ขอบคุณทุก ๆ แนวคิดที่ผ่านเข้ามาให้ผมได้รอง ตรองดูครับ
คำว่า เศรษฐกิจพอเพียง ถูกพูดถึงกันมาก็หลายปีแล้ว แต่ความเข้าใจก็คงต่างกันออกไป ขอเขียนสั้น ๆ นะครับ จริง ๆ แล้ว เราน่าจะถูกปลูกฝังในเรื่องของเศรษฐกิจ พอเพียงกันมานาน ตั้งแต่เด็ก สมัยเรียน ต่างกันก็ เมื่อก่อน เป็นการ ออมดั่งประโยคในเพลงของ อัสนี วสัน ..... เหลือเก็บ ค่อยเอาไปใช้ เหลือจ่ายค่อยเอาไปเก็บ คือการรู้จักเก็บออม นั่นเอง .....
ผมมองดู กระทู้หนึ่งในเวป THAIMTB พูดถึงเรื่องการซื้อจักรยานราคาแพง ๆ .. ทำไม ไม่รู้จักพอเพียงบ้าง ก็ได้ความคิดเห็นที่หลากหลายนะครับ ในกระทู้นั้น ความพอเพียง คืออะไร ...... สำหรับผม คือการใช้จ่ายที่เหมาะสมกับ สภาพเศรษฐิกิจ ของตัวเอง ดั่งในกระทู้จักรยาน ราคาแพงนั้น ถ้าผู้ซื้อสามารถซื้อได้โดยที่ไม่เดือดร้อน ก็น่าจะสมเหตุผลนะ แต่ถ้าผู้ซื้อต้องจ่ายในราคาที่สูงเกิน รายรับของตัวเองมากนัก มันก็คงจะไม่ใช่ความพอเพียงเท่าไร ทั้งนี้ ... คุ้มค่าหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับคนแต่ละคนด้วย ...
ผมได้พบกับท่าน ผ.อ. ปรีชา ศรีอนันต์ ผ.อ. โรงเรียนสถาพรวิทยา อ.บางเลน ท่านพูดถึงเรื่อง เศรษฐกิจพอเพียงได้น่าสนใจ "เศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่การอยู่แบบ ประหยัดจนมากเกินไป แต่อยู่อย่างพอดี อุ้มชูตัวเองได้และเศรษฐกิจพอเพียงไม่ใช่การปลูกผักกิน " คือการอยู่อย่าง เข้าใจ
เช่นคนหนึ่งมีเงิน ร้อยล้าน เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่รายได้ต่อเดือนหลายแสน ซื้อรถ คันละ 5 ล้าน เค้าก็ไม่ได้เดือดร้อน และเค้ายังสามารถซื้อรถคันละ10 ล้านได้แต่ก็ไม่ ...... ถือว่าพอเพียงหรือปล่าว
และในขณะเดียวกัน คนหนึ่ง มีเงิน5หมื่นได้เงินเดือนเดือนละ7พัน แต่ซื้อรถคันละ 1 แสน .... แบบนี้พอเพียงหรือปล่าว ........
การอยู่อย่างพอเพียง .... คือการอยู่อย่างเข้าใจตัวเอง อยู่ให้พอดี เหมาะสม ผมเข้าใจอย่างนี้นะครับ
Sufficiency Economy
ตลาดนัด..จะวายแล้ว
กระชับ.....เข้าใจ......แก่นแท้.......ความพอดี....ทางสายกลาง.....มีเหตุ...มีผล...และการออม...เพื่อไม่ประมาท
2.
