุดนาคให้ ได้ขมิ้นชันอย่างดีจากป้าจุ๋มมาทาหัวเพื่อฆ่าเชื้อ มีกลองยาวมาจากวัดป่ายาง ที่หลวงน้าเตรียมมาด้วย มีการทำขวัญนาคกันแบบโบราณ นุ่งห่มขาวตามแบบนาคที่คุณพ่อคุณแม่ต้องการ มีของเตรียมจากป้าจุ๋มเป็นกัลพฤกษ์ มีน้าและป้ามาร้องเพลงช้านาค มีว่าที่คณบดีคนใหม่มาร่วมงานด้วย และพี่วัฒนาและพี่เปียจากกรมอุตุก็มาร่วมด้วย)

(วันนี้ ได้ฤกษ์เปลี่ยนจากนาคเป็นพระ มาถึงวัดก็แห่นาครอบโบสถ์สามรอบ โสทรเพื่อนรักก็รับบุญหนักไปเต็มๆ สองในสาม ส่วนพี่เปียจากกรมอุตุฯ มาช่วยแบ่งรับบุญอีกหนึ่งรอบ เป็นความรู้สึกซึ้งในน้ำใจที่หลายคนมาร่วมงานกัน มีนาคในโบสถ์รออยู่ด้วยแล้วสองนาคที่จะบวชพร้อมๆ กันในวันนี้)

(กิจกรรมในอุโบสถ ก็เป็นไปตามรูปแบบ มีพระครูสุทธิพิบูล หรือพ่อท่านอ่ำ เป็นพระอุปัชฌาย์ และมีพระมหาคล่องเป็นพระคู่สวด ปกติท่านจำวัดที่วัดราชโอรสที่ กทม. แต่ครั้งนี้ท่านกลับมาที่วัดควนเกย เดินออกมาจากวัดรู้สึกเหมือนเกิดใหม่ในทางพระ แต่ก็คือสมมติสงฆ์เท่าันั้น ยังต้องฝึกอีกเยอะ ทารกในอีกโลกใหม่ แต่ที่แน่ๆ ได้รับอานิสงฆ์จากพระศาสดาแล้ว หลังจากนี้คนทั่วไปไม่ว่าจะแก่กว่าหรืออ่อนกว่าก็ยกมื้อไหว้แล้ว ศรัทธาจะเกิดหรือไม่ก็อยู่ที่การปฏิบัติ ไปบิณฑบาตก็มีคนใส่บาตร นี่คือได้รับอานิสงฆ์จากพระพุทธเจ้าแล้วเต็มๆ)

เวลาสองเดือนในวัดนั้น ไม่น้อยเกินไปสำหรับการลาจากราชการไปสืบสานพระพุทธศาสนา แต่ก็น้อยนิดหากเทียบกับพระศาสดาที่ท่านใช้เวลาในการค้นหาหลักธรรมในการ ดำเนินชีวิตของเพื่อนมนุษย์ ผมบวชอยู่สองเดือน ไม่รู้ว่าคำว่า ด๊อกเตอร์เข้าไปในวัดตอนไหน จึงมีพระบางรูปเรียก พระอาจารย์ดอกเตอร์ เพราะอยากจะดำเนินชีวิตแบบธรรมดาที่สุด โดยที่ใครไม่ต้องรู้อะไร

(กิจกรรมบิณฑบาตตอนเช้าก็ดำเนินไป เป็นโอกาสดีที่ได้มีโอกาสเดินทางไปไหว้พระมหาธาตุ เมืองนครศรีธรรมราชในสถานะพระ)

(ภาพบันทึกจากน้องชายที่ได้บันทึกเอาไว้ให้ สำหรับการบิณฑบาตของแต่ละครัวเรือนในเส้นทาง ระยะ 4 กิโลเมตร ใช้เวลาหนึ่งชั่วโมงสำหรับการบิณฑบาตแต่ละวัน)

การปฏิบัติธรรมก็มีโอกาสเรียนรู้เอาจากกิจวัตรนั่นละครับ ส่วนใหญ่เป็นงานพิธีกรรมซึ่งก็ต้องทำ และธรรมะก็รวมอยู่ในนั้นหมด มันอยู่ที่ว่าผู้ปฏิบัติจะมองเห็นหรือไม่ พิธีกรรมต่างๆ ในสองเดือนได้ทำเกือบครบทั้งหมดตามโอกาส ได้มีโอกาสไปร่วมไม่ใช่เพราะว่าสวดได้ทุกบทหรอกครับ แต่เพราะว่าจัดพิมพ์เรียบเรียงใหม่แล้วเอาไปวางไว้แล้วก็สวดเอาตามนั้น โดยไม่จำเป็นว่าต้องท่องให้ได้ทุกบท แต่จะให้สมองเรียนรู้เอาเองว่าเมื่อไหร่จำก็เมื่อนั้นไม่ต้องใช้กระดาษ นี่ละหากจะรักษาความเข้มข้นให้คงที่ในบ่อน้ำที่ไหลผ่านตลอดเวลา ก็ต้องหมั่นเติมสิ่งนั้นลงไปบ่อยๆ แล้วก็จะยังคงสิ่งเหล่านั้นไว้ในบ่อพอสมควร

