เรามาดูในเรื่องขบวนองค์กรการเงินชุมชน องค์กรการเงินชุมชนมีรูปแบบต่าง ๆ หลายรูปแบบ 1)รูปแบบกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง จำนวนกลุ่ม  77,508 กลุ่ม หลายท่านในที่นี้เกี่ยวข้องกับกองทุนหมู่บ้าน จำนวนสมาชิก 11 ล้านเศษ ประมาณเกือบ 20%นะครับของจำนวนประชากรทั้งประเทศ ลำดับที่ 2) กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตก็มี 23,609 กลุ่ม ประชากรประมาณ 4,668,720 ที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มการเงินนี้ ลำดับ 3) ธนาคารหมู่บ้านตามพระราชดำริ อันนี้เป็นธนาคารหมู่บ้านก่อนที่นโยบายไทยรักไทยจะบอกว่าต้องการผลักดันให้กองทุนหมู่บ้านปรับเปลี่ยนเป็นธนาคารหมู่บ้านนะครับ ธนาคารหมู่บ้านตามพระราชดำริเป็นการริเริ่มของ อ.จำนง สมประสงค์ ที่จัดตั้งมาก่อนหน้านี้แล้ว ลำดับที่ 4) คือ กลุ่มหรือว่าสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ซึ่งก็มีการจัดตั้งกันมานานแล้วตั้งแต่ปี พ.ศ.2521 ก็มีประมาณ 965 กลุ่ม สมาชิกประมาณ ห้าแสนกว่าคน ถัดมาเป็น 5) กองทุนแก้ปัญหาความยากจนมีจำนวน 46,646 กลุ่ม จำนวนสมาชิกไม่มีข้อมูลเพราะว่าช่วงหลังนี้เงียบหายไปหมดแล้ว คือ ขาดการทำงานต่อเนื่องที่จะรายงานข้อมูล ถัดมา คือ 6) กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์พัฒนาคุณธรรมครบวงจรชีวิต ซึ่งสงขลาเป็นจุดก่อเกิด โดย ครูชบ ยอดแก้ว แต่ตอนนี้ท่านหันไปทำเรื่องใหม่แล้วเรื่องกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ก็เลยอยู่ในการขับเคลื่อนของเครือข่ายพระสงฆ์ โดย พระอาจารย์สุบิน พระอาจารย์มนัส และเครือข่ายพระสงฆ์อีกหลายพื้นที่นะครับ เรามีข้อมูลเฉพาะที่จ.ตราด 163 กลุ่ม (ปัจจุบัน) 164 กลุ่มแล้วครับ สมาชิกประมาณ 55,116 ถัดมาเป็น 7) กองทุนสวัสดิการภาคประชาชน ซึ่งเป็นกองทุนรูปแบบใหม่เกิดขึ้นที่ จ.ลำปาง กับ สงขลา ประมาณ 105 กลุ่ม เป็นกลุ่มระดับตำบล รวมกันแล้วประมาณ 159,496 กลุ่ม ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรการเงินชุมชน มีประชากรประมาณ 17 ล้านคน เพราะฉะนั้นกลุ่มเหล่านี้ก็ถือว่าเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับคนจำนวนประมาณ 17 ล้านคนที่เกี่ยวข้องกับการทำงานอย่างต่อเนื่อง คาดว่าการทำกิจกรรมเหล่านี้มันมีประโยชน์เกิดผลลัพท์ทำให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้นก็จะนำมาสู่การแก้ปัยหาความยากจนได้ การทำกิจกรรมหรือเข้าไปทำกระบวนการนั้น ๆ กับกลุ่มเหล่านี้จึงมีความสำคัญนี่คือเรื่องราวที่ ศตจ.และ สกว.ได้สนับสนุนให้มีการทำวิจัย และเห็นจำนวนที่น่าจะเข้ามาสนับสนุนการวิจัยสร้างการเรียนรู้นะครับ

