เมื่อได้รับมอบหมายจากอาจารย์ให้เขียน Entry Journal ทุกสัปดาห์ ทำให้คิดหนักว่าควรจะเขียนเรื่องอะไร แม้ว่าปกติข้าพเจ้าจะเป็นคนชอบอ่านหนังสือก็ตาม แต่งานครั้งนี้ อาจารย์เน้นย้ำว่าต้องเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ หลังจากอ่านเรื่องต่างๆ หลายเรื่อง ท้ายที่สุดเรื่องที่เลือกมาเขียนคือบทความเรื่อง ปีแห่งความหลากหลายทางชีวภาพนานาชาติ 2010 จากคอลัมน์บ้านเมืองสีเขียว หนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ฉบับวันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน 2553 หน้า 10 โดยเนื้อหาสรุปมีดังนี้ องค์การสหประชาชาติ หรือ ยูเอ็น ได้กำหนดให้ปี 2010 เป็นปีแห่งความหลากหลายทางชีวภาพ (2010 International Year of Biodiversity) หมายความว่า มนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้เป็นส่วนประกอบหนึ่งของธรรมชาติ ทำให้ชีวิตของมนุษย์เกี่ยวข้องกับความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งประกอบไปด้วยพืชพันธุ์ สัตว์ต่างๆ รวมถึงสิ่งแวดล้อมที่อยู่รอบๆ ตัว มนุษย์เราจะดำรงอยู่ได้ต้องพึ่งพาอาศัยธรรมชาติ แต่เมื่อประชากรมนุษย์เพิ่มจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพค่อยๆ หายไปอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน ซึ่งเป็นการทำลายสมดุลธรรมชาติอันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ยูเอ็นได้กำหนดหลักการไว้ 3 ส่วน คือ ส่วนแรก การเรียนรู้คุณค่าธรรมชาติ (The value of biodiversity) และแนะนำวิธีการที่มนุษย์พึงปฏิบัติต่อระบบนิเวศ เช่น การให้ความรู้เรื่องอาหาร เชื้อเพลิง อากาศ น้ำ พืชพันธุ์ เป็นต้น ส่วนที่สองว่าด้วยเรื่อง สาเหตุและผลกระทบที่มนุษย์สูญเสียความสมดุลและความหลากหลายทางชีวภาพ (Why we are losing biodiversity) ซึ่งประกอบด้วย ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ การลดลงของพันธุ์พืชและสัตว์ต่างๆ ส่วนสุดท้าย นำเสนอสิ่งที่มนุษย์ช่วยทำให้ความหลากหลายทางชีวภาพกลับคืนมา (Taking action for biodiversity)
จากบทความนี้ ทำให้ข้าพเจ้าเริ่มพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติรอบๆ ตัว เมื่อนึกย้อนไปในอดีต ข้าพเจ้าจำได้ว่าที่หน้าบ้านเคยมีต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่ง ซึ่งตอนเด็กๆ มันเคยเป็นจุดสนใจและสถานที่นัดพบของเหล่าบรรดาพี่น้อง เนื่องจากต้นไม้ใหญ่ต้นนี้มักมีแมลงต่างๆ มาเกาะให้พวกเราแข่งกันจับอย่างสนุกสนาน ทั้งแมงทับ แมงปอ ผีเสื้อ รวมถึงแมงปีกแข็งต่างๆ จนกระทั่งมันถูกตัดเพื่อขยายที่ต่อเติมบ้าน พวกเราไม่มีร่มเงาให้วิ่งเล่นอีกต่อไป จนถึงตอนนี้ แม้ว่าที่บ้านจะมีต้นไม้อยู่มากมาย แต่ก็เป็นเพียงไม้สวยงามที่ต้นไม่ใหญ่นัก ไม่สามารถให้ร่มเงาพักพิงเพื่อหลบร้อนได้เลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพภูมิอากาศที่ร้อนมากอย่างในปัจจุบัน นอกจากนี้ ฝูงแมงปอและผีเสื้อก็แทบจะไม่มีให้เห็น ผลจากการตัดต้นไม้เพียงต้นเดียว ยังส่งผลถึงเพียงนี้ ทำให้ข้าพเจ้าได้ตระหนักว่าการให้ความสำคัญกับความหลากหลายทางชีวภาพไม่ใช่เรื่องไกลตัว ถึงแม้ว่าฟังดูเป็นเรื่องระดับนานาชาติ ระดับโลก แต่ในฐานะมนุษย์คนหนึ่งควรมีส่วนร่วมในการรักษาธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อที่เราจะได้พึ่งพาและอยู่ร่วมกับธรรมชาติอย่างสมดุลต่อไป