จะทำอย่างไรให้สอบผ่านการสอบ Oral Interview ????

1. การสอบข้อเขียน                           เกณฑ์ผ่าน 70 เปอร์เซ็นต์

2. การสอบสัมภาษณ์ Oral Interview     เกณฑ์ผ่าน 70 เปอร์เซ็นต์

คำถาม จะทำอย่างไรให้สอบผ่านการสอบ Oral Interview ????

           ก่อนอื่นต้องเตรียมตัวอย่างมากในการเตรียมเอกสารและความรู้โดยองค์รวมเพื่อใช้ให้เป็นประโยชน์ในการสอบเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการสอบ Oral Interview นักศึกษาทุกคนที่สมัครสอบต้องคัดเลือกบทความที่น่าสนใจ ใหม่สด จากวารสารต่างประเทศ ว่าง่ายก็ต้องค้นหาจาก science direct และ ค้นหาเรื่องที่เราสนใจคัดเลือก Inter Journal มาจำนวน 3-5 เรื่อง แล้วส่งให้คณะกรรมการสอบคัดเลือก Journal ที่จะใช้สอบ QE และส่งกลับมาให้เราเตรียมตัวเพื่อดำเนินการจัดเตรียมเอกสารและความพร้อมในการสอบตามตารางวันเวลาที่กำหนด

ผมขอแนะนำดังนี้ครับ

การจัดเตรียมเอกสารสอบสัมภาษณ์ Oral Interview มีอยู่ 3 ส่วนดังนี้

ส่วนที่ 1  การสรุปความเข้าใจ                             คะแนนเต็ม  10

ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย จุดเด่นจุดแข็ง      คะแนนเต็ม  40

ส่วนที่ 3 การสังเคราะห์หาช่องทางวิจัย                 คะแนนเต็ม  50

ส่วนที่ 1 ให้ทำความเข้าใจว่าเรื่องที่ได้รับในการสอบมีประเด็นอะไร อย่างไร คือทำนองว่าต้องเล่าเรื่องที่ผู้วิจัยได้ดำเนินการวิจัยเรื่องอะไร ทำไมถึงทำเรื่องดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่ออะไร ใช้ ระเบียบวิธีวิจัยอย่างไร เก็บข้อมูลอย่างไร มีประชากรและกลุ่มตัวอย่างและวิธีการสุ่มกลุ่มตัวอย่างอย่างไรด้วยวิธีอะไร (Methodology Research) สิ่งที่ได้จากงานวิจัย (Contribution of  Research) เป็นอย่างไร ต้องรู้ให้ได้ว่างานวิจัยที่มีในบทความนั้นเป็นอย่างไร มีข้อเสนอแนะอะไรบ้าง ข้อจำกัดอะไรบ้าง  ข้อสังเกต ส่วนนี้มีเพียง  10 คะแนนเท่านั้นเอง

ส่วนที่ 2  การวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย จุดเด่นจุดแข็ง   ส่วนนี้จะมีคะแนนถึง 40 คะแนน

           ส่วนนี้อาจจะใช้แนวทางการวิเคราะห์วิจารณ์งานวิจัยตามรูปแบบที่ผมเสนอนี้ก็ได้ครับเพราะเป็นไปตามรูปแบบการวิเคราะห์ข้อดี ข้อเสีย จุดแข็งจุดอ่อน ได้ ถ้าบางคำถามในข้อหลักไม่สามารถตอบได้เพราะบทความที่เราได้รับไม่พูดถึงก็อาจจะตอบไม่มี หรือไม่ได้ระบุ หรือข้ามไปก็ได้ รายยละเอียดมีดังนี้
ชื่อเรื่อง Title
1. สะท้อนเรื่องที่วิจัยหรือไม่
2. กระชับหรือไม่
3. มีการระบุตัวแปรที่สำคัญหรือไม่
4. มีการระบุประชากรที่ศึกษาหรือไม่
5. มีการระบุสถานที่ศึกษาหรือไม่
6. สะท้อนแนวทางวิธีการศึกษาและวิเคราะห์หรือไม่

