ภูพยัคฆ์ แหล่งผลิตผลหม่อนสด รสเลิศผลใหญ่
วิโรจน์ แก้วเรือง1/
พิมพ์รำไพ ว่องไว2/
“เที่ยวภูพยัคฆ์ กินผักปลอดสาร ชมตำนานผู้กล้า ชิมกาแฟรสเลิศ พิชิตยอดภูพยัคฆ์”เป็นสโลแกนของภูพยัคฆ์ ภูพยัคฆ์เป็นแหล่งพำนักของอดีตคอมมิวนิสต์ กลายเป็นแหล่งผลิตผลหม่อนสดรสเลิศ ผลใหญ่สะใจโก๋ ท่านจะได้สัมผัสกับทุกสิ่งที่กล่าวมาเมื่อท่านแวะมาที่สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์แห่งนี้ ซึ่งตั้งอยู่ที่ บ้านน้ำรี หมู่ 12 ตำบลขุนน่าน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดน่าน ซึ่งก่อตั้งขึ้นสืบเนื่องมาจาก เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2546 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรพื้นที่ป่าไม้ บริเวณภูพยัคฆ์ ซึ่งบริเวณดังกล่าวมีสภาพถูกบุกรุกแผ้วถาง เป็นป่าเสื่อมโทรมนับพันไร่ และมีแนวโน้มถูกบุกรุกเพิ่มขึ้น เนื่องจากราษฎรมีความต้องการใช้ที่ดินทำการเกษตร ในลักษณะทำไร่เลื่อนลอย พลเอกณพล บุญทับ รองสมุหราชองครักษ์ กราบบังคมทูลถวายรายงานเพื่อทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาท ทรงโปรดเกล้าให้จัดตั้งสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริแห่งนี้ขึ้น
ปัจจุบันสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์ มีพื้นที่ประมาณ 500 ไร่ โดยจัดตั้งเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านการเกษตรแผนใหม่ และการเกษตรที่ยั่งยืน รวมถึงการทำการเกษตรปลอดสารและครบวงจร ทั้งด้านการผลิต การแปรรูป การสร้างมูลค่าเพิ่มของผลผลิตและการจำหน่ายผลิตผลทางการเกษตร โดยมีราษฎรเป้าหมาย 4 หมู่บ้าน ดังนี้
1.บ้านน้ำรีพัฒนา หมู่ 12 จำนวน 198 หลังคาเรือน 849 คน
2.บ้านน้ำช้างพัฒนา หมู่ 11 จำนวน 171 หลังคาเรือน 748 คน
3.บ้านห้วยกานต์ หมู่ 1 จำนวน 113 หลังคาเรือน 516 คน
4.บ้านกิ่วจันทร์ หมู่ 10 จำนวน 103 หลังคาเรือน 526 คน
ซึ่งราษฎรทั้งหมดเป็นชาวไทยภูเขาเผ่าลั๊วะ ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น หม่อนผลสด กาแฟ และพืชผักปลอดสาร รวมทั้งการทำนาแบบขั้นบันได ซึ่งเป็นการอนุรักษ์หน้าดิน โดยราษฎรจะต้องมาลงทะเบียนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพ
ปัจจุบันการปลูกหม่อนผลสดของที่นี่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีการส่งเสริมให้ราษฎรเพิ่มพื้นที่ปลูก เพราะหม่อนผลสดเริ่มได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มมากยิ่งขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้ผลผลิตที่ผลิตได้ในสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ ภูพยัคฆ์ ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด โดยทางสถานีฯจะรับซื้อหม่อนผลสดจากราษฎรในราคากิโลกรัมละ 30 บาท เพื่อนำมาแปรรูปเป็นน้ำหม่อนเข้มข้น นอกจากนั้นยังมีการคัดผลเพื่อจำหน่ายผลสด ซึ่งจะจำหน่ายในราคากิโลกรัมละ 100 บาท และได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ยังมีปัญหาเรื่องการขนส่ง เนื่องจากระยะทางค่อนข้างไกล ทำให้ผลผลิตหม่อนผลสดช้ำและเสียง่าย นี่คือโจทย์วิจัยของพวกเรา
