ทำไมต้องเดินทางด้วยเครื่องบิน?

คำถามนี้ของครูกระแทกเข้ามาในใจ คำตอบแรกที่โผล่ขึ้นมาคือ

“มันอยากสบายค่ะ”

ซึ่งก็ตอบครูตามนั้น หลังจากวางสายจากครูในคืนนั้น เดินไปเข้าห้องน้ำแว๊บขึ้นมาว่า

“ว่าต้องไปคุยกับน้อง ๆ ที่คณะเภสัชศาสตร์ ตั้งแต่เช้าจนได้เวลาขึ้นเครื่อง”

 

เอ..........เหตุการณ์เหล่านี้สะท้อนอะไร

 

สะท้อนว่า ที่ครูทัก ช่วยชี้ให้เห็นใจชั่ว ๆ ของตนเอง รู้ให้ทันแล้วค่อยใช้ปัญญา พิจารณาตามเหตุผลความจำเป็น

 

แท้ที่จริงแล้ว ครูสอนหนูแบบนี้มาแทบทุกครั้ง

เมื่อก่อนมัวแต่โกรธ งอน ไม่พอใจ ที่โดนจับได้ว่าคิดไม่ดี ยอมรับความชั่วตัวเองไม่ได้

แล้วจะกระโจนแก้ไขแบบไม่คิดหน้าคิดหลัง อย่างที่เรียกว่า

“แก้ไขเพื่อเอาใจครู” ทำเพราะอยากได้รับการยอมรับจากครู

พอมีอะไรที่ไม่ได้ดั่งใจก็จะโยนความผิดให้ท่าน นี่แหละหนอ จิตชั่ว ๆ เน่า ๆ คอยใช้แต่คนอื่นเป็นเหยื่อ  

แต่ครานี้ต่างไป

พอครูชี้ให้เห็นความคิดชั่วในใจ เกิดความรู้สึกพร้อมแก้ไข พิจารณาถึงเหตุผลความจำเป็น ทำให้เห็นว่า จะเดินทางอย่างไรก็ได้ ไม่เบียดเบียนตนเอง และประหยัดงบประมาณมากที่สุด

พอระลึกได้แบบนี้ ระหว่างเดินไปห้องน้ำ แว๊บขึ้นมาว่า

“มีภารกิจ ต้องไปบรรยายบทบาทของเภสัชกร ที่คณะเภสัชศาสตร์ ก่อนออกเดินทาง”

 

แต่ตอนที่คิดได้ครั้งแรก เกิดคำถามในตนเองว่า

“ทำไมตอนแรก คิดไม่ออกว่า มีงาน

และ ขณะที่ตอบครูก็เป็น ความจริงจากใจนะ

เพราะมันอยากสบาย อยากดูดี

พอโดนทักก็เลยรู้ตัว ที่เหลือคือ เหตุผลความจำเป็นเท่านั้น”

 

ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า

“ความอยากสบาย อยากดูดีเพราะจะได้ขึ้นเครื่องบินไปประชุม แหลมหน้าออกมา เลยโดนครูช่วยทุบให้มองเห็น ความอวดดียังแหลมหน้ามาบ่อยอยู่ค่ะครู แต่ก็บอกตนเองว่า อดทนไว้ ดูมันไป มีสติอย่าให้มันครอบงำก็พอ”

 

ขากลับตอนแรกว่าจะนั่งเครื่องซึ่งได้จองไว้แล้ว เพราะว่าต้องรีบกลับมาจัดการเรื่องตรวจรับของให้ทันเวลาคือวันที่ ๒๑ แต่อาจจะไม่จำเป็นต้องเร่งแล้วตอนนี้ถ้าไม่ทันคือใช้กรรมการกลาง 

การเดินทางอาจจะมีการเปลี่ยนแปลง เพราะมีพี่อีกท่านหนึ่งขับรถส่วนตัวไปเอง อาจจะขอติดรถท่านมา พร้อม ๆ กันเอาพันธุ์สมุนไพร ติดรถกลับมาปลูกที่บ้านพักด้วย

พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงเสมอ ตามเหตุและปัจจัย แต่จะไม่ใช่ตามใจอีกต่อไปค่ะ

                              กราบขอบพระคุณครูสำหรับคำถามให้ทบทวนใจค่ะ