ก้าวมางานมหกรรม r2r ความตั้งใจแรกขอครูเพื่อเข้าร่วมประชุม ท่านจึงบอกว่า

“งั้นก็มาทำประโยชน์ คือเป็น Note taker ด้วย”

ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมีทั้งดีใจและเป็นกังวล สลับกัน ดีใจคือ ได้โอกาสจากครู กังวลคือ ไม่เข้าใจว่า

“Note taker คืออะไร”

ก่อนมาประชุมดูจะโดนพายุของช่วงจะปิดปีงบประมาณโจมตีด้วยงานและการประชุมแบบติด ๆ ทั้งจัดเองและร่วมประชุม ไปร่วมเล่าประสบการณ์สู่น้อง ๆ ที่คณะฟังบ้าง อะ ดูจะเกริ่น (แก้ตัว) มาพอสมควรพอมาเข้าร่วมงานฝึกอบรมของ สคส. ก่อนมาหนูคาดหวังอะไร ตอนแรกก็คิดว่าตนเองไม่ได้คาดหวังนะคะ รู้สึกว่าเป็นโอกาส

แต่พอถึงวันเริ่มเรียนรู้จริง ๆ ดูหนูจะหวังสูงมาก หวังว่าจะมากอบโกยทุกสิ่งทุกอย่างที่ Note taker ที่ดีพึงเป็น แต่แล้ว พบว่า “หนูเดี้ยง” ไม่ใช่อาจารย์สอนไม่ดี รู้เลยว่าอาจารย์เพียงให้แนว เพียงนำทางแล้วให้ไปคิด ปรับปรุงเองตามพื้นเดิมของตน สรุปข้อนี้ หนูมาด้วยใจที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความ “อยากดี”

 

มีอะไรที่เป็นไปตามคาดหวังและไม่เป็นไปตามคาดหวัง

อะไรที่เป็นไปตามคาดหวังนะ เห็นต้นแบบที่ดี เห็นแนวทางที่พอจะเอาไปทำได้ ได้เรียนรู้ข้อควรระวัง แต่สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือ

“รู้สึกเครียด กลัวว่า ตนเองจะทำได้ไม่ดีอย่างที่เห็นมา”

 เห็นใครหลาย ๆ คนสุดยอดมาก ๆ เลยเกิดความหวาดกลัว จนหลงลืมสติ

 

จะไปทำอะไรต่อ

อย่างที่บอกค่ะ ไม่ว่าอะไรเกิดขึ้น คือ การเรียนรู้ หนูได้เรียนรู้ค่ะ และอย่างไม่น่าเชื่อ หนูได้เยอะด้วย ได้แนวทาง ได้การฟัง การจับประเด็น การหา Tacit knowledge (ก่อนหน้านี้เพียงเคยได้ยิน) หา Key success factor (ถ้าเป็นก่อนหน้านี้คง งง) วันนี้พอมานั่งมอง นังฟังและทดสอบใช้ดู จนต้องพูดว่า เออ แฮะ ได้ผล เห็นพัฒนาการของตนเอง เห็นสิ่งที่ถูกต่อเติมเข้ามาในองค์ความรู้แห่งตน แสดงผลออกมาตามกำลังความสามารถ

ณ วันนี้จึงอยากจะกราบขอบพระคุณอาจารย์ อุ และอาจารย์หญิง ที่เมตตาช่วยถ่ายทอดเคล็ดลับวิชา แม้ว่าศิษย์ไม่อาจจะเก็บมาได้หมด ด้วยข้อจำกัดของการเรียนรู้ในตนเอง แต่ก็รู้อยู่ในตนเองว่า มีพัฒนาการเกิดขึ้นในตนเองอย่าชัดเจน และอยากขอบพระคุณเพื่อน ๆ ที่มาร่วมกันแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ขอบพระคุณนะคะที่มาเจอกัน