ชง กม.คุ้มครองหญิงอุ้มท้องเรียนได้
สธ.นำ ร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองอนามัยเจริญพันธุ์ ชงที่ประชุม ครม. สัปดาห์หน้า ชูนายจ้างห้ามขัดขวางหญิงมีครรภ์ลาคลอด...
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมผู้บริหารกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) วันที่ 12 ก.ค.นี้ กรมอนามัยจะนำร่าง พ.ร.บ.คุ้มครองอนามัยเจริญพันธุ์ พ.ศ.... รายงานต่อที่ประชุมก่อนเสนอ รมว.สาธารณสุข เพื่อเสนอคณะรัฐมนตรี สาระสำคัญของร่างคือ กำหนดให้มีคณะกรรมการคุ้มครองอนามัยเจริญพันธุ์แห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน รายละเอียดมาตราที่สำคัญ อาทิ
มาตรา 7 ให้สถานศึกษาจัดให้มีการสอนเพศศึกษาอย่างถูกต้องและเหมาะสมกับวุฒิภาวะและ วัยผู้เรียน มาตรา 9 ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานรัฐ หรือนายจ้างภาคเอกชนที่มีหญิงมีครรภ์ปฏิบัติงาน ต้องไม่กระทำการอันใดอันเป็นการขัดขวางการลาคลอดตามระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด
มาตรา 10 ผู้บังคับบัญชาหน่วยงานรัฐ หรือนายจ้างภาคเอกชน มีหน้าที่ ป้องกันไม่ให้มีการกระทำอันเป็นการล่วงเกิน คุกคาม ทางเพศต่อผู้ใต้บังคับบัญชา หรือลูกจ้าง มาตรา
11 กรณีที่หน่วยงานรัฐ หรือสถานประกอบการมีหญิงมีครรภ์ที่อยู่ในภาวะไม่พร้อมจะมีบุตร ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ หรือไม่สามารถเลี้ยงดูบุตรด้วยตนเองได้ ให้หน่วยงานรัฐหรือสถานประกอบการให้การสงเคราะห์ ช่วยเหลือมารดาและบุตรอย่างเหมาะสม
มาตรา 12 กรณีที่สถานศึกษามีหญิงมีครรภ์ที่อยู่ในระหว่างศึกษา ผู้บริหาร สถานศึกษาต้องอนุญาตให้หญิงมีครรภ์ศึกษาต่อในระหว่างตั้งครรภ์ และกลับมาศึกษาต่อได้ภายหลังคลอดบุตรแล้ว.
ที่มา : นสพ.ไทยรัฐ
ผมในฐานะที่เรียนครุ ผมไม่เห็นด้วยเลย มันเป็นอะไรที่สิ้นคิดมาก คิดในแง่ว่าเราเป็นเด็ก เด็กมันคงจะคิดว่า ทำๆท้องๆไปเถอะถึงท้องยังไงก็เรียนได้ พอเกิดกระบวนการคิดแบบนี้มากขึ้นมันก็จะกลายเป็นแฟชั่นหรือค่านิยมนั้นเอง พอเกิดค่านิยมที่ผิดๆแบบที่กล่าวมา ผลที่ตามมาคือ แทนที่คิดว่าจะให้เด็กลดการท้องก่อนวัยอันควรลดลง แต่คิดผิด กลับทำให้เยอะขึ้น มากเท่าตัว ลองดู เถอะต่อไป..