บทคัดย่อ Abstract
1. มีการกล่าวถึงความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา วัตถุประสงค์ ระเบียบวิธี ผลการวิจัย และให้ข้อเสนอแนะหรือไม่
2. มีจำนวนคำและความยาวที่เหมาะสมหรือไม่
3. กระชับและชัดเจนหรือไม่
4. สะท้อนเรื่องที่ศึกษาหรือไม่
ปัญหาการวิจัย Research Problem
1. ปัญหาการวิจัยมีเขียนไว้อย่างชัดเจนหรือไม่ มีการกล่าวถึงในส่วนเริ่มต้นของรายงานวิจัยหรือไม่ มีการเขียนแบบข้อคำถาม หรือเป็นประโยคบอกเล่า
2. มีข้อสนับสนุนความเป็นมาความสำคัญหรือความรุ่นแรงของปัญหาหรือไม่
3. มีการกล่าวถึงงานวิจัยอื่นที่เกี่ยวข้องหรือไม่ และมีการชี้ให้เห็นไม่ว่างานวิจัยนี้ เหมือนหรือต่างจากเรื่องอื่นอย่างไร หรืองานงานวิจัยนี้จะเติมช่องว่างของความรู้ได้อย่างไร
4. มีการระบุตัวแปรหรือความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรที่จะศึกษาหรือไม่
5. มีการระบุธรรมชาติของประชากรที่ศึกษาหรือไม่
6. มีการมองปัญหาภายใต้บริบทของกรอบแนวคิดทฤษฏีที่เหมาะสมหรือไม่
7. ผลที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจากการศึกษาปัญหานี้มีความสำคัญอย่างไรต่อการปฏิบัติการพยาบาล การสร้างองค์ความรู้หรือประเด็นอื่น
วัตถุประสงค์การวิจัย  Purpose,Objective,Aim
1. มีความเหมาะสมกับเรื่องที่วิจัยหรือไม่
2. เขียนชัดเจนหรือไม่ว่าผู้วิจัยมีแผนจะทำอะไร จะเก็บข้อมูลจากใคร ที่ไหน

การศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้อง Review of literature
1. เป็นการศึกษาอย่างขว้างขวางลึกซึ้งเกี่ยวข้องและครอบคลุมตัวแปรต่างๆที่วิจัยหรือไม่
2. นำเสนอต่อจากบทนำและปัญหาการวิจัยหรือไม่
3. ให้ความรู้เกี่ยวกับความรู้ที่มีอยู่ ช่องว่างของความรู้ และบทบาทของงานวิจัยเรื่องนี้ในการขยายหรือทดสอบความรู้หรือไม่
4. มีการใช้ข้อมูลทั้งเชิงทฤษฏีและงานวิจัยหรือไม่
5. แหล่งอ้างอิงส่วนใหญ่เป็นปฐมภูมิ หรือ ทุติยภูมิ มีความเป็นปัจจุบันหรือไม่
6. แหล่งอ้างอิงสำคัญหรือข้อมูลสำคัญ มีการกล่าวไว้ถึงครบถ้วนหรือไม่
7. การเขียนเรียงเป็นลำดับต่อเนื่องหรือไม่ น่าอ่าน น่าติดตามหรือไม่
8. การเขียนเรียบเรียงใหม่โดยใช้ภาษาตนเอง หรือเป็นการคัดลองคำพูดมาจากแหล่งปฐมภูมิโดยตรง
9. สะท้อนอคติของผู้วิจัยหรือไม่
10. มีการเขียนเชิงวิพากษ์ เปรียบเทียบหรือไม่
11. มีการสรุปสถานภาพองค์ความรู้ในหัวข้อนั้น State of the art หรือไม่
คำจำกัดความ Definition
1. มีการให้ความหมายตัวแปรสำคัญๆในเชิงปฏิบัติการที่สอดคล้องกับความหมายเชิงทฤษฏีหรือไม่
2. มีการให้ความหมายตัวแปรสำคัญครบถ้วนหรือไม่
กรอบแนวคิดทฤษฏี
1. มีการระบุกรอบแนวคิดทฤษฏีอย่างชัดเจนหรือไม่
2. แนวคิด ทฤษฏี สอดคล้องเหมาะสมกับเรื่องที่ศึกษาหรือไม่
3. ให้ความหมายของตัวแปรสำคัญอย่างชัดเจนหรือไม่
4. สมมุติฐานได้มาจากกรอบแนวคิดทฤษฏีหรือไม่
5. มีการระบุข้อความแสดงความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปรหรือไม่
6. การใช้เแนวคิด ทฤษฏี มีความสม่ำเสมอตลอดงานวิจัยหรือไม่
7. ทฤษฏีที่ใช้มาจากศษสตร์ทางการพยาบาลหรือสาขาวิชาใด หรือเป็นแนวคิดที่เกิดจากการผสมผสานงานวิจัยและทฤษฏีต่างๆ
เครื่องมือการวิจัย
1. มีการระบุเครื่องมือ แหล่งที่มา วัตถุประสงค์ ลักษณะ จุดแข็ง จุดอ่อน ของเครื่องมือครบถ้วนหรือไม่ มีการให้เหตุผลเรื่องการเลือกเครื่องมือหรือไม่
2. เครื่องมือที่ใช้เหมาะสมกับตัวแปรที่ศึกษา ประชากรหรือไม่
3. มีวิธีการใช้เครื่องมือกับตัวอย่างทุกคนเหมือนกันหรือไม่
4. ได้รายงานความตรงของเครื่องมือหรือไม่ เหมาะสมหรือไม่
5. ได้รายงานค่าความเชื่อมั่นของเครื่องมือหรือไม่ว่าทำอย่างไร ค่าเท่าไร ยอมรับได้หรือไม่
6. ถ้าผู้วิจัยสร้างเครื่องมือเอง มีการอธิบายที่มา/แนวคิดของการสร้างเครื่องมือว่าอย่างไร ขั้นตอนเป็นอย่างไร ค่าความตรงและค่าความเชื่อมั่นเท่าไร ยอมรับได้หรือไม่
7. เครื่องมือแต่ละชนิดมีการควบคุมคุณภาพ วิธีการใช้ที่เหมาะสมหรือไม่
แบบสังเกต ใครสังเกต มีคู่มือไหม มีการฝึกหรือไม่ การสังเกตมีผลต่อการวิจัยไหม
