งานประเพณีแห่เทียนจำนำพรรษาปีนี้ เทศบาลตำบลทับสะแก มิได้ขอให้โรงเรียนของฉัน เข้าร่วมการแสดง เหมือนสองปีที่ผ่านมา แต่ก็ได้เชิญให้โรงเรียนนำนักเรียน จำนวน 40 คน  ร่วมขบวนแห่เทียนในครั้งนี้ด้วย

ขออภัยนะคะ ถนัดทำยูทูบภาพนิ่ง ลองหัดทำ ยูทูบ แบบนี้ ครั้งแรกค่ะ เลยไม่สมบูรณ์ จริง ๆ แล้วเพลงยาวกว่านี้มากค่ะ แต่ อัพโหลดได้แค่นี้  จะพยายามเรียนรู้และปรับปรุงในโอกาสต่อไปค่ะ ผองเพื่อนท่านใดมีความชำนาญเรื่องนี้ โปรดชี้แนะด้วยนะคะ จะขอบพระคุณอย่างสูง

         ประเพณีการแห่เทียนจำนำพรรษานี้ เป็นประเพณีที่ถือปฏิบัติทั่วไปในประเทศไทย แต่ที่ทำกันเป็นประเพณีใหญ่โตที่สุด ก็เห็นจะเป็น จังหวัดอุบลราชธานี มีการแกะสลักต้นเทียนอย่างสวยงามและจัดประกวดแข่งขันก่อนไปถวายตามวัดต่างๆ

           ปัจจุบันจะมีการปรับเปลี่ยนเป็นการซื้อเทียนพรรษาสำเร็จรูป มีไฟนีออนหรือหลอดฟลูออเรสเซนต์ถวายแทน แต่ถ้าทุกคนช่วยกันสืบสานประเพณีอันดีงานนี้ไว้ ประเพณีการหล่อเทียนและแห่เทียนจำนำพรรษาก็จะเป็นประเพณีอยู่คู่ประเทศไทยต่อไป 

            สำหรับที่ อำเภอทับสะแก จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ก็สืบสานงานประเพณีได้ไม่น้อยหน้า ไปกว่าที่อื่น ๆ จะพูดว่าเป็นงานระดับอำเภอ ที่สามารถเทียบเท่างานระดับจังหวัดได้ก็ดูจะพูดได้อย่างเต็มปาก 

            เริ่มตั้งแต่ผู้หลักผู้ใหญ่ในเทศบาล  จัดตั้งหน่วยเพื่อให้ประชาชนได้ "หล่อเทียน" ตามจุดต่าง ๆ หลายจุด ซึ่งการหล่อเทียน  ตกแต่งเทียนนั้นแสดงให้เห็นถึง ความสามัคคี ของหมู่คณะ

            ความสามัคคีของหมู่คณะชาวอำเภอทับสะแก ได้ฉายภาพชัดเจนยิ่งขึ้น ทำให้ฉันรู้สึกปรีด์เปรม ทำให้เห็นถึง ความผูกพันของชุมชนท้องถิ่น โดยเริ่มตั้งแต่การที่ชาวบ้านร่วมบริจาคเทียนเอามาหลอม หล่อเป็นเทียนเล่มใหญ่เล่มเดียวกัน เป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีกลมเกลียว การสรรหาชาวบ้านที่ฝีมือทางช่าง มีความรู้ความชำนาญในเรื่องการทำลวดลายไทย การแกะสลักลวดลายลงบนต้นเทียน การทำเทียนให้เป็นลายไทย แล้วนำไปติดบนต้นเทียน การประดับด้วยผ้าฝ้าย ผ้าไหม ดอกไม้สด ล้วนแล้วแต่เป็นฝีมือของช่างท้องถิ่น ส่วนการจัดขบวนแห่ก็ล้วนแต่ใช้ของในท้องถิ้น  เช่น เครื่องแต่งกายของขบวนฟ้อน การฟ้อนรำจะใช้ท่ารำที่ดัดแปลงแปลงมาจากวิถีชีวิตการทำมาหากินของชาวบ้าน  เช่น ระบำกะลา ระบำประมง ฯลฯ เป็นท่ารำในรูปแบบของศิลปะที่งดงามดนตรีประกอบก็เป็นเครื่องดนตรีประจำถิ่น ผสมเข้ากับการขับร้องที่สนุกสนานเร้าใจ ของคนในท้องถิ่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ระบำกะลา" ที่เทศบาลตำบลทับสะแกเป็นผู้จัด สร้างความประทับใจและครึกครื้นให้กับคนดูเป็นอย่างมาก โดยใช้เพลง "ตำนานทับสะแก"  ประกอบการเต้นรำ ปลุกเร้าใจด้วยเสียงจากการเคาะกะลา เป็นจังหวะ  ทำให้งานประเพณีนี้ยิ่งใหญ่ สมกับเป็นงานทำบุญตามกาลเวลา  คือการทำบุญในวันสำคัญทางศาสนาที่ได้กำหนดระยะเวลาไว้  ไม่สามารถจะทำตามอำเภอใจได้