ajankoy
เมื่อ จ. 12 ก.ค. 2553 @ 19:21
#2085659 [ ลบ ]
กระชับ.....เข้าใจ......แก่นแท้.......ความพอดี....ทางสายกลาง.....มีเหตุ...มีผล...และการออม...เพื่อไม่ประมาท
สวัสดี ท่านผ.อ. ครับ
ขอบคุณครับผม เป็นเรื่องที่เข้าใจ ง่าย แต่ทำยาก ....... ยากในเรื่องของการควบคุมตัวเอง
และควบคุบปัจจัยเสริมในการที่จะทำให้ความพอเพียงของตนเอง สลายไป ได้
เช่น ใช้จ่ายในเรื่องของเหตุสุดวิสัย ฯลฯ ครับผม
น้องนะ ที่น่ารัก
พี่สุจะบอกนะคะ ความเข้าใจ ของน้องนะที่เขียนมา เกี่ยวกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ยังไม่ถ่องแท้ ทุกกระบวนความรู้ที่ควรจะรู้ไว้ เพราะพอเพียง กับเพียงพอ หลักปรัชญา ใครๆๆที่ไหน เขาก็พูดกัน แต่ในส่วนลึกๆๆ คืออะไร พี่สุจึงขอเขียนยาวๆๆ เพื่อน้องขึ้นเวที ขึ้นปราศรัย ขึ้นกล่าวรายงาน จะได้เสริมความรู้ลึกไว้อีกคะ และไปที่ไหน เราก็คุยกับเขาได้ และเข้าใจมากกว่าเพื่อนคะ และรู้ไหมมันอินเทรน เพราะเป็นหลักที่เหนือหัวของเราพระองค์ได้ว่าไว้ เพื่อการแก้ปัญหา ความยากจนคะ
- พอเพียง ของน้องนะ เรื่องการออมเงิน สรุปสั้นๆๆว่า รู้จักหา รู้จักใช้ รู้จักออม ใช่คะ
-พี่สุอยากจะให้น้องได้รับทราบ ว่า หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ไม่ใช่แต่การออมเงินอย่างเดียว การใช้ชีวิตของเราทุกอย่าง การอยู่ การกิน การทำงาน การพักผ่อน การเที่ยวเตร่ หากใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงแล้ว ก็จะไม่มีเรื่องเสียหายหรือเดือดร้อนคะ
-พี่สุจึงขอนำเสนอ ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ที่คนสมัยใหม่ จะต้องเรียนรู้และเข้าใจ ว่า มันไม่ใช่แต่การออมเงิน ทุกอย่างใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้หมด โดยน้องนะ จะต้องจำหลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไขให้ได้ ถ้าจำไม่ได้ ก็ไม่สามารถ นำไปใช้ได้ทุกกิจกรรม หลักมันมีว่า
1.รู้จักประมาณตน เรื่องความรู้ ก็ต้องรู้ว่าตนเอง มีความรู้ ความสามารถ มีรายได้ แค่ไหน พอรู้แล้ว ถ้าเป็นเรื่องความรู้ เราก็ต้องรู้ว่าเรา มีความรู้แค่ไหน จะต้องเรียนเพิ่มเติม การเรียนเพิ่มเติมอย่าขี้เกียจ พออยากเรียนเพิ่ม ก็ต้องมาดูรายได้ตนเองอีก รายได้ไม่มี จะเรียนให้สูงๆๆ ก็เกินตน ไม่มีเงินก็เรียนไม่ได้ ต้องเรียน กศน.เพื่อความก้าวกน้า
-เรื่องการซื้อรถ บางคนเขารวยอยู่แล้ว เขาอาจจะมีรถได้หลายๆๆคัน นั่นคือเขารู้ตนเอง ไม่ใช่ฟุ่มเฟือย แต่ซื้อแล้วครอบครัวเขาไม่ได้เป็นหนี้เป็นสิน ไม่เดือดร้อน
2. มีเหตุมีผล สมเหตุสมผล จะทำอะไร ก็ต้องพอสมควร สมเหตุ สมผล สมมุติว่า เราอยากมีรถหลายคันเหมือนเขาหละ จะเห็นได้ว่าเขามี แต่ฐานะการเงินเขามั่นคงกว่า มีรายได้เข้ามา กำไร เป็นรายวัน ต่างกับเราเงินเดือนเรา ต่างกับกำไรที่เขาได้ต่อวันเสียอีก เขาสามารถซื้อรถได้ การซื้อเขาสามารถ เราอยากซื้อตาม ต้องเปรียบเทียบรายได้แล้ว แล้วเราก็ฐานะเท่านี้ จะซื้อไปทำไมให้เหมือนเขา มีจักรยานยนต์ซักคัน ก็ดีแล้ว นี่แหละคือเหตุและผล บางคนไม่มีเหตุผล ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเขามาดาว เสร็จแล้วก็มาผ่อน ชักหน้าชักหลัง ครอบครัวเดือดร้อนคะ
