กราบเรียน อาจารย์ ดร. ประเสริฐ มงคล ที่เคารพอย่างสูง
หนูรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้มีโอกาสมาเรียนที่ม.ศิลปากรแห่งนี้ ได้พบกับคณาจารย์ที่มีความรู้ ความสามารถสูง มีเมตตาต่อนักศึกษา เข้ามาเรียนแล้วรู้สึกอบอุ่น และมีกำลังใจที่จะศึกษาหาความรู้ต่อไป ในเรื่องการหาความรู้ให้กับตัวเอง เป็นอุปนิสัยพื้นฐานของหนูอยู่แล้วค่ะ แต่จะขาดความมั่นใจว่าความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสิ่งต่าง ๆ ของตนเองนั้น มีความถูกต้องหรือเหมาะสมเพียงใด หนูเป็นคนชอบอ่านหนังสือที่เกี่ยวกับเกล็ดความรู้ทางวิทยาศาสตร์ และพวกแนวสืบสวนสอบสวนหาข้อเท็จจริงอะไรทำนองนี้ เมื่อมาเรียนป.เอกแล้วคงมีเวลาอ่านหนังสือพวกนี้น้อยลง อย่างไรก็ตาม ก็จะพยายามไม่ละทิ้งสิ่งที่ตนเองชอบ อย่างวันนี้ ได้อ่านหนังสือ 100 ความเชื่อ 100ความจริง มี ศ.ดร.สุทัศน์ ยกส้าน เป็นบรรณาธิการเล่ม ได้อ่านเรื่องย่อย ๆ ในเล่มแล้ว 3 เรื่อง มาสะดุดตรงเรื่องที่ 4 ซึ่งมีชื่อเรื่องว่า “ทำไมต้องเปิดหน้าต่างทุกครั้งที่เครื่องบินขึ้น-ลง” อ่านชื่อเรื่องแล้วก็ไม่น่าจะแปลกอะไรสำหรับครูวิทยาศาสตร์ที่มักจะคิดว่าน่าจะอธิบายได้ด้วยเรื่องของการปรับความดันบรรยากาศระหว่างในเครื่อง และนอกเครื่องให้เกิดความสมดุลกัน แต่พออ่านดูแล้วพบว่าไม่ใช่เหตุผลอย่างที่คิด ซึ่งรายละเอียดในหนังสือเขียนไว้ว่า “ท่านที่ใช้บริการเครื่องบินคงจะคุ้นเคยกับคำประกาศที่ว่า….ขณะนี้เครื่องบินกำลังจะวิ่งขึ้นแล้ว หรือเครื่องบินกำลังจะร่อนลงแล้ว ขอให้ผู้โดยสารทุกท่านเปิดหน้าต่างด้านข้างด้วย….เคยนึกสงสัยไหมว่าการเปิดหน้าต่างเครื่องบินขณะที่เครื่องบินกำลังขึ้นและขณะที่เครื่องบินกำลังร่อนลงเกี่ยวข้องอะไรกับการบิน และทำไมจึงต้องเปิดหน้าต่างเครื่องบินทุกครั้งที่เครื่องบินขึ้น-ลง” เมื่ออ่านมาถึงตรงนี้ ทำให้นึกภาพถึงการเปิดหน้าต่างทุกบานเพื่อให้อากาศได้ถ่ายเทต้องเกี่ยวข้องกับการปรับความดันแน่ ๆ แต่ก็สงสัยเหมือนกันว่าแล้วทำไมในรถทัวร์ไม่เห็นจะต้องทำขนาดนี้ หนูไม่เคยมีประสบการณ์การขึ้นเครื่องบินเลยในชีวิต จึงนึกภาพการเปิดหน้าต่างเครื่องบินตามที่หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงไม่ออก ความรู้สึกตอนนั้นอยากรู้คำตอบให้เร็วที่สุด จึงรีบอ่านต่อ มีรายละเอียดว่า….คุณจีรศักดิ์ นาคสีรุ้ง ผู้จัดการฝ่ายการฝึกบิน บริษัทสายการบินนกแอร์ จำกัด อธิบายว่า จะเปรียบเทียบการขับเครื่องบินกับการขับรถยนต์เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้น…...พออ่านมาถึงตรงนี้ ก็สงสัยอีกว่า เกี่ยวอะไรกับคนขับ หรือคนบังคับเครื่องยนต์ จึงอ่านต่อเขาอธิบายว่า….