เยี่ยมครอบครัวเด็ก ที่อยู่ในความดูแลของบ้านอุปถัมภ์เด็ก


เยี่ยมครอบครัวเด็ก ที่อยู่ในความดูแลของบ้านอุปถัมภ์เด็ก

         ด้วยผู้เขียนเองมารับผิดชอบงานบ้านอุปถัมภ์เด็ก เริ่มเดือนที่สอง  สิ่งที่ตนเองพบคือไม่รู้ตักเด็ก และครอบครัวของเด็กเลย จำเป็นที่ต้องไปเรียนรู้วิถีชีวิตของครอบครัวเด็กที่มีครอบครัว  ที่ให้ทางโครงการได้มีโอกาสติดตามและเยี่ยม

         เมื่อวันที่ 9  กรกฎาคม 2553 ครูจิ๋วพร้อมกับเจ้าหน้าที่ประจำบ้านอุปถัมภ์เด็ก  คือครูหน่อย และครูเอ็ม ไปส่งเด็กกลับบ้านพร้อมกับเยี่ยมและซักประวัติเพิ่มเติมในแต่ละครอบครัว  ในวันนั้นได้เพียง 3 ครอบครัวเท่านั้น ฝนตกลงมาหนักมาก ทำให้ครูไม่สามารถที่จะเดินลุยน้ำไปได้ต่อ อีก 4-5 ครอบครัว

        แต่สิ่งที่พบ  คือสภาพบ้านของแต่ละครอบครัวรั่ว(โดยเฉพาะสังกะสีมันเก่า)  และอีกสิ่งหนึ่งที่ครอบครัวบอกกับคุณครู คือ รายได้ที่หาในปัจจุบันไม่พอกับค่าเช่ารถซาเล้ง วันละประมาณ 200 บาท  และค่าน้ำมันที่เติมอย่างน้อยวันละ 300 บาท  ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้ต้องไปกู้ก่อน  แต่กว่าจะหามาคืนคนที่ให้กู้  บางวันไม่เหลือเงินเลย

         การได้รู้จักครอบครัวเด็กและสภาพความเป็นอยู่ ช่วยในการที่วางแผนพัฒนาชีวิตเด็ก  ที่จะต้องเสริมทักษะขีวิตให้กับเด็กด้านใดบ้าง

         สิ่งที่เป็นปัญหาที่พบ คือยาเสพติดในชุมชนจำนวนมาก  หลายครอบครัวกลัวเรื่องการละเมิดเด็กในแง่มุมต่างๆ  เพราะมีเด็กวัยรุ่นจำนวนมากออกเรียนกลางคันมา และมั่วสุมกันในชุมชน  

หมายเลขบันทึก: 374836เขียนเมื่อ 14 กรกฎาคม 2010 00:11 น. ()แก้ไขเมื่อ 6 กันยายน 2013 23:12 น. ()สัญญาอนุญาต: ครีเอทีฟคอมมอนส์แบบ แสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า-อนุญาตแบบเดียวกัน


ความเห็น (2)

สิ่งที่ที่ครูพบเมื่อลงไปเยี่ยมครอบครัว สิ่งที่พบ คือ

1.ครอบครัวเด็กเองสู้อย่างมากในการดูแลลูกของตนเอง

2.ครอบครัวเด็กที่พบ คือพยายามอย่างเต็มที่ในเรื่องการหารายได้มาดูแลครอบครัวของตนเอง

3.พยายามให้ลูกได้รับโอกาสทางการศึกษา เพราะไม่ต้องการให้ลูกมาเหมือนตนเอง ที่ไม่มีความรู้

เมื่อวันที่ 20 ก.ค. 53 ได้ลงไปเยี่ยมแม่ที่ติดอยู่ในเรือนจำพิเศษ คลอง 5 โดยพาเด็กไปเยี่ยมแม่แบบใกล้ชิด ซึ่งมีขั้นตอนในการขออนุญาตเยี่ยมแบบใกล้ชิด

(1) ได้ทำหนังสือขออนุญาตเยี่ยมใกล้ชิด ผ่านนักสังคมสงเคราะห์

(2) วันจริงต้องเตรียมบัตรประชาชน และเอกสารขออนุญาตตัวจริงให้ผ่านนักสังคมสงเคราะห์

(3) เมื่อมีการประสานงานทั้งฝ่ายนักสังคมสงเคราะห์ และเจ้าหน้าที่รักษาประตู มีการแลกบัตร และห้ามนำสิ่งของติดตัวเข้าไปในเรือนจำ

(4) เข้าไปแล้วได้ให้นั่งจำเพาะที่จัดไว้ให้เยี่ยมใกล้ชิด ได้ให้แม่กับลูกได้พูดคุยอบรมซึ่งกันและกัน ประมาณ 1 ชั่วโมง 15 นาที ซึ่งถือว่าทางเรือนจำให้โอกาสเป็นอย่างมาก

ครูจิ๋วเองได้ให้แม่กับลูกได้มีโอกาสั่งสอน ในเรื่องความประพฤติของลูก สิ่งที่มองไปมีนักโทษในวันนั้นจำนวน 1.237 คน ส่วนมากเกี่ยวข้องกับยาเสพติดทั้งหมด และที่เห็นเป็นจำนวน คือกลุ่มเยาวชยหญิงช่วงอายุ 19-24 ปี จำนวนเกินครึ่งหนึ่ง เห็นได้ชัดว่ายาเสพติดระบาดขนาดไหน และหาซื้อได้ง่ายด้วย

พบปัญหาการใช้งานกรุณาแจ้ง LINE ID @gotoknow
ขอแนะนำ ClassStart
ระบบจัดการการเรียนการสอนผ่านอินเทอร์เน็ต
ทั้งเว็บทั้งแอปใช้งานฟรี