''...ไม้ใหญ่จะยืนทะนง ต้านแรงลมช้างสารอยู่ได้   ก็ด้วยรากที่หยั่งลึกและมั่นคง ''
...
.
....
รากที่หยั่งลึกและมั่นคง คือรากแก้วของไม้ใหญ่ยืนต้นคงทน รากนี้ได้น้ำหล่อเลี้ยงที่เพียงพอ ไม่มากเกินจนรากเน่าเสียก่อนการเวลา ไม่น้อยไปจนลำต้นแคะแกน ความพอดีนี้ ความพอเพียงนี้ เมื่อนำมาประพฤติปฎิบัติตน เรียนรู้ตามหลักความพอเพียง ไม้ใหญ่จะยืนทะนง ต้านแรงลมช้างสารอยู่ได้ เพราะเกิดความเจริญงอกงามมาอย่างยาวนาน ด้วยการถูกบ่มเพาะต้นกล้า ด้วยการถูกรดน้ำพรวนดิน อย่างพอดีด้วยความพอเพียง.......
.
.
ความพอดีนี้ คือรากของแผ่นดิน รากฐานของชีวิต เมื่อชีวิตมีการเจริญเติบโตจากรากของความพอเพียง ชีวิตจะดำรงอยู่ด้วยความเจริญ ความเจริญที่กล่าวถึง คือความเจริญที่เป็นของจริง ที่มองเห็นสัจจะ ตามความเป็นจริง ไม่มองเห็นสิ่งปรุงแต่งเป็นสิ่งที่มีคุณค่าจนเกินความเป็นจริง ไม่มองเห็นสิ่งสวยงามเกินความจริง เพราะใจมีความจริงหล่อเลี้ยง มีสัจจะดำรงอยู่ มีรากที่เป็นชีวิตเป็นเครื่องเตือนจิต รากไม้ใหญ่ยืนทะนงต้นนี้   พ่อของแผ่นดินได้ให้ความเพียรบ่มเพาะ  ให้เกิดการขยายพันธ์ไม้งามไปทั่วทุกหัวระแหง ในผืนแผ่นดินงาม.....
...
....
......
เมื่อรากไม้ต้นนี้ ได้เจริญเติบโตเป็นร่มเงาให้กับแผ่นดิน ด้วยความใส่ใจในความพอเพียง ไม่แคระไม่แกน ไม่ล้มหายจากภัยพิบัติพายุร้ายโถมกระหน่ำ ลู่แรงลมไปบ้างตามกระแสสายลมที่ถั่งโถมโหมกระหน่ำ ใบไม้ล่วงหล่นบนพื้นดินแล้วงอกงามขึ้นใหม่ เพราะใบไม้ได้สลายไปเป็นปุ๋ยดินช่วยรักษาร่มไม้งาม มดหนูแมลงชอนไชใบไม้ผุ แปรสภาพเป็นอินทรีย์วัตถุ เป็นแร่ธาตุของแผ่นดิน ให้ต้นไม้ใหญ่อยู่อย่างยืนต้นหยัดยืนทะนง