เพลงพื้นบ้าน : ขอเชิญร่วมเสนอแนะ
วิธีการ/แนวทางในการถ่ายทอดความรู้
แบบครูหรือแบบภูมิปัญญา
- อาชีพครู
- ครูมืออาชีพ
- ปราชญ์ชาวบ้าน
- ศิลปินพื้นบ้าน
นายชำเลือง มณีวงษ์
ผู้มีผลงานดีเด่น รางวัลราชมงคลสรรเสริญ ด้านเพลงพื้นบ้าน ปี 2547
หลายท่านอาจจะตั้งคำถาม หรือถกเถียงกันว่า แล้วการที่จะสร้างให้เด็กประสบความสำเร็จ มีความรู้ที่คงทนติดแน่นไปยาวนาน จะต้องใช้วิธีการแบบใด สอนแบบผู้ที่มีอาชีพครู หรือจะต้องต้องพัฒนาตนเองให้เข้าสู่ความเป็นครูมืออาชีพเสียก่อน หรือว่าต้องเชิญปราชญ์ชาวบ้านมาช่วยสอน หรือต้องค้นหาศิลปินพื้นบ้านมาเป็นต้นแบบ
ผมยังจำภาพการเรียนรู้ของผมในสมัยที่ยังอยู่ชั้นประถมศึกษาได้ดี แม้ว่าในบางช่วงบางตอนภาพเก่า ๆ เหล่านั้นอาจจะเลือนรางไปบ้างแต่ก็ไม่ถึงกับจางหายไปจนหมด เมื่อผมเรียนอยู่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 คุณครูได้ให้ผมฝึกหัดเล่นลิเก ฝึกร้องฝึกรำ แสดงเป็นเรื่อง ประมาณ 1 ชั่วโมงเศษ ๆ จบ แสดงคู่ไปกับเพลงพื้นบ้าน ประเภทลำตัด เมื่อผมไปศึกษาต่อ ในระดับชั้นมัธยมศึกษา ที่กรุงเทพฯ คุณครูฝึกให้ผมร้องเพลงไทยเดิมในตอนเย็นหลังจากเลิกเรียน และไปฝึกร้องที่บ้านของท่านแถวสะพานซังฮี้ (สะพานกรุงธน) ฝึกเล่นละคร ส่วนในเวลาเรียนได้เรียนรู้งานปั้นดินเหนียว เผา เคลือบน้ำยาและเผาซ้ำ ได้เรียนรู้และฝึกหัดเรื่องของไฟฟ้าภายในบ้าน ประกอบวิทยุ เครื่องขยายเสียงอย่างง่าย และได้ทำอะไรต่อมิอะไรอีกหลายอย่าง รวมทั้งการเล่นกีฬา ทำให้การเรียนของผมมีความสุข สนุกมาก
มาในยุคปัจจุบัน เวลาห่างกันเกือบจะ 50 ปี การจัดการเรียนรู้เปลี่ยนไป เด็ก ๆ ที่มีสมองดีหน่อยถูกแยกไปเรียนทางวิชาการ ไม่มีโอกาสที่จะได้เลือกเรียนในวิชาที่ต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์เลย เรียกว่าได้พัฒนาสมองเพียงซีกเดียวเท่านั้น ผมไม่อาจที่จะแสดงความเห็นที่ลึกลงไปได้ เพียงแต่ผมมองว่าในวันนี้ ครูที่มีอายุ 59 ปีแล้ว ยังคงต้องสอนนักเรียนที่มีสติปัญญาปานกลาง (ค่อนข้างอ่อน) เด็กกลุ่มนี้ถูกกำหนดให้มารวมเป็นกลุ่มแล้วเลือกเรียนวิชาเพิ่มเติม ตามที่ตนเองไม่ค่อยถนัด แต่ก็ยังมีผู้หวังว่า เราจะต้องสอนให้เขาเก่ง สอบผ่าน มีระดับคะแนนเฉลี่ยสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานได้ ในความเป็นจริงค่อนข้างยาก แต่ด้วยอาชีพครู จะต้องทำให้ได้
อาชีพครู เป็นอาชีพที่ผมรัก ผมใฝ่ฝันมานานตลอดชีวิต จนมาถึงในวันนี้ ผมยังเสียดายเวลาของผมที่กำลังจะหมดไป มันช่างน้อยเสียเหลือเกิน เวลาที่ผมรับราชการ 41 ปีเศษ (รวมทวีคูณ 42 ปี) ไม่เคยนึกเบื่อหน่ายในหน้าที่ถ่ายทอดความรู้เลยแม้แต่วันเดียว (ถึงแม้ว่าจะต้องเสียเวลากับการบันทึกในเอกสารอะไรมากมาย)ผมยังมีความสุขที่ได้เห็นเด็กวาดาภาพ ได้มาฝึกซ้อมเพลงพื้นบ้าน จากวันเป็นเดือน จากเดือนเป็นปี ผ่านมา 19 ปีแล้ว ที่เด็ก ๆ ของผมจำนวน 17-20 คน มีพัฒนาการ สามารถเล่นเพลงพื้นบ้านได้หลายอย่าง แหล่ทำขวัญนาคได้ ร้องเพลงไทยเดิมได้ สร้างชื่อเสียงได้รับรางวัลสูงสุดในระดับประเทศ และที่สุดของความสามารถของพวกเขาคือ เด็ก ๆ มีความสามารถด้นกลอนสดเพลงอีแซวได้เกือบจะทุกคนในคณะ (คงไม่ธรรมดาแน่) พวกเขาทำได้อย่างไร ผมจะนำเอามาเล่าในตอนต่อ ๆ ไป
