มีเพียงไม้ถือและผ้ากรองน้ำไม่ให้ดื่มสัตว์เล็ก ๆ ล่วงลงลำคอตอนดื่มน้ำนั้นแล.

ศาสนาเชน ( ต่อ )

        ในศาสนาเชนมีคัมภีร์ชื่อว่า อาคมะ  ได้จารึกเป็นอักษรปรากฤตหลังศาสดาล่วงลับแล้ว  ศาสนาเชนมีพิธีกรรมจากคนธรรมดาเข้ามาสู่ภาวะนักบวชทำตนให้เรียบง่าย เช่นต้องถอนผมเอง  กินอาหารเท่าที่จะหามาได้  ไม่อยู่ในหมู่บ้านแห่งเดียวในค่ำคืนที่ 2  เว้นแต่ย่างเข้าฤดูฝนเท่านั้น 

 ถ้าถือศีลขั้นสูงสุดก็อดอาหารจนตัวตาย  หลังศาสดาพระมหาวีระล่วงลับไปได้สุธรมันเป็นผู้นำสืบมา  แล้วว่างเว้นลงจนเมื่อพระเจ้าอุทายินครองราชย์ต่อจากพระเจ้าอชาตศัตรูแห่งอินเดียได้อุปถัมภ์ศาสนาเชนต่อมา  มีผู้นำศาสนาเชนอีก 2 องค์คือภัทรพหุและสัมภูตวิชัย ช่วงสมัยราชวงศ์นันทะปกครองอินเดีย  เกิดทุกข์ภัยนานาประการสาวกเชนบางส่วนลงไปทางใต้ 

 ประมาณปี พ. ศ. 500 ภายหลังกลับมาเห็นสาวกที่อยู่เดิมประพฤติต่างไปจากเดิมมีการนุ่งห่มผ้าเป็นต้นเลยแตกเป็น 2 นิกายคือ พวกนุ่งขาวห่มขาวมีผู้หญิงบวชได้เรียกนิกายเศวตัมพร  พวกนุ่งลมห่มฟ้าพวกชีเปลือยห้ามผู้หญิงบวชตามเรียกว่า นิกายทิคัมพร 

 แต่ละนิกายเหล่านี้มีผู้นำเรียกว่าอาจารย์  สาวกในนิกายเรียกว่า สงฆ์  ถ้ามีกลุ่มเล็กกว่าสงฆ์เรียกว่า  คณะ  ถ้าเล็กกว่าคณะเขาเรียกกันว่า...สาขา...

ในปัจจุบันนี้ยังกลุ่มคนที่นับถือศาสนาเชนจำนวนมากอยู่ในรัฐราชสถาน  คุชราต  มัธยมประเทศ ( อย่างในเมืองพาราณสีเองมีวัดเชนอยู่ใกล้ธัมเมกสถูปที่สารนาถมาก )  และไมซอร์

        ภายในวัดเชนนอกจากจะมีพระรูปเปลือยของศาสดาแล้วก็ไม่มีอะไรมาก  อย่างนิกายทิคัมพรนี้  นักบวชล้วนชีเปลือยมักน้อยสันโดษไม่ยอมมีเสื้อผ้าปกปิดร่างกาย  เพราะการยังมีเสื้อผ้าอยู่จะทำให้เป็นคนกังวลมักมากยึดในสิ่งของอันเป็นของตนตัดไม่ขาด

เขาจึงไม่มีสิ่งใดที่ปกปิดร่างกายจึงไม่กังวลในเรื่องทรัพย์สมบัติ  มีเพียงไม้ถือและผ้ากรองน้ำไม่ให้ดื่มสัตว์เล็ก ๆ ล่วงลงลำคอตอนดื่มน้ำนั้นแล.