(มีโอกาสได้นิมนต์พระมาฉันเพลที่บ้านแล้วสวดธรรมจักรฯ ที่บ้าน น้องชายก็พาเพื่อนเยอรมันมาด้วย อายุเท่าผมพอดีเป็นตำรวจมาเที่ยวด้วย ก็พลอยดีใจกับน้องชายที่พัฒนาตนไปอีกระดับหนึ่งในการทำงานและการเอาจริงเอา จังกับชีวิต ตอนงานบวชวันแรกตอนจากแม่ไปพังงา น้องบอกกับแม่ว่าการกลับมาครั้งหน้าหากไม่ถอยรถกลับมาด้วยจะไม่กลับมา…เค้า ก็ทำได้ตามที่ว่าไว้ ก็ถือว่าเป็นความสามารถเฉพาะตัวในการสักภาพบนผิวหนังคน)

สิ่งที่ผมหวังไว้ลึกๆ ก็คือการได้มีโอกาสสัมผัสกับชีวิตชนบทในชุมชนที่เคยสร้างตัวผมมาตอนเด็กๆ สิบกว่าปี ว่าจะมีลู่ทางอะไรบ้างที่ผมจะคืนกลับสู่ชุมชนได้บ้าง บังเอิญว่าช่วงบวชเป็นช่วงปิดเรียนของนักเรียนด้วย แต่ก็ได้มีโอกาสไปพูดคุยบ้างที่ศูนย์เรียนรู้ที่ตั้งขึ้นมาโดยน้าใจ ในการอนุรักษ์พันธุ์ไม้ มีห้องสมุดพรรณไม้ ห้องสมุดการเรียนรู้ สร้างงานให้เกิดกับเด็กและชาวบ้าน

(หลังจากที่ได้ลาสิกขาเรียบร้อย วันเดียวกันก็จะเป็นฌาปนกิจของคุณตาด้วย ที่วัดควนเกย)

มีโอกาสได้ไปพบคุณครูในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา มีคุณครูที่ท่านเคยสอนออกจากโรงเรียนไปแล้วก็วกกลับมาอีกเพื่อจะมาขอดูหน้า ลูกศิษย์แล้วก็ได้มีโอกาสพูดคุยกับเด็กๆ สามครั้ง ประถม 2 ครั้ง มัธยม 1 ครั้ง  คำว่า ปัตตานี กับคำว่า เยอรมัน ทำให้เด็กร้อง ฮู… ออกมาตอนที่คุณครูแนะนำ

พอได้หวนคิดกลับไปตั้งแต่วันโกนหัว มาจนถึงวันที่พระมหาสนิทถอดจีวรออกจากตัวพระออกไป ก็ได้เห็นอะไรพอสมควร บางทีคงไม่จำเป็นต้องเล่าและเขียนออกมา เพราะมันเป็นปัจจัตตัง ต้องเจอด้วยตนเอง หลังจากนั้นออกจากวัดในวันที่ 14 มิ.ย. ก็เกิดวันจันทร์ ฤกษ์บอกว่าต้องออกทางตะวันตก แต่ทางตะวันตกเค้าไม่นิยมกัน จึงให้ออกทางทิศใต้โดยก่อนจะก้าวขาออกจากวัดให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก แล้วก็เดินออกไปพร้อมผ้าชุดใหม่ และไม่มีปัจจัยใดๆ ติดตัวไป น้องชายก็มารับกลับไปบ้าน ไปถึงบ้านรอคุณแม่ และคุณพ่อมานั่งที่โต๊ะก่อนจะเข้าไปกราบเท้า พร้อมกันเป็นคนใหม่ชีวิตใหม่อีกรอบ แต่สันดานเดิมมันก็คงมีของมัน เพราะสองเดือนคงลบสันดานทั้งหมดไม่ได้หมดหรอกครับ แล้วก็จุดธูปเทียนหน้าพระต่างๆ บนหิ้ง ประมาณ 9 หิ้ง มีสิ่งที่นับถือมากมายให้เรานับถือกัน อยู่ที่ว่าเราจะยึดมั่นในคำสอนต่างๆ มากน้อยแค่ไหน