                ในการดำเนินการกับกลุ่มเป้าหมายประมาณ 17 ล้านคนนี้เราจะทำอะไร เพราะว่าเราคงไปทำการสนับสนุนทั้ง 17 ล้านคน ในจำนวน 159,496 กลุ่ม นี้ไม่ได้แน่นอน เราก็ต้องเข้าไปทำงานในเชิงวิจัยเพื่อจะเข้าไปหารูปแบบสร้างการเรียนรู้ ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่จะส่งผลในเชิงของผลกระทบในเชิงนโยบาย โดยทำกับกลุ่มต้นแบบจำนวนน้อยแต่ว่าการทำกับกลุ่มต้นแบบจำนวนน้อยนี้จะเป็นตัวอย่างที่จะเอาไปขยายผลกับกลุ่มซึ่งมีจำนวนมหาศาลเราก็ได้ใช้การสรรหาหรือคัดเลือกกลุ่มต้นแบบที่เราคิดว่าจะเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ครอบคลุมกลุ่มทั้งหมดจำนวน หนึ่งแสนห้าหมื่นกลุ่มได้ แนวทางที่เราคัดเลือกคือ 1) เราจะหากลุ่มที่เป็นเสมือนประภาคารชี้ทาง คือ เป็นกลุ่มแนวหน้า กลุ่มที่เป็นนวัตกรรม กลุ่มที่เป็นเหมือนกับหัวหอกที่จะเป็นตัวแบบให้กับกลุ่มที่อื่นเดินตามได้ มีหลักชัยไว้ว่าแนวทางนี้แหละน่าจะเดิน ผมเองก็ได้ติดตามเรื่องขบวนองค์กรการเงินชุมชนมานานก็มีเครือข่ายมีความรู้จักก็สืบค้นมา เห็นว่ากลุ่มเรื่องของสวัสดิการภาคประชาชนที่ จ.ลำปาง กับที่ จ.สงขลาน่าจะเป็นต้นแบบก็เลยชักชวนทีมเครือข่ายและนักวิชาการในพื้นที่เข้ามาร่วมโครงการซึ่งได้อาจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์ลำปาง และเครือข่ายองค์กรออมทรัพย์ชุมชน จ.ลำปาง มาเป็นทีมวิจัย ที่สงขลาก็มีทีม อ.ดร.ประเสริฐ บัณฑิศักดิ์  ดร.สุกัญญา และทีมสวัสดิการภาคประชาชน จ.สงขลา ซึ่งเป็นนวัตกรรม การดำเนินการโดยเริ่มต้นจากมูลนิธิ ดร.ครูชบ-ปราณี ยอดแก้ว ร่วมกันดำเนินการนี้คือ 2 พื้นที่ที่ทำเรื่องสวัสดิการภาคประชาชน อีกกลุ่มหนึ่งที่ผมคิดว่าน่านสนใจที่เป็นต้นแบบในการขับเคลื่อนพลังขององค์กรการเงินภาคประชาชนให้มีทิศทาง ไม่ไปแบบไม่มีทิศทางก็คือ กลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์ ดำเนินการโดยเครือข่ายพระสงฆ์เพราะว่าเป็นการดำเนินงานที่มีอุดมการณ์ที่จะพัฒนาคนจากด้านใน เราก็ได้เพื่อนร่วมงานจาก จ.ตราด คือ คุณธีระ วัชระปราณี กับทีมและเครือข่ายของพระอาจารย์สุบิน ปณีโต ซึ่งท่านก็ขับเคลื่อนในเรื่องของกลุ่มสัจจะสะสมทรัพย์เชื่อมโยงกับเครือข่ายพระสงฆ์เผยแพร่เรื่องนี้อย่างกว้างขวาง เราถือว่า 3 กลุ่มนี้ เป็นกลุ่มในเชิงอุดมการณ์นร่าจะเป็นต้นแบบของ 1 แสน 5 หมื่น กลุ่ม ถัดมาเราก็เลือกกลุ่มที่จะเป็นตัวที่น่าจะมีผลกระทบกับกลุ่มทั้งหมดก้เลือกที่กองทุนหมู่บ้าน