ขอบคุณกรณีศึกษาเด็กและผู้ปกครองที่มุ่งมั่นกระตุ้นการเคลื่อนไหวคอให้พร้อมต่อการพัฒนาทักษะชีวิตของเด็กในสภาวะสมองช้า...ผู้สนใจลองอ่านรายละเอียดจากบันทึกนี้

เมื่อวานผมตรวจประเมินเด็กน้อยน่ารักวัย 7 เดือน และผู้ปกครองสงสัยว่า "ดร. ป๊อป คิดว่าต้องฝึกคอของเด็กให้แข็งแรงอย่างไร"

ผมจึงสังเกต สาธิต และอธิบายให้ผู้ปกครองทราบว่า ทักษะของการควบคุมคอ/ศรีษะของเด็กนั้นจะพัฒนาขึ้นหลังจากปรับและประสมประสานโปรแกรมพัฒนาการทรงท่า (Stability), การเคลื่อนไหว (Mobility), การรับรู้ทางการมองเห็น (Visual perception), การรับรู้การได้ยิน (Auditory perception, การรับรู้การสัมผัส-การทรงข้อต่อ-การขยับข้อต่อ (Tactile-Proprioceptive-Kinesthesia perception) และการเรียนรู้ควบคุมการเคลื่อนไหว (Motor control learning) พร้อมๆกันอย่างต่อเนื่อง

โดยให้ผู้ปกครองสาธิตท่าทางการฝึกจากอาทิตย์ที่แล้ว พบว่า โปรแกรมการจัดการทักษะของผู้ช่วยพัฒนาเด็กใน 5 อาทิตย์นั้นได้เห็นความก้าวหน้าของการควบคุมศรีษะ คอ ลำตัว ได้ดีในความสามารถในการทรงท่านั่ง 80% (ก่อนการให้โปรแกรมคือความสามารถในการทรงท่านั่ง 10%) แต่การควบคุมศรีษะ คอ ลำตัว ได้ดีในการทรงท่าคืนคลาน 50% (ก่อนการให้โปรแกรมคือความสามารถในการทรงท่านั่ง 10%) สำหรับการใช้แขนและมือพร้อมการเคลื่อนไหวศรีษะ คอ และลำตัวนั้นดีขึ้นเพียง 10% (ก่อนการให้โปรแกรมคือความสามารถในการทรงท่านั่ง 0%)

ดังนั้นผมจึงเพิ่มโปรแกรมให้มีการเคลื่อนไหวของศรีษะ คอ ลำตัวเพิ่มขึ้นทั้งในท่านั่งและท่านอนคว่ำบนบอลพร้อมโยกให้เกิดการเคลื่อนไหวหน้า (จังหวะเร็ว) และหลัง (เน้นการงอตะโพก-ขาทั้งสองข้างอย่างช้าๆ ไม่เพิ่มความเกร็ง) กับเน้นความทนทานในการทรงท่าคืบคลานมากขึ้น (ตั้งไว้ 5 นาทีสูงสุด และบันทึกเวลาเท่าที่เด็กทำได้โดยไม่บังคับ) รวมทั้งมีการเพิ่มทักษะการเอื้อมแขนและการหยิบจับหนังสือ/ของเล่นที่ชอบด้วยมือด้วยขณะนอนคว่ำบนบอล (เคลื่อนไหวเขย่าขึ้นลงหน้าหลัง) 

ผมเลยขอทบทวนความคิดเห็นเพิ่มเติมจากผู้เชี่ยวชาญในต่างประเทศ โดยอ่านจาก 

http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/ency/article/002004.htm และ http://www.babycenter.com/0_developmental-milestones-head-control_6579.bc

พบว่ามีความเห็นตรงกับผม คือ การพัฒนาของเด็กในวัย 6-7 เดือน กำลังเรียนรู้การสั่งการของสมองแบบตั้งใจและแบบอัตโนมัติไปพร้อมๆ กัน ซึ่งไม่ควร "บังคับ" ให้การเคลื่อนไหวและการทรงท่าของศรีษะ คอ ลำตัว แขน และมือ มากจนเกินไป เช่น อย่าฝืนให้คอของเด็กตั้งตรงนานเกินไป ฝึกเท่าที่เด็กจะแสดงความสามารถออกมาได้มากที่สุด ณ ขณะนั้น แล้วให้ผู้ฝึกประคับประคองคอของเด็กไม่ให้แหงนหรือก้มมากเกินไปด้วยการสัมผัสและสื่อสารให้ความรักและกำลังใจกับเด็กด้วย ซึ่งจะทำให้เด็กเกิดการเรียนรู้การพัฒนาของคอได้อย่างมีความสุขและยั้งยืน เป็นต้น

นอกจากนี้บางทักษะที่เด็กยังทำไม่ได้ตามแนวคิดพัฒนาการ ก็ค่อยๆ เน้นฝึกไปตามลำดับเท่าที่เด็กจะแสดงความสามารถออกมาได้อย่างชัดเจน โดยประเมินความสามารถดังนี้

  • เด็กสามารถนั่งโดยไม่ประคองนาน 30 วินาที หรือมากกว่านั้น
  • เด็กเริ่มหยิบจับเมื่อผู้ฝึกแตะของเล่นตรงฝ่ามือด้านนิ้วก้อยจนเด็กงอมือและข้อมือ แต่ยังไม่สามารถแยกใช้นิ้วโป้งหยิบจับกับนิ้วชี้กลางได้
  • เด็กสามารถกลิ้งตัวท่านอนหงายไปท่านอนคว่ำ แต่อาจช่วยประคองแขน ไหล่ และคอในท่าตั้งคืบคลานก่อนกลิ้งตัวได้
  • เด็กอาจเริ่มคืบคลานช้าๆ แต่ยังต้องได้รับการเรียนรู้ทักษะการเคลื่อนไหวในท่าทางต่างๆ มากขึ้น เช่น เกาะยืน นั่งลงน้ำหนักเท้า เกาะเดิน จนเห็นการพัฒนาของเด็กชัดเจนในวัย 9 เดือน
  • สำหรับกรณีสมองช้า ก็อาจถูกฝึกการพัฒนาทักษะข้างต้น และให้นักกิจกรรมบำบัดหรือผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาเด็กช่วยประเมินว่ามีความก้าวหน้าแตกต่างจากระดับพัฒนาการปกติหรือไม่ อย่างไร

เท่าที่ดูกรณีศึกษานี้ ระดับการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่มีพัฒนาการช้าไป 1 เดือนโดยประมาณ แต่ระดับการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดเล็ก-การรับรู้ระบบความรู้สึกต่างๆ มีพัฒนาการช้าไป 2 เดือนโดยประมาณ แต่อย่างไรก็ตามหากผู้ฝึกใจเย็นและค่อยๆ พัฒนาความสามารถของเด็กอย่างมีระบบขั้นตอน (เปรียบเทียบก่อนและหลังการให้โปรแกรมที่ปรับเปลี่ยนอย่างเหมาะสม) ก็น่าจะช่วยให้มีพัฒนาการดีและเร็วขึ้นจนอาจไม่แตกต่างจากเด็กในวัยเดียวกัน