งานวิจัย
ชื่อเรื่อง เจตคติของชุมชนบ้านนครชุมที่มีต่อการละเล่นพื้นบ้านนครชุม
ผู้วิจัย ว่าที่ ร.ต.ศุภณัฐ กิตติสิริบัณฑิต
กรรมการที่ปรึกษา ผศ.กวี ครองแก้ว
ผศ.ชัชชัย พวกดี
บทคัดย่อ
การวิจัยในครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาวัฒนธรรมการละเล่นพื้นบ้านชุมชนบ้านนครชุม
เพื่อศึกษาเจตคติที่มีต่อการละเล่นพื้นบ้านของประชากรชุมชนบ้านนครชุมและประชากรแต่ละ
หมู่บ้านของชุมชนบ้านนครชุม วิธีการศึกษาวัฒนธรรมการละเล่นพื้นบ้านนครชุม คือ ศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องกับการละเล่นพื้นบ้านของตำบลนครชุมและสอบถามของมูลจากบุคคลสำคัญ และบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องวัฒนธรรมการละเล่นพื้นบ้าน ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ประชากรชุมชนบ้านนครชุม โดยใช้ตารางของเครซี่และมอร์แกนได้ประชากรกลุ่มตัวอย่างจำนวน 375 คนเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเจตคติ คือ แบบสอบถามเจตคติที่มีต่อการละเล่นพื้นบ้านของประชากรชุมชนบ้านนครชุม การวิเคราะห์ข้อมูลใช้โปรแกรมสำเร็จรูป (SPSS/PC+) เพื่อหาค่าความถี่ (Frequency) ค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย (Mean) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation)
ผลการวิจัยพบว่า
1. การละเล่นพื้นบ้านรำแม่ศรีเป็นการละเล่นพื้นบ้านตามความเชื่อของชาวบ้านในเรื่อง
การเข้าทรง จากวรรณกรรม เรื่อง ทุ่งมหาราชของครูมาลัย ชูพินิจ นิยมเล่นกันในงานสงกรานต์ แม่ศรีนั้นมีการจะเลือกจากหญิงสาวที่มีหน้าตาสวยงาม รำสวยที่สุดในหมู่บ้าน ผู้รำแม่ศรีจะถือกรวยดอกไม้ธูปเทียน นั่งอยู่กลางวง ผู้เล่นคนอื่นจะร้องเพลงเชิญแม่ศรีร้องซ้ำไปมาจนแม่ศรีเข้าร่างทรงจะวางดอกไม้และเริ่มลุกรำ การแต่งกายของการละเล่นรำแม่ศรีนี้จะแต่งในลักษณะที่ผู้หญิงนุ่งโจงกระเบนและห่มสไบ
การละเล่นพื้นบ้านระบำคล้องช้างเป็นการละเล่นนี้ได้ดัดแปลงการคล้องช้างลากไม้มาแสดงรำคล้องช้างในเทศกาลสงกรานต์ การทำบุญกลางบ้าน โดยมีวิธีการละเล่นจะมีดนตรีและนักร้องเมื่อเริ่มบรรเลง ฝ่ายชายจะจับชายผ้าทั้งสอง ชายรำป้อออกมาคล้องหญิงที่ตนสนใจ แล้วรำต้อนไปต้อนมาอยู่กลางวง ฝ่ายหญิงนำฝ่ายชายมาส่งแล้วไปคล้องชายคนอื่นๆ สลับกันไป การ
แต่งกายของการละเล่นระบำคล้องช้างนั้นฝ่ายผู้หญิงนุ่งโจงกระเบน เสื้อแขนกระบอก ผ้าแถบคล้องคอ (เพื่อใช้คล้องฝ่ายชาย) ส่วนการแต่งกายของผู้ชายนุ่งนั้นจะโจงกระเบน เสื้อดอกคอกลม ผ้าขาวม้าผูกเอว
2. ประชากรชุมชนบ้านนครชุม มีระดับเจตคติต่อการละเล่นพื้นบ้านนครชุมในด้าน
ดนตรีและการขับร้อง ด้านนาฏศิลป์ ด้านการจัดการแสดง โดยรวมอยู่ในระดับ มาก เมื่อพิจารณาจากข้อที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุดในแต่ละด้าน พบว่า ด้านดนตรีและการขับร้อง ได้แก่ เครื่องดนตรีประกอบการแสดงพื้นบ้านรำแม่ศรี ระบำคลองช้าง เช่น กลองยาว ฉิ่ง ฉาบ เป็นเครื่องดนตรีที่มีคุณค่าควรแก่การศึกษาและอนุรักษ์ไว้ ด้านนาฏศิลป์ ได้แก่ การแสดงรำแม่ศรี ระบำคลองช้าง เป็นมรดกทางศิลปะที่มีคุณค่าของชาติไทย ด้านการจัดการแสดง ได้แก่ ต้องการให้มีการแสดงการละเล่นพื้นบ้านรำแม่ศรี ระบำคลองช้าง ในงานประจำปี
3. ประชากรชุมชนบ้านนครชุมในแต่ละหมู่บ้านมีระดับเจตคติต่อการละเล่นพื้นบ้าน
นครชุมในด้านดนตรีและการขับร้อง ด้านนาฏศิลป์ ด้านการจัดการแสดง เมื่อพิจารณารายด้านในแต่ละหมู่บ้าน พบว่า บ้านวังยาง บ้านหัวยาง บ้านปากคลองใต้ บ้านปากคลองกลาง บ้านนครชุม บ้านสว่างอารมณ์ บ้านทุ่งสวน บ้านคลองแม่ลายเหนือ บ้านทุ่งเศรษฐี บ้านโนนม่วง บ้างวังใหม่ บ้านเนินสำราญ มีเจตคติต่อการละเล่นพื้นบ้านนครชุมอยู่ในระดับ มาก
ชื่อเรื่อง เจตคติของชุมชนบ้านนครชุมที่มีต่อการละเล่นพื้นบ้านนครชุม
ผู้วิจัย นายศุภณัฐ กิตติสิริบัณฑิต
กรรมการที่ปรึกษา ผศ.กวี ครองแก้ว