กองทุนหมู่บ้านมีสัดส่วน 7 หมื่นกว่ากลุ่มนี้ถือว่าจำนวนมหาศาลซึ่งกลุ่มอื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กองทุนหมู่บ้าน กลุ่มสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน กขคจ. ส่วนใหญ่มีแนวทางดำเนินการที่ไม่แตกต่างกับกองทุนหมู่บ้าน โดยมีรูปแบบ คล้ายกัน เพราะกองทุนหมู่บ้านมากจาการเลียนแบบกลุ่มเหล่านี้แล้วมาขยายเป็นนโยบาย นอกจากนี้แล้วกองทุนหมู่บ้านยังผูกติดกับฝ่ายการเมืองซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาลเพราะฉะนั้นพลังในการขับเคลื่อนในการหนุนเสริมในการใส่พลังเข้าไปเติมเข้าไปเรื่อย ๆ จะก่อเกิดนโยบาย เพราะรัฐบาลเป็นตัววางนโยบายในการขับเคลื่อนนี้อยู่ กองทุนอื่น ๆ ที่เป็นกลุ่มโดยกลไกที่รัฐบาลรุ่นก่อน ๆ หรือหน่วยงานภาครัฐสนับสนุนอยู่ก็จะฝ่อลง ฝ่อลงในแง่ที่ว่าขาดการให้กำลัง ให้พลังเข้าไปไม่ว่าจะเป็นงบประมาณ การให้ความสำคัญเพราะฉะนั้นน้ำหนักจะอยู่ที่กองทุนหมู่บ้าน ถ้ากองทุนหมู่บ้านมีตัวแบบที่ดีสามารถหาวิธีการรูปแบบที่ดี สามารถหาวิธีการที่จะทำให้เกิดความเข้มแข็งได้ก็จะก่อให้เกิดผลกระทบมาก 1) จำนวนของตนเอง 2).....เราก็เลือกกองทุนหมู่บ้านขึ้นมา 2 พื้นที่ 1) คือจ.สมุทรปราการ โดยถือว่าเป็นต้นแบบของกลุ่มที่อยู่ในเขตเมืองมีอุตสาหกรรม มีความเปลี่ยนแปลงของสังคมอย่างมากมาย ซึ่งมีอยู่ทั้งหมด 13 หมู่บ้านที่ตำบลในคลองบางปลากด อีกที่หนึ่งเลือกที่จ.นครศรีธรรมราช เป็นกองทุนหมู่บ้านที่อยู่ในภาคชนบทที่ตำบลกะหรอ กิ่ง อ.นบพิตำ มีทั้งหมด 9 หมู่บ้าน ใน 9 หมู่บ้านที่ว่านี้ก็จะมีประชากรทั้งหมด 1,628 คน คือสมาชิกของกองทุนหมู่บ้านที่ตำบลกะหรอ ที่สมุทรปราการก็จะมี สมาชิก 5,200 คน ที่ จ.ตราดมีทั้งหมด 164 กลุ่ม สมาชิก 55,000 กว่าคน จ.สงขลา มีทั้งหมด 66 กลุ่ม สมาชิกจำนวน 45,248 คน จากลำปาง 39 กลุ่ม สมาชิก 8,803 คน อันนี้คือ ข้อมูลใหม่ล่าสุด ก่อนที่จะเริ่มโครงการสมาชิกจะน้อยกว่านี้ จำนวนกลุ่มก็อาจจะน้อยกว่านี้ เพราะฉะนั้นความเปลี่ยนแปลง ข้อค้นพบเมื่อมีการจัดการความรู้ก็คือผลลัพท์ของงานชิ้นนี้ซึ่งเราอยากให้เป็นตัวอย่างหรือแหล่งเรียนรู้หรือข้อค้นพบทางวิชาการว่า ถ้าเราจะขับเคลื่อนกลุ่มประมาณ 159,496 กลุ่ม สมาชิกประมาณ 17 ล้านคนนี้ ควรจะเดินทิศทางใดจากความรู้ 5 พื้นที่ที่เราดำเนินการร่วมกันมา เพราะฉะนั้นการจัดสัมมนาครั้งนี้ก็เสมือนกันกับการนำความรู้ใน 5 พื้นที่อย่างเข้มข้นนำมาบอกเล่านำเสนอต่อสังคม