(บรรยากาศงานสรุปงานหลังการอุปสมบท และการประกวดแกงไตปลา แกงน้ำเคย และพูดคุยเรื่องทุนการศึกษา และอื่นๆ )

15 มิ.ย. ก็จัดงานสรุปงานอุปสมบท ว่าบวชแล้วได้อะไรบ้าง พูดคุยแลกเปลี่ยนกับชาวบ้าน และเพื่อไม่ได้งานมันกร่อยก็เลยจัดเป็นการประกวดแกงน้ำเคย แกงไตปลา เสียด้วยเลย ญาติหรือชาวบ้านก็ทำมาห้าคนครับ จริงๆ วางไว้ว่าอาจจะเกิดสิบหม้อ อาจจะมองภาพกันไม่ออกว่าจะทำอย่างไร แต่ในที่สุดก็ลงตัวของมันจนได้ แต่ละคนนะไม่ได้คิดจะมาเอารางวัลใดๆ หรอกครับ เพียงแต่เค้าทราบว่าผมจะเดินทางกลับปัตตานีในวันรุ่งขึ้น ก็เลยอยากจะทำแกงน้ำเคย แกงไตปลามาให้ทานกันครับ ก็ทำกันให้โหวตคะแนนกันจากคนที่ร่วมรับประทานอาหารนั่นละ ให้คะแนนเอา 3 2 1 คะแนน โดยให้ใส่เบอร์ลงไปในช่องคะแนน สามอันดับ แล้วก็ให้รางวัลเป็นพระพทธรูปและซองน้ำใจเป็นรางวัลขอบคุณ และหวังว่าปีหน้าเราจะได้จัดร่วมกันอีกครั้งและโอกาสต่อๆ ไปครับ สำหรับทุนการศึกษาผมได้ตกลงไปกับคุณครูเรียบร้อยแล้ว ว่าจะให้ทุนการศึกษา เด็ก ป.1-ม.6 รวม 12 ชั้นปี ปีละ 2 ทุน ๆ ละ 500 บาท ในเบื้องต้นโอกาสหน้าค่อยดูว่าจะต่อเนื่องได้อย่างไรกันต่อไปได้บ้าง สำหรับหนังสือเข้าห้องสมุด อาจจะประกาศร่วมรับบริจาคอีกรอบหนึ่งครับ เพราะทุนการศึกษาได้รายคน แต่หนังสือได้รายทุกคน ใครอยากได้ความรู้ก็ไปอ่านเอาเอง และใช้ได้หลายปีด้วยครับ

(บรรยากาศ วันสรุปงานและวันก่อนจะจากลา พร้อมบรรยากาศสระน้ำใหม่ที่เพิ่งลอกใหม่ น้ำใสสะอาดและลึกกว่าเดิม)

16 มิ.ย. 2553 ก็ได้เดินสายบิณฑบาตอีกครั้ง เพื่อแจกผ้าถุงให้กับทุกบ้านที่ใส่บาตรในตอนเ้ช้า รู้สึกว่า 17 ผืน เพื่อขอบคุณทุกๆ ท่านที่ช่วยกันสืบสานพระพุทธศาสนา สองเดือนที่บิณฑบาต ทำให้แต่ละบ้านคงเหงาเพราะหลังจากนั้น ไม่มีพระมาแล้ว พระที่อื่นก็ไม่มายืนในสายนี้เช่นกัน การได้ฝึกตนจึงเป็นที่พอใจระดับนึงเท่าที่ทำได้ แล้วตอนเที่ยงก็เหาะกลับปัตตานี แฟนท่อมที่จอดไว้สองเดือนก็เจอหนูเข้าไปทำรัง กัดสายไฟไปหนึ่งเส้นทำให้ไฟเลี้ยวขวาติดค้างอยู่ไม่กระพริบ สำหรับไฟหน้า แต่ไฟหลังดับไปเลย ซึ่งก็เสี่ยงสำหรับการขับทางไกล จึงไปซ่อมในคืนวันที่ 14 มิ.ย.