-เสื้อผ้า อยากซื้อใหม่ ทั้งที่ตัวเก่าแบบเดียวกันก็มี อยากได้อีก บางครั้งซื้อมาแล้ว ก็ไม่นำออกมาใช้ เพราะมันมากมายจนลืมใส่ ก่อนตัดสินใจซื้อ ต้องหาเหตุผลให้ได้ซัก 3 ข้อ ถ้าหาไม่ครบ 3 ตัดสินใจไม่ต้องซื้อ
3.สร้างภูมิคุ้มกัน ร่างกาย คนเราจะแข็งแรง กินอาหารให้ครบ ออกกำลัง พักผ่อนให้เพียงพอ นี่คือการสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย
-สำหรับสร้างภูมิคุ้มกันให้กับรายได้ ก็คือรู้จักหา รู้จักเก็บ รู้จักใช้ รู้จักออม
-สร้างภิมคุ้มกันให้กับงาน ขยัน หมั่นศึกษา เรียนรู้เพิ่มเติม
ยังมีการยกตัวอย่าง อีกมากมาย ที่ใช้หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง แล้วยังมีอีก 2 ห่วงคือ ความรู้ ก็หมั้นหา ศึกษาให้มาก เรียนรู้ไปจนแก่ แล้วก็มีควบคู่กับคุณธรรม นั่นคือทำอะไร ก็ให้ทำดีดี มีศีลธรรม ซื่อสัตย์
น้องนะ จ๋า พี่สุ เม้นท์ยาวไปอีกแล้ว ว่างๆๆหรือคิดอยากอ่านค่อยเข้ามาอ่านนะคะคนดี
ความพอเพียงของแต่ละคนไม่เหมือนกันและไม่เท่าเทียมกัน
เพราะฉะนั้นเราจะเอาอะไรมาวัดว่า แค่ไหน?? เท่าไหร่ ?? จึงจะพอเพียง
บางครั้งอาจจะพอเพียงสำหรับคนคนหนึ่งแต่...อาจฟุ่มเฟือยสำหรับอีกคนหนึ่ง
ของอย่างนี้มันต้องอยู่ที่ใจเราแล้วล่ะว่า....แค่ไหนถึงจะพอเพียงสำหรับเรา
โห ยาว เลย ขอบคุณ พี่ สุ , krugui Chutima และพี่ ๆ ทุก ๆ ท่านนะครับ
ได้ข้อมูลเพิ่มเติม เยอะเลยครับผม
ไม่พอเพียงเรื่องความดีครับ
มีัทรัพย์
มีอำนาจ
ยิ่งมาก
ยิ่งเป็นทุน ให้เราทำอะไรดีๆ เพื่อโลกใบนี้ครับ
สันโดดเรื่องสมบัติ
แต่ไม่สันโดดเรื่องความคิดดีๆ ปัญญาดีๆ
และต่อให้ไม่มีทุน ไม่มีอำนาจ
แต่ไม่สันโดดหรือความคิด
ก็เปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างได้
คนเก่งๆ เริ่มจากศูนย์ทั้งนั้นครับ
เลยต้องใช้ความรู้
รู้ไม่พอต้องใช้คุณธรรม
ขอนำเสนอในมิตินี้ครับ
ขอบพระคุณที่จุดประกายให้คิดต่อครับ
มีัทรัพย์
มีอำนาจ
ยิ่งมาก
ยิ่งเป็นทุน ให้เราทำอะไรดีๆ เพื่อโลกใบนี้ครับ
และต้องใช้ความรู้
รู้ไม่พอต้องใช้คุณธรรม
กำกับ เจ้าอำนาจอีกที ใช่ไม๊ครับผม
ผมต้องขอบคุณ ท่าน ดร.ภิญโญ ด้วยเช่นกันครับ
ในความคิดเห็น อีกมิติหนึ่งครับผม ขอบคุณครับ
ใช่เลยคุณครู ขอบคุณสำหรับการจุดประกายความคิดอีกครั้งครับ
พี่จรรย์ว่า พอเพียงคือ เหมาะสมกับฐานะตน และไม่ทำให้ใครเดือดร้อน รวมทั้งตนเอง
คือไม่ใช่ว่าขยันทำมาหากินอย่างเดียว จนไม่มีเวลาพักผ่อน หรือดูแลตัวเอง อย่างนี้ก็ไม่ใช่พอเพียงแล้วหละค่ะ
นั่นซิครับพี่จรรย์ บางท่าน ก็ ทำโครงการ , ชอบเศรษฐกิจ พอเพียง แต่ การดำเนินชีวิตกลับดู ขัด ๆ กัน อย่างบอกไม่ถูก
ปากบอกฉันนี่แหละ พอเพียง พยายามปลูกผัก ,ทำสวน, ค้าขายวันหยุด , ดูงานนั่นนี่เรื่องพอเพียง แต่ ก็ โกงกิน ไปเรื่อย
ทั้ง ๆ ที่ เงินเดือน ก็เยอะ ไม่พอซักที
แบบนี้เรียก พอเพียง หรือ ไม่รู้จักพอ กันแน่นะ ............
