การจัดกระบวนการทางการศึกษาและกระบวนการเรียนรู้ในการวิจัยที่ดำเนินการอย่างมีส่วนร่วมและการวิจัยที่ดำเนินการอย่างเป็นเครือข่ายนั้น เป็นองค์ประกอบหนึ่งของการวิจัยที่มีความจำเป็นมาก เป็นการสร้างสิ่งดีต่อทุกฝ่าย เนื่องจากการพัฒนาความรู้ความเข้าใจให้กับเครือข่ายและทุกคนที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนการสร้างทักษะปฏิบัติให้ดำเนินไปอย่างสอดคล้องกับแนวทางการวิจัยแก่เครือข่ายผู้เกี่ยวข้อง จะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดคุณภาพของข้อมูลและได้ผลการวิจัยที่มีคุณภาพสูง

ส่วนกลุ่มเป้าหมายของการวิจัย ก็จะมีโอกาสพัฒนาตนเอง ทำให้มีประสบการณ์และทักษะต่างๆนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ได้ทั้งองค์ความรู้ การสร้างศักยภาพพลเมือง และปฏิบัติการแก้ปัญหาที่บูรณาการไปบนกระบวนการวิจัย

ในอดีต กระบวนการดังกล่าวสามารถดำเนินการได้หลายวิธี เช่น การอบรมทีมวิจัย การประชุมเชิงปฏิบัติการ พัฒนาสื่อ คู่มือ และเอกสารความรู้ สนับสนุนการเรียนรู้และปฏิบัติด้วยตนเองให้ดีที่สุด รวมทั้งในการวิจัยเชิงปฏิบัติการอย่างมีส่วนร่วม ทั้งในรูปแบบการทำงานแนวประชาคม และการขับเคลื่อนภาคปฏิบัติของประชาชนโดยการอบรมและพัฒนาการเรียนรู้ให้มีทักษะปฏิบัติ ก็สามารถพัฒนาระเบียบวิธีเพื่อดำเนินการผ่านการถอดบทเรียนและการทำงานเป็นกลุ่ม กลมกลืนเป็นกระบวนการเรียนรู้กับการทำงานที่ดำเนินไปเป็นเนื้อเดียวกันตลอดกระบวนการวิจัย

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้เกิดความยืดหยุ่นและสนองตอบต่อความเป็นจริงอันแตกต่างหลากหลายของชุมชนในพื้นที่ต่างๆของประเทศ วิธีการจัดกระบวนการเรียนรู้ เสริมศักยภาพ และจัดทรัพยากรความรู้เสริมเข้าไปในกระบวนการ ก็มีความจำเป็นต้องพัฒนาอย่างผสมผสานให้ได้ผลดีทั้งต่อการวิจัยและในทุกด้านให้มากยิ่งๆขึ้น ซึ่งการนำเอาอินเทอร์เน็ตและความเป็นนวัตกรรมเพื่อสื่อสารเชิงปฏิสัมพันธ์ทางไกลและการจัดการความรู้ของเว็บบล๊อกมาใช้ก็เป็นวิธีการหนึ่งที่น่าสนใจ

การสื่อสารและจัดการความรู้เพื่อสนับสนุนเครือข่ายการวิจัยใน ๔ ภูมิภาคของประเทศในข่ายวิจัยนโยบายเสริมศักยภาพ อสม สู่การพัฒนาในอนาคต เป็นตัวอย่างหนึ่งของเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาการวิจัยชุมชน[Click here]ในแนวทางดังที่กล่าวมาในข้างต้น.