แบบสัมภาษณ์ ใครสัมภาษณ์ ข้อความที่ใช้ ภาษา ระยะเวลา เหมาะสมหรือไม่
แบบสอบถาม เนื้อหาครอบคลุมหรือไม่ มีความชัดเจนหรือไม่ เป็นคำถามปลายปิด หรือปลายเปิด
เครื่องมือวัด ทำไมจึงใช้เครื่องมือนั้น มีวิธีควบคุมความถูกต้องแม่นตรง และความไวของเครื่องมืออย่างไร
วิธีการรวบรวมข้อมูล Data collection procedure
1. ข้อมูลมีการรวบรวมอย่างไร มีกี่วิธี
2. วิธีรวบรวมข้อมูลมีความเหมาะสมกับการวิจัยหรือไม่
3.มีขั้นตอนการรวบรวมข้อมูลที่ชัดเจนสำหรับตัวอย่างทุกคนหรือไม่
4. ใครรวบรวมข้อมูล ผู้รวบรวมข้อมูลมีความเหมาะสมหรือไม่ ได้รับการฝึกอบรมอย่างไร
5. ข้อมูลรวบรวมในสถานการณ์เช่นไร มีความกดดันไหม มีคนอื่นอยู่ในขณะเก็บข้อมูลไหม ผู้ให้
ข้อมูลมีความเสี่ยงหรือไม่
การวิเคราะห์ข้อมูล Data analysis
1. เลือกใช้สถิติที่เหมาะสมหรือไม่กับระดับข้อมูลประชากร
2. วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อตอบวัตถุประสงค์ หรือทดสอบสมมุติฐานครบถ้วนหรือไม่
3. มีการนำเสนอข้อมูลชัดเจนหรือไม่ นำเสนอรูปแบบต่างๆหรือไม่
4. ในการทดสอบสมมุติฐานมีการกำหนดระดับความนัยสำคัญหรือไม่
5. ถ้าใช้กราฟ ตาราง มีการนำเสนอที่เหมาะสม หรือไม่ ให้ข้อมูลเสริม เพื่อลดการบรรยายหรือไม่ มีชื่อตาราง หัวตารางที่ถูกต้องหรือไม่ ซ้ำซ้อนกับเนื้อหา การบรรยายในรายงานหรือไม่
การอภิปรายผลและการสรุปผล Discussion conclusion
1. มีการอภิปรายผลโดยแสดงเหตุผลของผลการวิจัยว่าทำไมจึงเกิดเช่นนั้นหรือไม่
2. มีการนำผลการวิจัยอื่น แนวคิด ทฤษฏีที่อ้างไว้มาใช้ประกอบการอ๓ปรายผลหรือไม่ อย่างไร
3. สะท้อนให้เห็นว่าผลการวิจัยเป็นไปตามที่คาดหวังหรือไม่ เพราะเหตุใด
4. มีกาสรุปผลการวิจัยที่ชัดเจน ตอบคำถามการวิจัย หรือนำเสนอผลการทดสอบสมมุติฐานหรือไม่
5. มีการระบุจุดอ่อน หรือข้อจำกัด  Limitation ของการวิจัยครั้งนี้หรือไม่ ว่าอย่างไร ประโยชน์ของการวิจัยว่าอย่างไร เหมาะสมชัดเจนหรือไม่
ข้อบ่งชี้ ข้อเสนอแนะ Implication,Recommendation
1. มีการเสนอข้อบ่งชี้ในการนำผลการวิจัยไปใช้คลินิกหรืออื่นๆหรือไม่
2. ให้ข้อเสนอแนะในการทำวิจัยครั้งต่อไปว่าอย่างไร สอดคล้องกับงานวิจัยหรือไม่
เอกสารอ้างอิง/บรรณานุกรม Reference,Bibliography
1. เอกสารอ้างอิงหรือบรรณานุกรมครอบคลุมเอกสารที่อ้างอิงในส่วนเนื้อหาหรือไม่
2. เขียนตามรูปแบบที่กำหนดของแบบอ้างอิงนั้นๆหรือไม่
อื่นๆ
1. เขียนกระชับ ชัดเจน เป็นระบบหรือไม่ เขียนถูกต้องตามหลักภาษา รูปประโยควรรคตอนหรือไม่
2. เขียนเชิงวิชาการหรือไม่
3. ตีพิมพ์ในวารสารวิชาการที่เป็นที่ยอมรับหรือไม่
4. ผู้วิจัยเป็นผู้มีความรู้ ประสบการณ์ในเรื่องที่วิจัยหรือไม่

