ให้ลูกเรียนใกล้บ้าน ที่พิจิตรดีอย่างไร

ใจก็อยากให้ลูกไปเรียนในโรงเรียนที่พอจบแล้วเค้ามั่นใจว่าสอบเข้า มหาวิทยาลัยได้ แต่สองจิตสองใจทำอย่างไรดีน้า

สมองยังมีซีกซ้ายซีกขวา

ชีวิตมีทั้งสุขทั้งทุกข์

มีไอคิวและก็อีคิว

มีสองด้านเสมอ..

ใจคิดว่า "เก่ง ดี มีความสุข" สามคำนี้หลายคนเถียงกันเรื่องลำดับ..แต่ผมคิดว่าต้องพูดออกมาพร้อมกัน..

 

หากเราอยู่ที่พิจิตร

ลูกก็จะได้รับการแนะนำ อบรม สอนเรื่องราวต่างๆ ที่คนอยู่ด้วยกันจำเป็นต้องสอน

ใครไปใครมา โอกาสที่เราจะรู้จักสิ่งแวดล้อมของลูกก็มีสูงกว่า

อาหารการกินก็ทำแบบเดิมทุกวันคือตื่นแต่เช้า 6.00 น. กวาดบ้าน อาบน้ำ แต่งตัว ทานอาหาร ไปโรงเรียน เย็นๆ ก็เรียนพิเศษ ค่ำก็ทบทวนการบ้านและเข้านอน

 

 

หากไปอยู่ที่นครสวรรค์ต้องอยู่หอ เช้ามาก็อาบน้ำ แต่งตัว กวาดบ้าน นำเสื้อผ้าไปให้คนซัก แต่งตัวไปโรงเรียน หาอาหารทาน เรียน เรียนพิเศษ กลับหอพัก ทำการบ้าน นอน

เย็นวันศุกร์ก็เดินทางกลับบ้านที่พิจิตร เรียนพิเศษที่พิจิตร เย็นวันอาทิตย์กลับถึงนครสวรรค์และเตรียมทุกอย่างเพื่อเรียนในวันจันทร์

ทำทั้งหมดเพื่อให้สามารถทำข้อสอบยากๆ ในระยะเวลาอันรวดเร็ว

 

จริงๆ การไปถึงความสำเร็จเป็นเรื่องของนามธรรมมากๆ มันคือสิ่งที่ลูกได้มีอาชีพในสิ่งที่ชอบ ถนัด และองค์ประกอบโดยรวมพร้อมสรรพ ด้วยเหตุนี้การตัดสินใจให้ลูกไปไกล หรือเรียนใกล้ๆก็ยังไม่สามารถตัดสินได้ว่าจะประสพความสำเร็จ เราคงต้องเดินด้วยความเชื่อ ด้วยศรัทธาที่เรามีอยู่เต็มหัวใจกันทุกคน เพราะหากเราโน้มน้าวและเห็นพ้องกันไปกับลูกด้วยวัยอันน้อยนิด อาจจะทำให้พลาดความสุขที่เรามีต่อเขาและเขาเองก็ต้องการไปโดยไม่เจตนาก็เป็นได้

จะถูกหรือผิด คงต้องไปดูกันที่ปลายทาง นั่นคือวัดกันทั้งชีวิตกระมัง..

เมื่อเขียนลงมาแล้วอ่าน มันทำให้ชัดเจนขึ้น มองเห็นสิ่งดีๆ ที่อยู่ใกล้ตัวได้  มั่นใจว่าด้วยคะแนนรวมนั้น โรงเรียนที่เหมาะแก่เด็กในสมัยนี้ในมุมมองของผมคิดว่าที่พิจิตรน่าจะดีที่สุด

 (รร.ใกล้บ้านใกล้ใจ)