ภาวะผู้นำ

สรุปงานวิจัย โดย ศิลป์  เส้งวั่น       

“ภาวะผู้นําที่พึงประสงค์ในยุคโลกาภิวัตน์ : ศึกษาจากหลักพุทธธรรม”

(นางสาวนันทวรรณ อิสรานุวัฒน์ชัย  พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย)

 

     งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 3 ประการ คือ

1. เพื่อศึกษาแนวคิดและหลักการเป็นผู้นําที่ดีตามแนวคิดทฤษฏีผู้นําทางตะวันตก  

2. เพื่อศึกษาแนวคิดการเป็นผู้นําที่ดีตามหลักพุทธธรรม

3. เพื่อประยุกต์ใช้หลักพุทธธรรมในการพัฒนาลักษณะผู้นําที่พึงประสงค์ในยุคโลกาภิวัตน์
     จากการศึกษาพบว่า บทบาทผู้นําที่ดีตามแนวคิดทฤษฎีตะวันตกต้องประกอบด้วย บทบาทพื้นฐานสําคัญ 4 ประการ คือ

1. การกําหนดทิศทาง ขององค์กรให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ที่ได้วางไว้

2. การจัดการระบบการทํางาน

3. การมอบอํานาจ ความรับผิดชอบให้แก่บุคคลที่เหมาะสม เพื่อให้การทํางานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

4. แบบอย่างการเป็นผู้นํา
     ผู้นําที่ดีตามหลักพุทธธรรม ต้องยึดหลัก  “ธรรม” เช่น  พรหมวิหาร4  ธรรมาธิปไตยพละ 4 และสัปปุริสธรรม 7 เป็นต้น เป็นคุณธรรมสําคัญสําหรับการปฏิบัติหน้าที่ของตน  ให้สามารถดําเนินงานบรรลุผลสําเร็จที่วางไว้ นําพาหมู่คณะและสังคม ไปสู่ความสงบสุขและมั่นคงตลอดไป
     ผู้นําที่พึงประสงค์ในยุคโลกาภิวัตน์ที่เกิดจากการประยุกต์ของภาวะผู้นําตาม แนวคิดตะวันตกและหลักพุทธธรรม ประกอบด้วยหลักการ 3 ประการ คือ หลักการครองตน ครองคน และครองงาน มุ่งเน้นให้ผู้นําเกิดการพัฒนาตน การพัฒนาคน และการพัฒนาระบบงาน ให้มีคุณภาพที่สมบูรณ์แบบ ทั้ง 2  ด้าน คือ

1. ด้านความสามารถ เพื่อทําให้ผู้นําเกิดการ พัฒนาตน พัฒนาคน และพัฒนาองค์กรให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ ปรับปรุงคุณภาพความเป็นผู้นํา คุณภาพบุคลากรในองค์กรและคุณภาพขององค์กรให้มีความเหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงในยุคโลกาภิวัตน์อยู่เสมอ 

2. ด้านจิตใจ เพื่อทําให้เกิดการยกระดับจิตใจของผู้นําให้มีคุณธรรม จริยธรรม เห็นแก่ประโยชน์สุขส่วนรวม สามารถนําพาองค์กร และสังคม ไปสู่ความเจริญก้าวหน้าที่ยั่งยืนและมั่นคง

 

สรุปงานวิจัย โดย ศิลป์  เส้งวั่น

“การยอมรับผู้นำหญิง : ศึกษากรณี ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)”

(ระวิวรรณ ประทุมนอก รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารทั่วไป

มหาวิทยาลัยบูรพา)

 

ศึกษาเรื่อง การยอมรับผู้นำหญิง ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาระดับการยอมรับผู้นำหญิงและตัวแปรที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับผู้นำหญิงกลุ่มตัวอย่างที่ศึกษาเป็นพนักงานปฏิบัติการ พนักงานควบคุมงาน และพนักงานควบคุมงานอาวุโสขึ้นไป จำนวน 360 คน ซึ่งใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบง่าย  เครื่องมือที่ใช้ในการรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามชนิดปลายปิด สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลคือ t-test , การวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว

ผลการศึกษาพบว่า พนักงานธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) สำนักงานใหญ่ มีการยอมรับผู้นำหญิงอยู่ในระดับค่อนข้างมาก สำหรับการศึกษาการยอมรับผู้นำหญิง จำแนกตาม เพศ อายุ การศึกษา อายุงาน และตำแหน่งงาน พบว่า พนักงานที่มี เพศ อายุ และการศึกษา แตกต่างกัน จะมีการยอมรับผู้นำหญิงที่แตกต่างกัน ส่วนการศึกษาปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการยอมรับผู้นำหญิงพบว่า ความรอบรู้ วิธีการตัดสินใจในการปฏิบัติงาน วิธีการสั่งการ และวิธีการประเมินผล มีความสัมพันธ์เชิงบวกกับการยอมรับผู้นำหญิง

จากผลดังกล่าว ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ควรจัดหลักสูตรอบรมทักษะการเป็นผู้นำ โดยเน้นความสำคัญของความรอบรู้ วิธีการตัดสินใจในการปฏิบัติงาน วิธีการสั่งการ และวิธีการประเมินผล เพื่อเป็นการพัฒนาศักยภาพของผู้บริหาร อันจะนำไปสู่การเพิ่มประสิทธิภาพและประสิทธิผลขององค์กรต่อไป