ส่วนที่ 3  การสังเคราะห์หาช่องทางวิจัย    มีคะแนนสูงสุดถึง  50  คะแนน

ในส่วนนี้จำเป็นอย่างมากที่จะต้องทำการสังเคราะห์หาช่องทางการวิจัย เพื่อต่อยอดงานวิจัยที่เราได้รับตามบทความ โดยเสนอแนวทางการพัฒนาต่อยอดงานวิจัยในรูปแบบโครงร่างการวิจัยตามรูปแบบดังนี้

  1. ชื่อเรื่อง
  2. ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา
  3. วัตถุประสงค์ของการวิจัย
  4. คำถามในการวิจัย
  5. กรอบแนวคิดที่ใช้ในการวิจัย
  6. สมมติฐานของการวิจัย
  7. ขอบเขตการวิจัย
  8. ข้อตกลงเบื้องต้น
  9. ข้อจำกัดของการวิจัย

10.  คำสำคัญหรือคำจำกัดความที่ใช้ในการวิจัย

11.  ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ

12.  เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง

13.  รายการเอกสารอ้างอิง ที่ได้ใช้ในการสำรวจเอกสารเพื่อการวิจัย

14.  วิธีดำเนินการวิจัย

      ๑.  ตัวแปรที่ใช้ในการวิจัย

      ๒.  เครื่องมือและการพัฒนาเครื่องมือ

      ๓.  การเก็บรวบรวมข้อมูล    

      ๔.  วิธีวิเคราะห์ข้อมูล 

      ๕.  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล 

15.  แผนการดำเนินงาน

16.  งบประมาณการศึกษาวิจัย

17.  เอกสารอ้างอิง/บรรณานุกรม

หมายเหตุ : ต้องเชื่อมโยงจากงานวิจัยที่เราได้รับจากคณะกรรมการให้ได้ว่าจะต่อเนื่องจากงานวิจัยเดิมอย่างไรที่งานวิจัยก่อนหน้านี้มีช่องทางให้เราสามารถทำวิจัยต่อยอดของผู้วิจัยดังกล่าว ถ้าเราเชื่อมโยงได้อย่างดีที่สุด คะแนนส่วนนี้คณะกรรมการจะให้ผ่านอยู่แล้วแต่ถ้าเชื่อมโยงไม่เป็นหรือไม่ต่อเนื่องคะแนนจะหายไปตามแต่ ผู้ที่เสนอว่าจะเชื่อมโยงต่อยอดหาช่องทางวิจัยจะนำเสนอได้แค่ไหนครับ

จากนั้นขั้นตอนการเตรียมเอกสารจะต้องดำเนินการเป็นรูปเล่มเพื่อเสนอให้คณะกรรมการสอบได้พิจารณาอ่านก่อนสอบหรือดูความพร้อมของผู้เข้าสอบว่าเตรียมตัวพร้อมสำหรับการสอบมากน้อยแค่ไหน ผมขอยกตัวอย่างดังนี้

 

รูปแบบเอกสารที่ต้องส่งให้คณะกรรมการสอบ พร้อมกับ Power point

ที่จะใช้นำเสนอจำนวน 3 ชุด มีดังนี้

  1. Power point ที่จะนำเสนอ 1 ชุด
  2. เอกสารเข้าเล่ม 1 ชุด ประกอบด้วย
    1. ปกนอก
    2. สารบัญ
    3. ส่วนที่ 1  การสรุปความเข้าใจ                  
    4. ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ข้อดีข้อเสีย จุดเด่นจุดแข็ง     
    5. ส่วนที่ 3 การสังเคราะห์หาช่องทางวิจัย                 

 

คำถามที่คณะกรรมการสอบใช้ถามบ่อยมากในการสอบมีดังนี้

1. วัตถุประสงค์ของงานวิจัย

2. Contribution ของงานวิจัย

3. ข้อจำกัดของงานวิจัย

4. จุดเด่นงานวิจัย

5. ถ้าเราทำวิจัยเรื่องดังกล่าวเราจะทำอย่างไร

6. ระวังเจอคำถามเกี่ยวกับข้อมูลที่ต่อเนื่องและเกี่ยวข้องในการวิจัย ที่เราไม่ได้คาดคิดว่ากรรมการจะสอบถามเกี่ยวกับข้อมูลปรชากรหรือกลุ่มตัวอย่าง

อ้างอิงจากการสอบวัดคุณสมบัติปริญญาเอก สาขาวิศวกรรมการจัดการ คณะวิศวกรรมศาสตร์