คณะของเราได้มาเยือนภูพยัคฆ์ในช่วงฤดูร้อน ปลายเดือนมีนาคม 2552 และอยู่ในช่วงปลายฤดูเก็บเกี่ยวผลหม่อนสด แต่ก็ยังเห็นผลหม่อนที่มีขนาดใหญ่กว่าปกติ สีม่วงดำอยู่กับต้นจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเจ้าหน้าที่ได้เก็บผลใส่ตะกร้า มาเก็บไว้ในตู้เย็นรอการแปรรูปเป็นน้ำผลหม่อนเข้มข้น คุณวิทยา ไพศาลศักดิ์ หัวหน้าสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์ ได้ให้เกียรติมาต้อนต้อนรับด้วยตนเอง พาชมโรงงานแปรรูปหม่อนผลสดเป็นน้ำหม่อนเข้มข้น และน้ำหม่อนพร้อมดื่ม เป็นโรงงานขนาดเล็ก แต่มีความสะอาดและผลิตได้ถูกสุขลักษณะ ผ่านการรับรองจากองค์การอาหารและยา ผลิตภัณฑ์ที่ได้จะส่งลงมาจำหน่ายที่ร้านภูพยัคฆ์ ในตัวเมืองจังหวัดน่าน และร้านโกลเด้นเพลสในกรุงเทพ


พวกเราเพลิดเพลินกับการเก็บผลหม่อนสดจากต้น เก็บไปกินไปพร้อมบันทึกภาพอย่างไม่รู้เบื่อ เช่นเดียวกับภูสะจุก สะเกี้ยง ที่ปลูกหม่อนผลสด สงผลหม่อนไปแปรรูปที่ภูพยัคฆ์เช่นกัน อาหารค่ำและอาหารเช้าที่สถานีฯ ก็อร่อยไม่แพ้ภัตตาคารชั้นหนึ่งในเมืองน่าน ยิ่งได้บรรยากาศขุนเขา อากาศหนาวเย็นแม้จะเป็นฤดูร้อน ยิ่งจะทำให้ทุกคนเข็มขัดสั้นกันเป็นแถว สถานที่พักก็มีหลายรูปแบบให้เลือก จะมาเป็นคี่มาเป็นคู่ เป็นหมู่ก็ไม่มีปัญหา ที่สำคัญคือต้องติดต่อเจ้าหน้าที่สถานีฯ จองที่พักและอาหารล่วงหน้า ได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 054-730330-1 ,054-731717หรือจะติดต่อผ่านศูนย์หม่อนไหมเฉลิมพระเกียรติฯ น่าน ก็ยินดีประสานให้โดยไม่คิดค่านายหน้า เราเองก็สัญญาว่าจะกลับมาอีกในปีหน้า
นอกจากเรื่องสินค้าและอาหารที่ปลอดภัยแล้ว ที่นี่ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็นอนุสรณ์สถานภูพยัคฆ์ ซึ่งด้านหลังเป็นอาคารพิพิธภัณฑ์ชนชาติลั้วและม้ง และยังมีสำนัก 708 ซึ่งในอดีตเป็นที่ตั้งศูนย์กลางพรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ปัจจุบันยังมีสิ่งปลูกสร้างที่ยังคงสภาพดี ไม่ว่าจะเป็นกระท่อมลุงคำตันซึ่งจำลองมาจากกระท่อมจริงของลุงคำตัน หรือ พันโทโพยม จุลานนท์ อดีตผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ฝ่ายทหาร เป็นบิดาของพลเอกสรยุทธ์ จุลานนท์ องคมนตรี อดีตนายกรัฐมนตรี และกระท่อมของเหล่าผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์ หรือจะเป็นอุโมงค์ใต้ดินซึ่งใช้เป็นที่หลบภัยในการสู้รบในสมัยนั้น และเตาหุงหาอาหาร เมื่อเหตุการณ์สงบลง สำนัก 708 จึงกลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวและเรียนรู้สำหรับผู้สนใจ
ทั้งหมดที่กล่าวมาเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของสถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริภูพยัคฆ์ ที่เหลือยังรอให้ท่านมาพิสูจน์ด้วยตาของท่านเอง
บรรณานุกรม
สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 13 (แพร่. . ภูพยัคฆ์ สถานีพัฒนาการเกษตรที่สูงตามพระราชดำริ “ภูพยัคฆ์” จังหวัดน่าน. กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม.2 หน้า (แผ่นพับ)
สวัสดีค่ะ อ่านแล้วอยากเห็นภาพจังเลย นึกถึงหม่อนลูกโตๆ น่ากินจัง. ถ่ายรูปไว้เยอะไหมคะ อยากเห็นจังเลย กำลังหาที่เที่ยวค่ะ พอดีที่ทำงานจะจัดทัวร์ทุกปี เป็นทัวร์ทำบุญด้วยน่ะค่ะ ไปบริจาคของตามโรงเรียนและถิ่นทุรกันดาร เผื่อเอาไปนำเสนอและแวะพักที่นี่น่ะคะ เอารูปมาลงให้ดูหน่อยได้มั้ยคะ
ตอบ คุณลูกลิง
อัพรูปมาให้ดูตามคำขอ และจะส่งเพิ่มเติมมาอีกครับ แต่หม่อนจะออกผลมากตามฤดูกาล ในเดือน มีนาคม แต่เกษตรกรลบางรายอาจทำให้ออกก่อนฤดูในช่วงเดือน ธันวาคม-มกราคม เพื่อต้อนรับนักท่องเที่ยว ขอขอบคุณแทนเด็กๆในถิ่นทุรกันดาร ที่จะได้พบกับผู้ใจบุญอย่างคุณ ถ้าอยากรับประทานน้ำหม่อน อย่าลืมไปเที่ยวงาน "ตรานกยูงพระราชทาน สืบสานตำนานไหมไทย 2553" ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี ในวันที่ 25 -29 สิงหาคม 2553 ฮอลล์ 7-8 ครับ
ขอบคุณครับ