                ผมได้ใช้แบบจำลองในการดำเนินงานนี้แบบจำลองนี้มีชื่อว่า แบบจำลองปลาทูว่ายฝ่ากระแสน้ำ เรามองว่าปลาทูตัวนี้คือ ขบวนองค์กรการเงินภาคประชาชน เราจะแบ่งเป็น 3 ส่วน คือ ส่วนหัว กลาง และหาง ส่วนหัวแสมือนกับเป็นทิศทาง มองว่าว่ายน้ำไปในทิศทางใด เราสืบค้นมาแล้วพบว่าองค์กรการเงินภาคประชาชนที่เราทำมาทั้งหมดจะมีวัตถุประสงค์เป้าหมายที่เราจะไป 2-3 เรื่อง

1)      ต้องการขับเคลื่อนเป็นสถาบันการเงินเพื่อสวัสดิการชุมชน อันี้ชัดเจนไปที่ไหนก็มีการพูดถึงเรื่องนี้ว่าจะทำให้เป็น เขามุ่งหวังจะให้เป็นองค์กรการเงินเพื่อสวัสดิการชุมชน

2)      เป็นเรื่องของการทำบุญช่วยเหลือผู้อื่น ลดความเห็นแก่ตัว อันนี้เป็นอุดมการณ์ ทิศทางหมายถึงกระบวนการไปสู่สิ่งที่เราอยากให้เกิดขึ้น

3)      เป็นการพึ่งตนเองและพึ่งพาช่วยเหลือกันของคนในชุมชนโดยเสนอให้รัฐเป็นหุ้นส่วน อันนี้ถือว่าเป็นทิศทางที่สำคัญมาก คือ เป็นทิศทางที่มองว่าภาคประชาชนขอทำเอง แต่รัฐบาลต้องเข้ามาเป็นหุ้นส่วน ต้องเข้ามาสนับสนุน คือ มองกลับกันภาคประชาชนเป็นคนทำให้รัฐสนับสนุน นี่คือส่วนหัวของปลา

ส่วนกลางลำตัว คือ กระบวนการเรียนรู้ หัวใจ ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญว่า ทิศทางเป้าหมายที่เราจะไปถึงได้

เราต้องผ่านการเรียนรู้ การเรียนรู้ที่เราเข้าไปสืบค้นใน 5 พื้นที่เรามองว่าขอบเขตที่เราควรจะเข้าไปศึกษามีอยู่ 2 ขอบเขตที่สำคัญ

1)      ขอบเขตระดับตำบล (หมู่บ้านเป็นส่วนที่เล็กไป)สาเหตุอีกประการหนึ่งเพราะขอบเขตตำบลมีรัฐบาลส่วนท้องถิ่นที่มี อบต. หรือเทศาบาลส่วนท้องถิ่นให้การสนับสนุนอยู่หรือจะทำอะไรก็แล้วแต่ก็จะผูกโยงกับ อบต.ได้

2)      ขอบเขตระดับจังหวัด ก็จะมีทั้ง ผู้ว่าราชการจังหวัด และ อบจ.มาเป็นเจ้าภาพได้ เราก็จะสร้างการเรียนรู้ในเรื่องของการบริหารจัดการเครือข่ายระดับจังหวัด ตำบล กลุ่ม และเราก็จะมองเห็นการประสานความร่วมมือกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การประสานการทำงานกับส่วนราชการและองค์กรเอกชน

อย่างที่บอกว่าองค์กรการเงินชุมชนที่เราเข้ามาทำงานด้วยไม่ใช่ตัวเป้าหมาย เป้าหมายของเราคือตัวที่จะเข้ามาหนุนเสริมความเข้มแข็งของชุมชนทั้งระบบ องค์กรภายในชุมชนเป็นเพียงทางผ่าน แต่เป็นทางผ่านซึ่งมองว่าเป็นกลุ่มการทำกิจกรรมกันอย่างต่อเนื่อง กลุ่มอื่นค่อนข้างที่จะไม่ชัดเจน เพราะฉะนั้นเรามองข้ามไปถึงการทำให้องค์กรการเงินชุมชนไปเป็นวิสาหกิจชุมชน ทำเรื่องกลุ่มอาชีพ สุขภาพ และเรื่องอื่น ๆ ต่อไป เพราะฉะนั้นการประสานความร่วมมือกับชุมชน กับส่วนราชการกับ อปท.คือเป็นเรื่องของการเรียนรู้ที่จะทำให้เกิดรูปธรรมขึ้นมา ที่จะทำให้องค์กรการเงินชุมชน เป็นแกนหลักของชุมชนในการสร้างความแปลี่ยนแปลงให้ชุมชนเข้มแข็งขึ้น โดยการใช้ทรัพยากรต่างๆ