ใช่ครับ ......
ต้องอย่างที่ ดร.ภิญโญ เขียนไว้แหละครับ เรื่องของ คุณธรรม ผมว่า สำคัญมาก ในทุก ๆ เรื่องครับ
ความรู้สูง จิตสูง วิเศษ
ความรู้ต่ำ จิตสูง ดี
ความรู้สูง จิตต่ำ เลว
ความรู้ต่ำ จิตต่ำ บัดซบ
ผมว่าอย่าที่คุณนะนำเสนอตอนแรกน่ะ เข้าใจง่ายกว่า
พอมาอ่านของคุณสุ มันก็คล้ายๆกัน คือสรุปแล้วมันก็แล้วแต่มุมมอง
ซึ่งส่วนใหญ่จะเหมือนกัน แตกต่างกันตรงรายละเอียดนิดเดียว
"มัชฌิมาปฏิปทา"ทางสายกลางของพระพุทธองค์ นั่นเอง
ครับผม ท่านพี่สุ ก็ อธิบายรายละเอียด ให้ ชัดเจน ขึ้นแหละครับ พี่ numtui
มุมมอง การปฎิบัติ แนวทาง ก็มีอีกมากมาย ที่น่าสนใจ ซึ่งนำไปสู่ คำว่า พอเพียง ได้ครับ
ได้อ่านข้อความข้างต้นแล้ว ขอเพิ่มเติมนะครับ คุณสุอธิบายตามตำราเลยครับถูกต้องครับ หลักการของคำว่าเศรษฐกิจพอเพียงก็คือ การอุ้มชูตัวเองได้ มิได้หมายความถึงด้านเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวครับ แต่หมายถึงทุกอย่างในชีวิต นักเรียนเรียนหนังสือไม่ตั้งใจเรียนสอบตก ก็แสดงว่าอุ้มชูตัวเองไม่ได้ เรียกว่าเรียนไม่พอเพียง (คนอ่านหนังสือไม่ออกแต่ประสพความสำเร็จในการทำงานก็ไม่ได้หมายความว่าอุ้มชูตัวเองได้ เพราะถ้าให้อ่านข่าวหนังสือพิมพ์ก็ไม่สามารถอุ้มชุตัวเองได้ ต้องดูว่าเราเอาอะไรมาเป็นฐาน ครับ) ดังนั้นสิ่งหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือเราทำอะไรต้องคำนึงถึงหลักสามหลัก ดังที่คุณสุได้อธิบายไว้ แต่ที่สำคัญต้องอย่าลืมเอา ความรู้และคุณธรรม กำกับในการคิด ต้องขอย้ำนะครับต้องเอา ความรู้และคุณธรรม (ไม่ใช่อย่างใดอย่างหนึ่ง) เราเคยเอาคนเก่งแต่ไร้คุณธรรม มาตัดสินใจบริหารบ้านเมืองแล้วเป็นไงครับ และเราก็เคยเอาคนดีแต่ไม่มีความรู้มาบริหารแล้วเป็นไงครับ ดังนั้นจึงจะเรียนให้ทราบว่าการจะดูว่าถึงเป้าหมายแห่งเศรษฐกิจพอเพียงแล้วหรือยัง ต้องดูว่า อุ้มชูตัวเองได้ไหมไงครับ
เศรษฐกิจพอเพียง หล่อเลี้ยงอุ้ทชูตนเองได้ พึ่งตนเองไม่ต้องอาศัยผู้อื่น