"แม่ครับ.....ลูกอยากเห็นบรรยากาศงานรับปริญญาจัง"
ลูกชายคนโต ปรารภกับฉันในค่ำคืนวันหนึ่ง เราสามคนแม่ลูกจึงจัดประชุมโต๊ะกลม
มีมติเป็นเอกฉันท์ สามวันเต็ม ๆ แม่จะจูงมือลูกทั้งสองไปเรียนรู้นอกห้องเรียน
สำหรับฉันเอง อดออมวันลาเอาไว้ ตั้งแต่เปิดภาคเรียน เพื่อจะลากิจไปร่วมพิธี
พระราชทานปริญญาบัตร ของหลานชาย
บทเรียนนอกกรอบ เริ่มตั้งแต่ หัดให้ลูก ๆ ได้เตรียมพร้อมกับการเดินทาง
ในทุก ๆ เรื่อง ขาดไม่ได้ กล้องถ่ายรูป โทรศัพท์ รวมทั้งอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่
สำคัญพาหนะในการเดินทาง
09.19 น. ของวันที่ 7 กรกฎาคม เป็นเวลาที่ล้อหมุน เดินทางแบบสบาย ๆ
ชมนกชมไม้ ชมธรรมชาติสองข้างทาง ฉันไม่ลืมที่จะสอดแทรกความรู้ให้กับลูก ๆ
หัวข้อการเรียนรู้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์บนท้องถนน หรือสภาพแวดล้อมทั้งสองข้างทาง
ถึงเพชรบุรีใกล้เที่ยง ได้เวลาอาหารพอดี ได้รับการต้อนรับจากน้องบอย
อาจารย์ "ศักย์ชัย เพชรสุวรรณ" ซึ่งเป็นอาจารย์อยู่ที่สถาบันราชภัฎเพชรบุรี
จัดแจงกุลีกุจอ พาไปทานส้มตำรถไฟ อร่อยมาก เป็นร้านอยู่ติดถนนเพชรเกษม
การเดินทางของเราจึงมีสมาชิกเพิ่มขึ้น และเป็นสมาชิกที่มีหน้าที่สำคัญมากนั่นคือ
รับตำแหน่งคนขับรถกิติมศักดิ์ ไปโดยปริยาย
ณ ยามนี้ ถนนหนทางดูเหมือนจะปลอดโปร่ง รถไม่ติด ฝนไม่ตก เรียกว่า
บรรยากาศเป็นใจเหลือเกิน
เจอสื่อการเรียนรู้ที่สำคัญอยู่กลางท้องถนน ช่วงอำเภอเขาย้อย "ไม้สัก"
งามมากค่ะ ปลูกอยู่บนเกาะกลางถนน ฉันจึงสอนลูก ๆ เกี่ยวกับ ความสำคัญของ
ไม้สักพืชเศรษฐกิจ ซึ่งก็มีน้องบอย คอยเสริมให้บทเรียนชัดเจนยิ่งขึ้น
โดยเฉพาะเรื่องของการอนุรักษ์ป่า บทสรุปก็คือ การปลูกต้นสักที่กลางเกาะถนน
นับเป็นเรื่องที่ดีมาก นอกจากจะให้ร่มเงา ให้ความสดชื่นงามตาแล้ว ยังขายได้
ราคาอีกด้วย หากปลูกไปตลอดแนวยาวของถนน ก็คงจะดีมาก
บทเรียนบทใหม่เริ่มขึ้นอีกครั้งเมื่อมีสื่อการเรียนใหม่เข้ามา นั่นคือ ภาพเบื้องหน้า
ที่เรากำลังไล่ตาม และหาโอกาสขับแซงขึ้นไป เป็นภาพของรถบรรทุกหกล้อ
ที่บรรทุกสิ่งมีชีวิตที่มีคุณอนันต์ต่อชาวไร่ชาวนาสมัยก่อน นั่นคือ "วัว"
"เขาจะเอาวัวไปไหนเหรอครับ...." นักเรียนในห้องเรียนไร้กรอบ ถามด้วยความสงสัย
"เอาไปโรงฆ่าสัตว์มั้ง...." ฉันตอบลูก แต่ก็อธิบายยืดยาว สนทนากันได้อย่าง
ไม่มีช่องว่าง เนื่องจาก ทุก ๆ คนเป็นลูก เป็นหลานชาวนา และเมื่อคิดไปว่า "วัว"
5-6 ตัวที่อยู่บนรถบรรทุกคันนั้น มันควรจะได้อยู่ในทุ่งนา กับลูก ๆ ของมัน
ทำให้ฉันคิดถึงบทกลอนที่เคยอ่าน จาก ศาลานกน้อย อ่านจนจำได้
ดึงลาก ขึงขัง พลิกผิว
กรุ่นฉิว ฉุนสาบ บ่เหม็น
คลุกคลี ขี่หลัง ย่ำเย็น
ทุกข์เข็น สุขเศร้า เคล้าปน
คันนา สูงต่ำ ย่ำผ่าน
หนังกร้าน กรำแดด ห่าฝน
ผูกเลี้ยง เคียงคู่ ผู้คน
ขัดสน แลกเปลี่ยน เงินตรา
ฟ้าใหม่ กรายกล้ำ ย้ำคล่อง