           สำหรับขบวนแห่ก็แสนจะวิจิตร อลังการ ฉันรู้สึกเสียดายที่ไม่สามารถถ่ายภาพให้เห็นรายละเอียดแห่งความงดงาม  รายละเอียดของความเป็นไทย ในการดัดแปลงดอกไม้ ใบตอง และวัสดุท้องถิ่นอื่น ๆ ให้เห็นทั้งหมดได้

           ฉันมีโอกาสได้เพ่งพิศเทียนจำนำพรรษาที่ชนะเลิศการประกวด ซึ่งแบ่งการประกวดเป็นสองประเภท คือ ประเภทสถานศึกษา และประเภทหน่วยงาน  สำหรับประเภทสถานศึกษา ชนะเลิศได้แก่ โรงเรียนสมาคมเลขานุการสตรี  รองชนะเลิศเห็นจะเป็นโรงเรียนทับสะแกวิทยา ซึ่งทั้งสองโรงเรียนแต่งต้นเทียนได้งดงามไปคนละแบบ โรงเรียนทับสะแกวิทยาจะเน้นงานด้านใบตอง ส่วนโรงเรียนสมาคมฯ มีความละเอียดอ่อนสวยงานในเรื่องของการจัดดอกไม้เป็นลวดลายไทย ที่วิจิตรบรรจงเป็นอย่างมาก ซึ่งความงดงามของการแต่งเทียนจำนำพรรษาของทั้งสองโรงเรียนที่ประจักษ์สายตาผู้คน กว่าจะสำเร็จออกมาได้ต้องอาศัยความสามัคคีของหมู่คณะเป็นอย่างมาก  และที่สำคัญที่สุด คือต้อง "ใส่ใจ" ลงไปในงานจริง ๆ เท่านั้น

           ส่วนรางวัลชนะเลิศประเภทหน่วยงาน  เป็นของเทศบาลตำบลทับสะแก ซึ่งนำโดยนายสุรชาติ ลูกอินทร์ และคณะ พูดได้ว่ามีความงดงามมาก จนยากที่จะบรรยายได้  

           สำหรับขบวนแห่ ยาวมากค่ะ  ขณะที่ฉันยืนอยู่ที่หอประชุมอำเภอเพื่อถ่ายรูปขบวนสุดท้าย คือขบวนของนักศึกษาวิชาทหาร  ปรากฏว่าพอท้ายขบวนออกไป หัวขบวนก็กำลังแห่ใกล้เข้ามา เกือบจะชนกันกับท้ายขบวน เลยไม่ต้องขยับไปไหน อยู่รอชมรอถ่ายรูปอยู่ที่เดิมนั่นเอง

           ขอบพระคุณผู้หลักผู้ใหญ่ทุก ๆ ท่าน ที่เกี่ยวข้องกับการจัดงาน ขอบพระคุณความสามัคคีของประชาชนชาวอำเภอทับสะแก  หน่วยงานทุกหน่วยงาน ตลอดจนนักเรียน นักศึกษา ทุก ๆ คน ที่มีส่วนร่วมทำให้งานนี้ยิ่งใหญ่อลังการ  เป็นภาพงดงามที่หลงเหลือเพื่อแผ่นดิน