เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ นึกอยากจะกินอาหารที่เราปลูกในแปลงเกษตรของเราเอง จึงเดินไปดู

อาหารมีเมื่อฝนมา 

สวัสดีครับ ช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์นี้ ผมจะขอนำเรื่องอาหารพื้นบ้านที่อยู่ใกล้ตัว มาเล่าให้ฟังนะครับ  ในช่วงระยะนี้สภาพอากาศบางพื้นที่ ก็มีฝนตกลงมาหลายห่าแล้ว จะสังเกตุให้ดีนะครับเมื่อฝนตกคราใด ก็จะมีพี่น้องเกษตรกรที่เขาอาศัยอยู่ในชุมชนต่างๆ บางแห่งที่อยู่อาศัยอยู่ใกล้ป่าเขา ก็จะเริ่มเก็บพืชอาหาร-เห็ด  สัตว์(อึ่งอ่าง) และแมลง(แมงอีนูน) ที่มีอยู่ในธรรมชาติเมื่อฝนตกลงมา มาทำเป็นอาหารบริโภคในครอบครัว หากมีปริมาณมากก็จะนำไปขายในตลาดท้องถิ่นหรือตลาดในตัวอำเภอ จังหวัดได้ซึ่งพบเห็นอยู่ร่ำไปครับ 

 

            เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมานี้ นึกอยากจะกินอาหารที่เราปลูกในแปลงเกษตรของเราเอง จึงเดินไปดู เพราะว่าฝนตกมาหลายครั้งแล้ว แต่ความจริงแล้วผมไปในแปลงเกษตรเมื่อไร ก็จะเก็บพืชผักที่มีอยู่ในแปลงมาแกง หรือต้มจิ้มน้ำพริกอยู่ทุกครั้งไป ข้อดีของผักพื้นบ้านเหล่านี้ก็คือปลอดภัยจากสารพิษแน่นอนครับ  เมื่อเราได้บริโภคไปก็สบายใจทุกครั้งกว่าผักที่เราซื้อมาจากตลาดแน่นอนครับ 

 

 

          แน่นอนครับ เมื่อเดินทางไปถึงแปลงเกษตร พบว่าชะอมที่ปลูกเคยไปตัดแต่งกิ่งทิ้งไว้ก็แตกยอดอ่อนสวยงามมาก  สำหรับหน่อไม้ไผ่สีทองที่เคยปลูกไว้ประมาณ 10 กว่ากอ ก็พร้อมที่จะแตกหน่อใหม่ให้กินอีกจำนวนมาก 

 

 

 

 

         จากนั้นผมก็จัดการเก็บทั้งชะอมและหน่อไม้ กลับไปที่บ้านเข้าครัวปรุงเป็นเมนูอาหารกลางวันต่อ ในขณะเดียวกันเปิดตู้เย็นที่บ้านมาดู ก็พบเห็ดเถาะ( บางท่านก็เรียกว่าเห็ดเผาะ เห็ดเปราะแล้วแต่จะเรียกตามภาษาถิ่น)พึ่งซื้อมาจากเกษตรกรที่อ.พรานกระต่ายเช่นกัน ก็ตกลงคิดเป็นเมนูอาหารภาคเหนือคือ แกงหน่อไม้ใส่ชะอมและเห็ดเถาะครับ กินร้อนๆสำหรับมื้อกลางวันนี้ครับ 

 

 

 

           อาหารพื้นบ้านบางครั้งเรานำมาทดลองคิดเมนูใหม่ ก็อร่อยไม่เบาครับ เช่นห่อหมกเห็ดเผาะพื้นบ้าน จะมีจำหน่ายเพียงเจ้าเดียวที่ตลาดอำเภอพรานกระต่าย นอกจากจากนี้ยังมีอาหารพื้นพื้นอีกจำนวนมากนะครับ

 

        สำหรับผักชะอมที่เหลือ และหน่อไม้ที่ได้เก็บมา  ก็จะจัดแบ่งให้เพื่อนบ้านได้บริโภคเช่นกัน สำหรับส่วนที่เหลือก็บรรจุไว้ในตู้เย็นของบ้านเราไว้ก่อน นี่ก็เป็นประสบการณ์หนึ่งที่ได้จากการลงมือปฏิบัตินั่นเองเพราะว่าหลายครั้งที่เคยไปเป็นวิทยากรพิเศษให้แก่องค์การบริหารส่วนจังหวัดด้านการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้  เราบอกเกษตรกรว่าให้ผลิตหรือปลูกในสิ่งที่ครอบครัวใช้บริโภคอยู่เสมอ และให้ทำกิจกรรมที่สามารถเลี้ยงและอุ้มชูตัวเองได้ มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเองให้ได้เป็นอันดับแรก มุ่งเน้นลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ พร้อมให้ฝึกการออม รวมทั้งการจัดการที่ดินที่เรามีอยู่ให้เกิดประโยชน์เป็นต้น

 

       ท้ายนี้ก็ขอเชิญชวนทุกท่านได้น้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้ ในครอบครัวของใครของมัน ซึ่งอาจจะแตกต่างกันได้นะครับเริ่มต้นและลงมือทำตั้งแต่วันนี้นะครับ

 

เขียวมรกต

4 กค.53