                ส่วนที่สามคือส่วนหาง ส่วนหางถือว่าเป็นส่วนที่จะต้องแข็งแรงเพราะส่วนหัวเรามองเป้าหมายที่ไกล ส่วนหางก็คือส่วนที่จะตะพือ แหวกว่ายไปต้องใช้หางแหวกไปมาหากหางเราไม่แข็งแรงเราก้ไปได้ไม่ถึง ไปไม่ไกล ส่วนหางเป็นส่วนของความรู้ที่เกิดขึ้นจากการแลกเปลี่ยน หรือจะหมายถึงส่วนที่เป็นฐานของกลุ่มทั้งหมดที่เกี่ยวข้องซึ่งความรู้เหล่านี้ที่มีส่วนหางตัวแทนของแต่ละพื้นที่จะมาเล่าให้ฟังพรุ่งนี้ หลังจากไปทำการเรียนรู้ในส่วนกลางของลำตัวแล้วด้วยเป้าหมาย ของแต่ละพื้นที่ซึ่งอาจจะมีรายละเอียด ส่วนกระบวนการเรียนรู้ของ 5 พื้นที่ที่เราทำร่วมกันก็มีรายละเอียดว่าเขาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันอย่างไร ส่วนหางก็เป็นความรู้ที่เขาได้ขึ้นมาของแต่ละพื้นที่ ไม่ว่าจะเป้นพื้นที่ที่นครศรีธรรมราช ต.กะหรอ ที่ ลำปาง เครือข่ายอมมทรัพย์ชุมชน ที่สมุทรปราการ ก็แล้วแต่เขาก็จะมีความรู้ของเขาความรู้นี้คือส่วนหางที่แข็งแกร่งขึ้น เพื่อที่จะว่ายไปสู่เป้าหมายที่ตั้งใจไว้ อันนี้ก็คือ โมเดลตัวปลาซึ่งหมายถึงขบวนองค์กรการเงินของภาคประชาชน

                ปลาก็ไม่ได้ว่ายไปโดยไม่มีอะไรเกี่ยวข้องเราก็เลยบอกว่าเป็นการว่ายฝ่ากระแสน้ำ กระแสน้ำก็คือ ระบบแวดล้อมที่เกี่ยวข้องกับปลา ระบบแวดล้อมที่ผมตั้งไว้ก็มี 3 องค์ประกอบสำคัญ ๆ

1)       กระแสการพัฒนา คือ อุดมการณ์ของปลาทูที่หมายถึงขบวนองค์กรการเงินภาคประชาชนที่ว่ายไปต้องเกี่ยวข้องกับกระแสของการพัฒนา เพราะว่าในเรื่องของการวัตถุมีคุณค่า เรื่องของการจ่าย ก็จะกระทบกับปลา ปลาที่ว่ายอย่างแรงมาก เพราะกระแสการพัฒนาผลักดันให้มีวินัยในการออม ลดค่าใช้จ่าย อบายมุขบ้าง ก็จะทำให้ปลาตัวนี้ว่ายไปไกลแต่ต้องต้านแรงกระแสน้ำ กระแสการพัฒนาจึงมีความสำคัญ

2)       สภาพชุมชน คือ ทุนเดิมของชุมชนนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็นฐานของภูมิปัญญา ประเพณี ที่มีอยู่ อย่างเช่นที่ต.กะหรอ ก็แบบหนึ่งหากคนในชุมชนพึ่งพาอาศัยกันช่วยเหลือกัน มีฐานของการช่วยเหลือกันเข้มแข็งก็ถือว่าเป็นทุนจะช่วยให้ปลาตัวนี้ว่ายไปสู่เป้าหมายได้อย่างง่ายดาย หากต่างคนต่างอยู่ ก็จะทำให้ปลาตัวนี้ว่ายน้ำได้ยากขึ้น การรวมตัวกันจะน้อยการทำความเข้าใจกันได้ยากต่างคนต่างอยู่ทำมให้ ปลาว่ายสู่เป้าหมายได้ยาก ก็ถือว่าเป็นกระแสน้ำอย่างหนึ่งที่เป็นขบวนของการเงินชุมชนซึ่งจะต่าง ๆ กันลำปางก็แบบหนึ่ง กะหรอ ก็แบบหนึ่ง สมุทรปราการก็อีกแบบหนึ่ง สงขลาก็อีกแบบหนึ่ง สิ่งต่าง ๆเหล่านี้มีรายละเอียดของมันอยู่

