ฟรี! ที่หอประชุมใหญ่ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย   วันที่ ๙ – ๑๑ ส.ค. ๕๓   มี ๒ รอบ คือ รอบ ๑๔.๐๐ น.  กับรอบ ๑๙.๐๐ น.   โต้โผคือ ดร. รุ่ง แก้วแดง บอกว่ารอบ ๑๔ น. เน้นชวนเด็กๆ มาชม    และเข้าใจว่ามีคนเต็มแล้ว    ที่อยากเชิญคือรอบ ๑๙ น.  

 

          จองที่นั่งได้ที่ ๐๘๕ ๓๓๙ ๘๒๗๐

 

          คำเชิญของ ดร. รุ่งคือ “เชิญร่วมเรียนรู้วิถีชีวิต  เรื่องราวใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้  และให้กำลังใจเยาวชน   ในการสืบสานศิลปะการแสดงพื้นบ้าน   เพื่อเสริมสร้างสันติสุข”

 

          ‘กลอง’ และ ‘บานอ’ จะพาคุณไปร่วมเรียนรู้พลังของการร่วมกันเป็นหนึ่งท่ามกลางความหลากหลายของเชื้อชาติ ที่นอกจากไม่สร้างความแตกแยก ยังสร้างความยิ่งใหญ่ให้กับราชอาณาจักรลังกาสุกะ   จนกระทั่งก่อนที่ความรุนแรงจะโอบล้อมเมืองชายแดนใต้

          ไปฟังเรื่องเล่าตำนานเก่าถึงดินแดนในฝัน ดินแดนมหัศจรรย์ที่ปู่ย่าตายายใช้ชีวิตอย่างสันติสุขมาหลายชั่วคน   ดินแดนที่วันนี้ความสุขเหลือเพียงเรื่องเล่าขาน   ความปวดร้าวที่การเยียวยาใดก็ไม่อาจบรรเทา   แต่ในความสิ้นหวังในการกลับมาของความสงบสุข เยาวชนรุ่นใหม่รวมพลังผ่านศิลปะการแสดงพื้นบ้านที่สุ้มเสียงความสนุกเคยจางหาย อาทิ ดิเกร์ฮูลู อนาซีด ซีละ ลารีอีนา รองเง็ง มโนราห์ รำกริช และอื่นๆ อีกมากมาย   ที่ได้กลับมาสร้างสีสันให้ชายแดนใต้อีกครั้ง

          ผมพบ ดร. รุ่ง ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เช้ามืดวันที่ ๙ ก.ค. ๕๓   ท่านบอกว่า เยาวชนที่มาแสดงมีจำนวน ๓๐๐ คน   อายุระหว่าง ๑๔ – ๒๕ ปี   และมีผู้ใหญ่ที่เป็นครูภูมิปัญญาร่วมมาด้วย   และที่จริงแล้ว ต้องการให้เวทีนี้เป็นเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้    ให้ผู้แสดงก็มาเรียนรู้ และรู้จักกัน เพราะมาจากหลายพื้นที่ใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้  

          ผมมองว่า นี่คือขบวนการสร้าง nobody ให้เป็น somebody   เป็นการแก้ปัญหาสังคมด้วย positive psychology   เพราะเด็กเหล่านี้ก่อนเข้าร่วมกิจกรรมเป็นคนที่ชีวิตว่างเปล่า   จึงหันไปหาความสุขจากการ “กินยา”   ได้แก่ ๔ x ๑๐๐, ๘ x ๑๐๐ ที่ส่วนประกอบคือ กระท่อม ยาบ้า ยาไอซ์ ฯลฯ และส่วนประกอบอื่นๆ ตามแต่จะลองกินแล้วช่วยให้มึนเมา และสนุกสนานจากการรวมกลุ่มรวมพวก   เป็นชีวิตที่ล่องลอยไร้ความหมาย   และเป้นที่หนักใจของพ่อแม่และผู้ใหญ่  

          ดร. รุ่งบอกว่าเด็กผู้ชายที่ใช้ชีวิตแบบนี้มี ๓ แสนคนใน ๓ จังหวัดชายแดนใต้   เป็นปัญหาสังคมตัวจริง   ที่ถ้าแก้ไขได้ สันติสุขก็น่าจะกลับมาอีกครั้งหนึ่ง   เวลานี้ท่านใช้เงินที่ได้รับการสนับสนุนจาก สสส. ไปสร้างเครือข่ายของเด็กพวกนี้ได้แล้ว ๑๔,๐๐๐ คน จาก ๑๑ อบต.   ปีหน้าจะเพิ่มเป็น ๓ หมื่นคน  

          ดร. รุ่ง เคยเป็นอธิบดีหลายกรมในกระทรวงศึกษาธิการ และเกษียณอายุราชการที่เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาแห่งชาติ   ท่านจึงคุ้นกับราชการมาก   ท่านตั้งข้อสังเกตว่า เงินที่ สสส. ใช้สนับสนุนกิจกรรมต่างๆ ได้ผลเต็มเม็ดเต็มหน่วย   เพราะ สสส. ทำงานอย่างโปร่งใสมาก   ไม่มีการตามไปกินเศษกินเลยจากเงินที่ตนให้ไป

          ผมเข้าใจว่า เครือข่ายศิลปะการแสดงนี้ น่าจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้น  ต่อไปน่าจะรีบเข้าสู่เครือข่ายอาชีพ ที่เป็นสัมมาชีพ และเลี้ยงชีวิตและครอบครัวให้มีความสุขได้   ซึ่งมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง ก็ดำเนินการอยู้แล้วส่วนหนึ่ง เช่นโครงการเลี้ยงแพะ  

 

 

วิจารณ์ พานิช
๙ ก.ค. ๕๓
สนามบินสุวรรณภูมิ