เนื่องจากรถยนต์มีขนาดไม่ใหญ่มากและมีกระจกมองข้างซ้าย-ขวา กระจกหน้า-หลัง ทำให้คนขับสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้างได้ แต่เครื่องบินมีขนาดใหญ่กว่ารถยนต์หลายเท่าถึงจะมีนักบินที่ขับเครื่องบิน 2 คนนั่งอยู่ด้านหัวของเครื่องบินก็ไม่สามารถมองเห็นโดยรอบของเครื่องบินได้ จึงต้องให้ผู้โดยสารเปิดหน้าต่าง เผื่อผู้โดยสารจะเห็นความบกพร่องของเครื่องบิน เช่น อาจจะเห็นเครื่องยนต์บางตัวไม่ทำงานก็จะได้บอกกับพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเพื่อจะได้บอกให้นักบินทราบต่อไป ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารทุกท่าน….พอหนูอ่านจบได้สักครู่ก็มีอาจารย์ สอนวิทยาศาสตร์ท่านหนึ่งเดินเข้ามาพอดี หนูก็ไม่ปล่อยโอกาสให้ผ่านไป รีบถามอาจารย์ท่านนั้นทันที ท่านก็ให้คำตอบอย่างเดียวกันกับที่หนูคิดไว้ตั้งแต่เริ่ม อ่านชื่อเรื่อง คือน่าจะเกี่ยวข้องกับความดันอากาศ ซึ่งเป็นคำตอบที่ไม่ถูกต้อง อาจารย์ท่านนั้นเคยขึ้นเครื่องบินมาแล้ว หลังจากได้รับคำตอบว่าไม่ถูกต้อง ก็นึกทบทวนคำถามใหม่อีกรอบ แล้วพูดว่า “ผมว่าในหนังสือเล่มนี้ ที่กล่าวถึงการเปิดหน้าต่าง น่าจะไม่ใช่การเปิดหน้าต่างแล้วทำให้ลมพัดเข้ามาในเครื่องบินได้ แต่น่าจะหมายถึงการเปิดม่านตรงหน้าต่างมากกว่า ตามที่ผมเคยเจอ แต่ก็เข้าใจว่าให้ผู้โดยสารได้ดูวิวข้างนอกเครื่องมากกว่า” ด้วยความที่หนูไม่มีประสบการณ์จากการเดินทางด้วยเครื่องบิน จึงอยากรู้ว่าหน้าต่างของเครื่องบินมันมีลักษณะอย่างไรกันแน่ ??? ก็เลยค้นคว้าทางอินเตอร์เน็ต ได้รายละเอียดมาว่า…..หน้าต่างผู้โดยสารบนเครื่องบินทำจากแผ่นอะคริลิก (acrylic) ที่ถูกยืดออกเพื่อเพิ่มความแข็งแรง ประกอบด้วย 3 ชั้นหลัก ๆ คือ ชั้นนอก ชั้นกลาง และชั้นใน โดยชั้นนอกและชั้นกลางจะยึดติดกันด้วยแถบยาง ชั้นในมีไว้เพื่อป้องกันผู้โดยสารทำความเสียหายกับวัสดุชั้นกลาง ไม่ได้มีไว้เพื่อความปลอดภัย และไม่มีความสำคัญใด ๆ ต่อโครงสร้าง แม้แต่การเกิดรอยขีดข่วนก็ไม่ได้ทำให้ความแข็งแรงของหน้าต่างลดน้อยลง แต่จะทำให้คุณภาพในการมองทะลุผ่านกระจกด้อยลงมาก จากเหตุนี้เองจึงต้องเปลี่ยนกระจกหน้าต่างทุก 3 ปี….อย่างไรก็ตามก็ยังรู้สึกว่าตัวเองยังไม่ค่อยชัดเจนเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าที่ควร
จากรายละเอียดทั้งหมดที่พอจะเข้าใจ จากการอ่านเรื่องราวในครั้งนี้ ทำให้ได้ข้อคิดว่าเรื่องราวต่าง ๆ ที่ได้รับจากการอ่านหนังสือที่เราสนใจนั้น เป็นสิ่งกระตุ้นให้เราเกิดความสงสัยใคร่รู้เพิ่มขึ้น ยิ่งถ้าผู้อ่านมีประสบการณ์จริงเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านบ้างแล้ว ก็จะทำให้มีความเข้าใจมากยิ่งขึ้น และสามารถวิเคราะห์ความหมายของคำศัพท์บางคำที่ใช้ในบริบทต่างกันได้ถูกต้อง เช่น คำว่า “เปิดหน้าต่างเครื่องบิน หมายถึง การเปิดม่านตรงหน้าต่างเครื่องบินนั่นเอง” และหนูอยากทราบว่า จริง ๆ แล้ว ผู้โดยสารจะทราบเหตุผลนี้หรือไม่ และเขาจะรู้สึกอย่างไรหรือไม่ที่รู้ว่าเขาก็มีหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบต่อความปลอดภัยในการเดินทางบนเครื่องบินไม่น้อยไปกว่า “นักบิน”
ด้วยความเคารพอย่างสูง
รุจิราพร รามศิริ
53253908
หลักสูตรและการนิเทศ