ฐานคติมีอิทธิพลสูงต่อการกำหนดเป้าหมาย

ฐานคติของคู่แข่ง

การศึกษาฐานคติของคู่แข่งแบ่งเป็น  2  ประเภทคือ

  1. ฐานคติเกี่ยวกับตนเอง บริษัทอาจเชื่อว่าตนเองมีความรับผิดชอบสูง เป็นผู้นำของตลาด ด้าน

อุตสาหกรรมมีต้นทุนผลิตต่ำ ทีมงานฝ่ายเยี่ยม ฐานคติที่เป็นปัจจัยเหล่านี้มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในการเลือกกลยุทธ์ในการแข่งขัน

  1.  ฐานคติเกี่ยวกับอุตสาหกรรมโดยส่วนรวมและบริษัทอื่น ๆ  ฐานคติของคู่แข่งอาจคลาดเคลื่อน

และจะเปิดโอกาสให้บริษัทอื่นฉกฉวยโอกาส เช่นเราคิดว่าลูกค้าซื่อสัตย์ต่อเราบริษัทอื่นอาจจะมาตัดราคาสินค้าแล้วการสูญเสียส่วนแบ่งในตลาดจะหายไปโดยไม่รู้ตัว เพราะบริษัทอื่นก็มีฐานคติเหมือนกัน  เช่นบริษัทหนึ่งอาจดูถูกคู่แข่งขันในด้านต่าง ๆ ถ้าเราวิเคราะห์ฐานคติเหล่านี้ สามารถชี้ให้เห็นจุดบอดหรือความผิดพลาดในความเชื่อหรือฐานคติของผู้บริหารบริษัทคู่แข่ง ก็สามารถจะเดินแต้มกลยุทธ์ย้อนรอยคู่แข่งได้

การหาแหล่งข้อมูลข่าวสารในการวิเคราะห์ดังนี้  1)ความเชื่อของคู่แข่งในด้านเทคโนโลยี ตลาด คุณภาพสินค้า จุดเด่น จุดอ่อนที่ตนมีอยู่อยู่ในฐานะใดถ้าไม่จริงดังคิดอาจเป็นจุดอ่อนในการที่คู่แข่งโจมตีได้  

2) คู่แข่งมีความผูกพันกับประเภทของสินค้า นโยบาย กรรมวิธีผลิตที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงหรือไม่เมื่อเหตุการณ์แวดล้อมเปลี่ยนไปคู่แข่งอาจขาดการประเมินตนเองซึ่งเป็นจุดบอดได้ 3) คู่แข่งมีลักษณะพิเศษในการดำเนินธุรกิจจากสถานที่หรือภูมิภาค เช่น บริษัทรถยนต์ในเยอรมันต้องมีคุณภาพสูง โดยให้ความสำคัญมากกว่าด้านต้นทุนและการตลาด 4)คู่แข่งเชื่อเรื่องอุปสงค์อย่างไร การคาดคะเน อาจเกิดความคลาดเคลื่อนได้ 5) คู่แข่งเชื่อในการกล่าวอ้างในตลาด เช่น สายผลิตภัณฑ์ ครบถ้วน ตัวแทนจำหน่ายมากที่สุด เขาจะมีต้นทาสูงโดยไม่จำเป็น

                ประโยชน์จากการเรียนรู้จุดบอดและความเชื่อถือของคู่แข่งคลาดเคลื่อน   ตัวอย่างเช่นบริษัทเบียร์มิลเลอร์ (Miller Breweries)ของสหรัฐทำรายได้จากเบียร์ชนิดอ่อน(light beer) อย่างมหาศาลผู้ผลิตอื่นคิดว่านักดื่มเบียร์ไม่ชอบรสชาตินี้ แต่คนสหรัฐสนใจในสุขภาพมากขึ้นคนจึงหันมานิยมเบียร์ชนิดนี้

                อดีตเป็นเครื่องชี้เป้าหมายฐานคติ

  1. ความสามารถทางด้านการเงินของคู่แข่งเมื่อเปรียบเทียบอดีตที่ผ่านมาเป็นอย่างไรเพราะคู่แข่ง

จะไปเพิ่มพูนประสิทธิภาพทางการเงิน

  1. คู่แข่งเคยประสบความล้มเหลวใดในอดีต เพราะอาจทำให้คู่แข่งเกิดความลังเลได้
  2. คู่แข่งเคยประสบผลสำเร็จด้านใดสูงอาจนำกลยุทธ์นั้นมาใช้อีก
  3. คู่แข่งเคยมีปฏิกิริยาต่อการรุกทางกลยุทธ์มีการตอบโต้อย่างไรแระสบผลมากน้อยเพียงใด

ประสบการณ์และความเป็นมาของทีมบริหารและที่ปรึกษาของคู่แข่ง

บริษัทอาจใช้ประเด็นต่อไปนี้เป็นหลักในการวิเคราะห์คู่แข่ง เช่น 1) ผู้บริหารมีประวัติทำงานด้าน

ใดเช่น การตลาด การเงิน เพราะจะแตกต่างด้านประสบการณ์2)กลยุทธ์ที่เคยใช้ในผู้นำปัจจุบัน เช่นการลดค่าใช้จ่ายเพราะเคยทำได้ผลเมื่อในอดีต 3) กลยุทธ์จากธุรกิจอื่นๆ นำมาดัดแปลงใช้ในธุรกิจปัจจุบัน4) เหตุการณ์สำคัญ มีอิทธิพลต่อแนวคิดของผู้นำบริษัทที่จะนำมาใช้ เช่น ภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ  น้ำมันขึ้นราคา ค่าเงินเปลี่ยน 5) ผู้นำของคู่แข่งเขียนตำราไว้บ้างหรือไม่6)มีคณะที่ปรึกษา ที่มีความชำนาญหรือไม่ เพราะมีอิทธิพลสูงต่อการบรรลุเป้าหมาย

กลยุทธ์ของคู่แข่งในปัจจุบัน

                องค์ประกอบที่สามการวิเคราะห์คู่แข่งได้แก่ การศึกษากลยุทธ์ที่คู่แข่งใช้ในปัจจุบัน บริษัทอาจพิจารณากลยุทธ์ของคู่แข่งในนโยบายด้านต่าง ๆ เช่นการเงิน การตลาด และวิธีที่คู่แข่งเชื่อมโยงนโยบายเหล่านี้เข้าด้วยกันเป็นกลยุทธ์รวมกลยุทธ์ของคู่แข่งอาจถูกอำพรางไว้ในบางครั้ง ทำให้ศึกษาได้ยากขึ้น