3)       กฎหมาย นโยบายและกลไก นับสนุนเปรียบเสมือนกระแสน้ำที่เข้ามากระทบกับฝูงปลา นโยบายกฎหมายเมื่อเช้าเราได้ฟังชัดเจนว่าทางสงขลา ท่านผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอให้การสนับสนุน ท่านผู้ว่าให้นโยบาย ว่าจะขับเคลื่อนเรื่องของสัจจะลดรายจ่ายวันละ 1 บาท แสดงว่าทิศทางไปตามเป้าหมาย ปลาว่ายตามน้ำ ก็ว่ายง่ายหน่อยก็ตามน้ำ อันนี้เป็นนโยบาย ส่วนกฎหมายส่งเสริมสวัสดิการสังคมที่ท่านรองปลัดมาพูด เป็นกฎหมายหนึ่งที่พูดถึงเรื่องการจัดสวัสดิการสังคมที่สอดคล้องกับเป้าหมายถ้ากฎหมายอันนี้สอดคล้องและนโยบายเอาด้วยก็ถือเสมือนกับกระแสน้ำไหลทิศทางเดียวกัน การว่ายน้ำก็จะว่ายได้ง่ายขึ้นสงขลาว่ายง่าย อันที่เกี่ยวข้องกับนโยบายกฎหมาย คือ กลไกการสนับสนุน ก็คือ อาจจะมีนโยบาย ยกตัวอย่างเช่น พช.ส่งเสริมสวัสดิการสังคม มีคณะกรรมการระดับจังหวัดที่มีเลขา คือ พช.ระดับจังหวัด เป้าหมาย คือ กลไกสนับสนุน บางทีเรามีนโยบาย มีกฎหมายแล้วแต่การปฏิบัติมีประสิทธิภาพก็ไม่เป็นไร เพราะฉะนั้นเราจะมีกฎหมายและมีการปฏิบัติด้วยประกอบกัน เราต้องดูว่านโยบายกฏหมายอันไหนที่สอดคล้อง กลไกสนับสนุนเป็นอย่างไรก้เข้าไปดูตรงส่วนนั้น เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลง หากกฏหมาย นโยบายยังไม่เอื้อเราก้ไปผลักดัน กฎหมาย นโยบายนั้นให้เกิดมันเป็นการทำงานเชิงนโยบายและเชิงปฏิบัติในพื้นที่ อันนี้เราจะทดลอง 5 พื้นที่ที่เราไปทำการร่วมกันว่าแต่ละพื้นที่นั้น ในกฎหมายนโยบายที่มีอยู่ กลไกสนับสนุน  นั้นมาปฏบัติการ เอื้อและมีประโยชน์จริงหรือเปล่า อยู่ในการเรียนรู้ของ 5 พื้นที่ อันนี้ก็เป็นภาพรวมที่ผมใช้คำว่าแบบจำลองปลาทูว่ายฝ่ากระแสน้ำของโครงการที่เราดำเนินการ

ทดลองที่สงขลา เป็นตัวอย่างของการสัมมนาในครั้งนี้ พรุ่งนี้เราก็จะแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันทั้งในการนำเสนอของแต่ละพื้นที่ในภาพรวม และการแลกเปลี่ยนความรู้ที่ลงลึก ซึ่งทุกท่านที่มาเข้าร่วมประชุมเป็นผู้ดำเนินการ นำในส่วนหางมาแลกเปลี่ยนกันในส่วนกลางแล้วเราก็จะลงพื้นที่ในตำบลน้ำขาว เพื่อจะลงไปดูว่ามันเกิดผลอย่างที่ว่านี้หรือเปล่านี้คือ ภาพรวมกรอบคิดขอบงการดำเนินงานครั้งนี้ วันสุดท้ายวันที่สามก็จะเป้นการประมวลสรุปและรับฟังจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องว่าเราจะขับเคลื่อนปลาตัวนนี้ไปสู่เป้าหมายร่วมกันอย่างไร ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ รวมทั้งขบวนของชุมชน อันนี้ก็เป็นภาพรวมทั้งหมดของโครงการนี้