(บรรยากาศ การแจกผ้าถุงเพื่อขอบคุณทุกบ้านที่ได้ใส่บาตรแต่ละวัน)

ทุกๆ กิจกรรมที่ผ่านมาในงานปริญญาสามัญนี้ กระผมขอขอบพระคุณทุกท่านที่ร่วมกิจกรรมและขอให้รับเอาในส่วนบุญที่เกิดขึ้น ในทุกๆ กิจกรรมครับ  ผมได้เขียนบันทึกธรรมของพระสมพร กตปุญโญ เอาไว้หนึ่งเล่ม หากเรียบเรียงใหม่เสร็จ อาจจะออกมาเป็นเล่มให้อ่านกันครับ ซึ่งไม่แน่ใจว่าจะเกิดประโยชน์แค่ไหน

(กลับมาถึงปัตตานี ถึงแฟลต ก็พบกว่าต้นไม้เขียวชอุ่ม สวยงามมาก รกได้ใจจริงๆ เป็นป่าไปแล้วจริงๆ ด้วย นั่นแสดงว่าระบบตัวให้น้ำอัตโนมัติของพี่แฮนดี้ใช้การได้ดีมาก ตลอดสายท่อที่เดินก็มีประสิทธิภาพต่อเนื่องในระยะเวลาสองเดือน จนถึงตอนนี้ก็ให้ระบบทำงานต่อไป มีรังนกที่น่าสนใจมากๆ มีการเอาเศษไม้จากรังเก่ามาสร้างใหม่ที่สูงกว่าเดิม เรียกได้ว่ามีการพัฒนาต่อยอดอย่างดี ส่วนอีกรังหนึ่งก็ต่อยอดได้ยอดเยี่ยมมาก คือเมื่อก่อนมีรังอยู่ครึ่งล่าง แล้วมีนกชนิดใหม่เอาเศษไม้มาปิดด้านบนแล้วไข่ไว้ในรัง อันนี้รังก็จะมีสองส่วนคือ ส่วนบนของใหม่ ส่วนล่างของเก่า แต่เป็นรังเดียวกัน นับว่าบูรณาการได้อย่างดี ส่วนตำลึงเลื้อยเต็มระเบียงเลยครับ)

(วันที่ 17 มิ.ย. 2553 เดินทางไป อ.เบตง เพื่อไปงานแต่งงานของเพื่อน ตอนได้เจอทุกคนเค้าเย้ดีใจกัน สงสัยกลัวว่าผมจะไม่ลาสิกขากระมังครับ แล้วมีเสียงหนึ่งบอกว่า ห้ามอ้วนอีกนะ แสดงว่าอาจจะผอมกว่าเดิมสักหน่อย เจ้าตัวเองยังไม่ได้ชั่งเลย ว่าเหลืออยู่เท่าไรแล้วตอนนี้ ความงามของเมืองใต้สุดสยาม เมืองงามเบตง)

ด้วยมิตรภาพ

เม้ง สมพร ช่วยอารีย์

บันทึกนี้...คัดลอกมาจากบทความเดิม ณ http://lanpanya.com/lanaree/?p=198

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มิสเตอร์ช่วย



ความเห็น (8)

สาธุ นึกว่าหายไปไหน

อนุโมทนาด้วยนะคะ ดร เม้ง

สวัสดีค่ะ น้องเม้ง

ครูอ้อย มาทักทาย สบายดีนะคะ

สวัสดีครับพี่แก้วและพี่อ้อย

     สบายดีกันนะครับ มีความสุขในวันอาสาฬหบูชานะครับ จิตใจผ่องใส สร้างงานเพื่อไทยให้ยั่งยืนครับ

รักษาสุขภาพด้วยนะครับ

Kanchanee Pondet
IP: xxx.67.47.182
เขียนเมื่อ 

สวัดดีค่ะ

เพื่อนเก่า คว. มัธยม เกือบจำไม่ได้ค่ะหน้าตาเปลี่ยนไปมากค่ะ

เกียต เด็กวัดควนเกย
IP: xxx.121.84.144
เขียนเมื่อ 

ตอนนี้พ่อท่านอำ่มรณภาพแล้ว

ณัฐวี บัวแก้ว
IP: xxx.19.202.115
เขียนเมื่อ 

สวัสดีคับพี่เม่งผมน้องบ่าวคับ

พี่เม่งสบายดีไม่คับ

ช่วงนี้ผมมีปัญหาเรื่องการเรียนมากคับเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องเลย

การบ้านเยอะมากเลยคับ

ต้องทำอย่างงัยดีคับ

ณัฐวี บัวแก้ว
IP: xxx.19.202.115
เขียนเมื่อ 

สวัสดีคับพี่เม่งผมน้องบ่าวคับ

พี่เม่งสบายดีไม่คับ

ช่วงนี้ผมมีปัญหาเรื่องการเรียนมากคับเรียนไม่ค่อยรู้เรื่องเลย

การบ้านเยอะมากเลยคับ

ต้องทำอย่างงัยดีคับ

เขียนเมื่อ 

สวัสดีครับ...

แหะ แหะ นึกว่าจะไม่สึกซะแล้วครับ...
มาร่วมอนุโมทนาบุญครับ...