ใยต้อง ผูกเลี้ยง ห่วงหา
ตามต้อย คอยต้อน ออกนา
ผักหญ้า หากิน หมดวัน
เหล็กแกร่ง รุกล้อ เกลื่อนทุ่ง
หายยุ่ง คอยลุก ผูกมั่น
เร่งงาน เกินเปรียบ เทียบกัน
ทั้งวัน รับได้ ใจคน
สิบล้อ จอดเทียบ คันใหญ่
เต็มใจ ใสผลัก ขึ้นขน
ขายควาย เปลี่ยนใช้ เครื่องยนต์
จำทน ส่งเจ้า เข้าโรงฯ
ไม่นานนัก เราก็มาถึงเมืองกาญจน์ แวะให้นักเรียนห้องไร้กรอบ
ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ เรื่องของสงครามโลกครั้งที่ 2
"สุสานทหารสัมพันธมิตร" เนื่องจากการเกณฑ์ทหารพันธมิตรมา
สร้างทางรถไฟสายยุทธศาสตร์ผ่านกาญจนบุรีไปประเทศพม่า
ของกอง ทัพญี่ปุ่น ในสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นเหตุให้เชลยศึก
สัมพันธมิตรเสียชีวิตลงที่กาญจนบุรีเป็นจำนวนมาก ชาวไทยจึงได้
อุทิศที่ดินให้เป็นสุสานฝังศพผู้เสียชีวิตดังกล่าวซึ่งมีอยู่ 2 แห่ง
แต่วันนี้เด็ก ๆ ได้เรียนรู้ที่ สุสานกาญจนบุรี (ดอนรัก) อยู่ที่บริเวณ
หลังสถานีรถไฟกาญจนบุรี ห่างจากตัว เมืองออกไปทางเหนือประมาณ
1 กิโลเมตร เป็นสุสานที่มีเนื้อที่กว้างขวางสวยงามและเงียบสงบ
บรรจุศพทหารเชลยศึกถึง 6,928 หลุม
" แม่ครับ ....แม่ครับ ดูสิ เขาตายตอนอายุน้อย ๆ ทั้งนั้นเลย"
ลูกชายคนโตพูดเสียงดัง ฉันสนใจดูบ้าง เป็นเช่นนั้นจริง ๆ
เจ้าของหลุมฝังศพ ส่วนมากอายุอยู่ในช่วง 20-35 ลูกถามว่าทำไม
ฉันก็อธิบายว่า คนวัยนี้เป็นวันทำงาน มีพละกำลังมาก
จึงถูกต้อนมาเป็นเชลย
ฉันรู้สึกติดใจต้นไม้หน้าสุสาน ก็ดูสิ รากของมันเป็นที่นั่งอย่างดีเลยค่ะ


สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะพี่อิง มาอ่านเรื่องอบอุ่นในครอบครัวค่ะ
เพิ่งทราบว่าพี่อิงเป็นคุณแม่ยังสาวอีกคนแล้ว หนุ่มน้อยได้เรียนรู้โลกกว้างแบบไร้กรอบ รอติดตามอ่านบันทึกต่อไป ชอบๆ ขอบคุณค่ะ
สวัสดีค่ะพี่คิม
สวัสดีค่ะน้องpoo
มาชื่นชมการเรียนรู้มากมายนอกห้องเรียน ซึ่งจะเพิ่มประสบการณ์ อันจะเป็นรากฐานทางความคิดต่อไปของน้องๆนะคะ...
..ขอบคุณที่ไปให้กำลังใจ โครงการกล้าใหม่ ไฝ่รู้ ซึ่งเป็นกิจกรรมนอกห้องเรียนเช่นกันค่ะ...
สวัสดีค่ะคุณนงนารท
สวัสดีค่ะ
สวัสดีค่ะพี่ ครูอิงจันทร์
เป็นบันทึกการเดินทางที่ดีมากค่ะ อ่านแล้วเห็นภาพ ได้ความรู้ ให้ความรู้สึกเหมือนได้เดินทางไปด้วย ลูกชายได้เรียนรู้นอกกรอบ สงสัยก็ได้ซักถาม มีคุณแม่คอยอธิบายน่าประทับใจมากค่ะ
ขอบคุณที่นำเรื่องดีๆนี้มาแบ่งปันค่ะ
สวัสดีค่ะพี่คิม
สวัสดีค่ะน้องอุ้ม
สวัสดีค่ะน้องแป๋ม
เข้ามาอ่านเหมือนได้เดินทางไปด้วย
เขียนได้ชวนติดตามมากครับ
สวัสดีครับคุณครู...
สวัสดีค่ะคุณ สันติ หมื่นไวย
สวัสดีค่ะพี่หนุ่มกร
ตามย้อนมาอ่านบันทึกแรกก็เข้าใจและชื่นใจที่ลูกๆน่ารักหน้ามาทางแม่เลยล่ะค่ะพี่อิงคงจะมีความสุขนะคะที่ได้มาผ่อนคลายกับบรรยากาศที่แสนจะสวยงาม มีความเป็นธรรมชาตินะคะ
สวัสดีค่ะน้องรินดา