แต่มีสิ่งหนึ่งที่ผมอยากจะชี้ให้เห็น คือ การสอนคนให้รู้ซึ้งเข้าถึงภายในได้นั้นจะต้องมีต้นแบบที่ดี เป็นที่ยอมรับของนักเรียน ผมแสดงเพลงพื้นบ้านมานานหลายสิบปี ผมสามารถร้องด้นกลอนสดได้ในหลาย ๆ ทำนองเพลงพื้นบ้าน ทั้งทำนองแหล่ ลิเก เพลงอีแซว เพลงฉ่อย ลำตัด ฯลฯ โดยเฉพาะที่หน้าเวทีจะมีผมแสดงอยู่ด้วยกับนักเรียน กว่าที่ผมจะถ่ายทอดวิธีการด้นสดไปสู่นักเรียนที่เป็นนักแสดงของผมได้ใช้เวลานานนับ 10 ปี หรือนานกว่านั้นเสียด้วยซ้ำ หาชมได้ในเว็บไซต์ youtube.com พิมพ์ข้อความในช่อง Search ว่า “เพลงอีแซวด้นสด ชำเลือง” ก็จะสามารถเข้าไปชมคลิปวีดีโอบันทึกการแสดงสดเพลงพื้นบ้านได้แล้ว แต่ในวันนี้เด็ก ๆ มีความสามารถมากยิ่งขึ้นดูเหมือนว่าพวกเขาจะมีความตั้งใจเพิ่มขึ้นเป็นหลาย ๆ เท่า นี่ก็มาจากอาชีพครู ครูที่มีความสามารถพิเศษติดตัวมาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น
ส่วนครูมืออาชีพ ที่มีการตรวจสอบ วัด ประเมินและรับรองมาตรฐาน นั้นจะทำให้อาชีพนี้มีทั้งเกียรติยศและค่าที่ประเมินได้เพื่อแลกเปลี่ยนต่อค่าครองชีพของพวกเขา ไม่ได้ประเมินจากเอกสารใดๆ แต่ประเมินจากผลผลิตของพวกเขาเทียบวัดกับมาตรฐานที่ควรจะเป็น ก็จะต้องติดตามดูอย่างใกล้ชิดว่า วิธีการกับผลที่จะเกิดขึ้น จะชี้ชัดลงไปได้ว่า ได้อะไรที่จับต้องได้อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน

ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นคนธรรมดาที่ไม่ธรรมดา มีความรู้ความสามารถในการอธิบายและแก้ไขปัญหาต่างๆ เป็นคนดีมีคุณธรรม เพราะภูมิปัญญาเป็นความรู้ที่เป็นองค์รวมของชีวิต แม้ว่าปราชญ์ชาวบ้านบางคนจะมีความรู้เฉพาะเรื่องอย่างถ่องแท้ แต่ก็เป็นความรู้อันเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของท่านทั้งหมด ผมเป็นคนหนึ่งที่ได้รับการถ่ายทอดความรู้มาจากปราชญ์ชาวบ้านเรียนรู้วิธีทำขวัญนาคกันมาแบบตัวต่อตัว สอนกันแบบคำต่อคำจนกระทั่งทำได้อย่างช่ำชอง มั่นใจในวิธีการ ถึงแม้ว่าอาจจะไม่ถูกต้องตามหลักทางวิชาการบ้าง แต่ก็เป็นระบบระเบียบแบบแผนที่ยึดถือกันมานาน
ศิลปินพื้นบ้าน คือ ผู้สร้างสรรค์ผลงานอันหลากหลาย เป็นมรดกทางวัฒนธรรมของพวกเราชาวไทย เป็นแบบอย่างแก่อนุชนรุ่นหลังได้เป็นอย่างดี ป้าอ้น จันทร์สว่างคือ ศิลปินเพลงอีแซวในดวงใจของผม ศิลปินที่ผมเคยร้องโต้ตอบกันอย่างประทับใจ ทั้งรักเคารพป้า มีความสุขใจที่ได้ไปฝึกหัดเล่นเพลงอีแซวกับป้า ผมเกิดความเชื่อและศรัทธาในตัวป้าอ้น เชื่อว่า มหรสพพื้นบ้านมีคุณค่า สร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับสังคม ผมจึงเล่นเพลงมายาวนานมากกว่าเวลาที่รับราชการเสียด้วยซ้ำ

ความรู้ ความสามารถ อาจเกิดขึ้นได้ในการจัดการเรียนรู้และฝึกปฏิบัติ แต่ความรู้ที่ฝังแน่นคงทน เป็นความรู้ที่เกิดขึ้นภายในมิอาจที่จะสร้างให้เกิดขึ้นได้ในชั่วโมงเรียน จะต้องสะสมไปอีกยาวนาน เป็นปี หรือหลาย ๆ ปี จึงจะได้ ความเชื่อ ความศรัทธา และการตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ถูกที่ควร ที่สำคัญจะต้องมีครู มี่คนเป็นต้นแบบที่นักเรียนยอมรับว่า “ครูเป็นฮีโร่ในดวงใจของเขา” สิ่งนั้นจึงจะเกิดขึ้นมาได้