หินทั้งแท่งแซ่งทำให้หวำโหว่

ยามบ่ายคล้อยตะวันลอยลดลงต่ำ ๆ ...มีสายฝนไหลรินล่วงลงอาบกระจกริมหน้าต่างรถบัสของ ม. ทักษิณที่ยูมินั่งและอีกที่หนึ่งเป็นเพื่อนชาว ม. ทักษิณอยู่สายการเงินเธอคุยสนุกหลายเรื่องเล่า...

พวกเรากำลังนั่งรถคันนั้นมุ่งเลาะไปตามถนนคู้ขนานกับชายแดนไทย- มาเล  จาก อ. สะเดาไปจนถึง ต. ปาดังเบซาร์  และต่อจาก ต. ปาดังเบซาร์ก็ไปอีกราว 15 กิโลได้ก้ถึงเป้าหมายคือวัดถ้ำเขารูปช้าง

ท่ามกลางสายฝนพวกเราก้มาถึงเป้าหมายครับ...

ฝนตกเอามาก ๆ ภาพนี้ถ่ายจากในถ่ำออกไปที่เจดีย์พุทธคยา เมืองปาดัง

ขุนเขาที่เห็นเป้นฉากหลังนั้นคือมีถ้ำใหญ่มากอยู่ข้างในขุนเขานั้น...

พระพุทธรูปอินอ่อน  พระหยกมากมายจากเมืองจีนมาอยู่ที่นี่

ภายในถ้ำระเบียงใกล้ด้านนอกทางออกเข้า...

ปากทางเข้าไปในองค์พระเจดีย์พุทธคยาจำลองเท่าของจริงเลยนะนี่โดยที่เราไม่ได้ไปถึงอินเดียมาที่นี่ได้เลยละอยู่ติดชายแดนไทย-มาเลเซียนะครับ

สิงโตตัวนี้งดงามมากคงแกะสลักด้วยหินมาจากเมืองจีนหรือช่างชาวจีนมาแกะสลักที่นี่..ทำให้นึกถึงคำกล่าวที่จำมาว่า...

หินทั้งแท่งแซ่งทำให้หวำโหว่

เป็นสิงโตได้สนิทไม่ผิดแผน

จะทำคนให้ดีแม้มีแปลน

ยังยากแสนยิ่งกว่าแหวกแกะเป็นสิโต...นั้นแล.