การเปล่งเสียงร้อง “เอีย” หรือ “อีย่า” ด้วยเสียงอันดังบ่งบอกถึงพลังดุดันแสดงออกซึ่งวิธีการส่งพลังจากการหายใจออกที่ถูกต้อง คือ หายใจออกอย่างแรง เร็วจนหมด เมื่อโจมตีปะทะกับเป้าหมาย ในจังหวะการเงื้อ หรือท่าเตรียมจะผ่อนคลายกล้ามเนื้อ และจะหายใจเข้า เมื่อออกแรงโจมตีหรือปัดป้องจะหายใจออกอย่างแรงพร้อมกับ การออกเสียงดังกล่าวในจังหวะกระทบเป้าหมายกล้ามเนื้อจะเกร็งแข็งเต็มที่ ประสานให้เกิดพละกำลังอย่างสมบูรณ์ตามการฝึกฝนของแต่ละคน
คำว่า “เคี๊ยบ” KIHAP มาจากคำว่า “คิ” และ “ฮัฟ” ( Ki และ Hap )
คิ หมายถึงกำลังที่มาจากภายในหรือที่หลายคนเข้าใจในชื่อของลมปราณ
ฮัฟ หมายถึงการประสาน การรวบรวมเป็นหนึ่งเดียว
การส่งเสียงนี้จึงต้องแสดงออกซึ่งพลังอันสมบูรณ์ออกมา การเคลื่อนไหวทั้งหมดจะต้องรวมเป็นหนึ่งเดียว โดยเปล่งเสียงร้องซึ่งเป็นการหายใจออกที่แรง เร็วสมบูรณ์พร้อมกับจังหวะการโจมตี หรือปัดป้องและการร้องนี้ต้องให้เสียงออกมาจากปอด หรือช่วงท้อง อย่าให้ออกมาแค่ลำคอ จะเปรียบเทียบได้กับการพ่นลมส่งเสีย”ซี่ ซี่” ของนักมวยเวลาออกหมัด หรือนักเรียนจะสังเกตได้จากการยกหรือการเข็นของหนัก เราจะต้องหายใจออกจึงจะมีแรงไม่มีใครหายใจเข้าพร้อมกับจังหวะการออกแรงยก หรือเข็นของหนัก แต่ในเทควันโดจะใช้ในจังหวะที่โจมตีเด็ดขาด รุนแรงจังหวะเดียวอย่างหวังผลดังที่เรียกว่า One punch kill หรือหมัดเดียวต้องตาย
ในผู้เริ่มฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ การเปล่งเสียงร้องนี้จะช่วยให้ผู้ฝึกพัฒนาระบบการหายใจ สมาธิ และความสัมพันธ์ของระบบการ เคลื่อนไหวทั้งหมด การเปล่งเสียงร้องยังป้องกันผู้ฝึกหัดใหม่ไม่กลั้นหายใจหรือกังวลหวาดกลัวกับการโจมตีต่างๆ
ในการร่ายรำพูมเซ่ (แพทเทอร์น) ของเทควันโดจะมีการกำหนดจังหวะที่ต้องส่งเสียงร้อง (KIHAP) ไว้ตายตัวในแต่ละพูมเซ่
ขอให้นักเรียนผู้ฝึกใส่ใจจังหวะนี้เป็นพิเศษ คือต้องเน้นให้ออกแรงแสดงพละกำลังอย่างพิเศษกว่าจังหวะอื่นๆ ในพูมเซ่นั้นๆ เสียงร้องนี้จะเป็นจุดหนึ่งที่สามารถแสดงถึงระยะเวลาและความล้ำลึกที่แต่ละคนได้ฝึกฝนมาโดยตลอดเพราะ ฉะนั้นจงจำไว้ว่าออกเสียงร้องอย่างเต็มกำลัง สั้น ห้วน ออกจากปอด หรือช่วงท้องมิใช่แค่ลำคอหรือเป็นเพียงเสียงพูดเท่านั้น
พิษณุ กุศลวงศ์