เด็กกตัญญู ด.ช.ต้นตระกาล เทพศิริ แบบอย่างชีวิต 2
อายุ 13 ปี เรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนบ้านขมิ้น อ.จอมพระ จ.สุรินทร์
อาศัยในบ้านเล็กๆ ที่ต่อออกมาจากยุ้งข้าว แออัดกัน 4 ชีวิตคือ ตา ยาย น้องสาวและตนเอง
ตาป่วยเข้าโรงพยาบาลบ่อย ยายตาบอดทั้งสองข้างช่วยตัวเองไม่ได้ น้องกำลังเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 3
ขาดเรียนบ่อยเพราะต้องดูแลตาและยาย ทุกเย็นไม่มีโอกาสเล่นกับเพื่อนๆ เพราะต้องรีบวิ่งกลับบ้านไปดูแลตายาย ต้องออกรับจ้างทั่วไปและช่วยดำนาเมื่อมีคนมาว่าจ้าง
เงินที่ได้ทั้งหมดใช้รักษาตาและดูแลยาย ใช้ซื้อข้าวสารและอาหารเก็บไว้ ไม่มีเงินเหลือแม้จะไว้ซื้อรองเท้า ถุงเท้า

นี่แหละคุณภาพชีวิตของเด็กบ้านนอกคนหนึ่ง
ที่เกิดมาพร้อมกับความไร้ผิดชอบของพ่อแม่หรือรับผิดชอบไม่ไหว...
ส่งผลให้เกิดภาระแก่ตาและยาย กระทบต่อชีวิตที่ต้องดิ้นรนของเด็ก
จนสุดท้ายสังคมต้องยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเพื่อเติมเต็มให้เด็กอยู่ในสังคมได้ต่อไป
ช่วยเชียร์ครูหยุยค่ะ
เป็นเด็กกตัญญูจริงซึ่งหายากมากในปัจจุบัน
คุณ krugui ครับ เด็กเขาเลือกเกิดไม่ได้ครับ แต่เมื่อเขาเกิดในครอบครัวที่ย่ำแย่แล้ว เขายังมีความกตัญญูเช่นนี้ น่าสรรเสริญนะครับ ผมเองก็พยายามเสริมช่วยเด็กกตัญญูทั้งหลายเท่าที่จะช่วยได้นะครับ
คุณเบดูอินครับ นับวันเด็กที่กตัญญูรู้คุณจะมีจำนวนน้อยลงไปเรื่อยๆ ครับ ผมจึงพยายามเสริมช่วยเด็กดีเหล่านี้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้
คุณเก๋ครับ หากทุกฝ่ายเร่งทำงานเชิงรุก เด็กๆ ที่ย่ำแย่ทั้งหลายคงได้รับการช่วยเหลือมากขึ้น เร็วขึ้น แต่ไม่รู้จะทำอย่างไรกับระบบที่เป็นอยู่ จึงต้องลงมือทำเองครับ แม้ได้ไม่มากตามที่ใจต้องการก็ตาม
ขอบคุณครับครูเอื้องแซะ ถ้าไม่ลืมจะบอกเพื่อนๆ ที่สุรินทร์หาซีดีส่งไปให้นะครับ ผมเองคราวที่แล้วได้มาหนึ่งแผ่น แต่เป็นซีดีบันทึกการแสดง ฟังในรถยนต์ไม่ได้
สุอ่านเรื่องราวแล้ว สุก็รู้สึกเวทนาคะ แต่ก็ให้ความช่วยเหลืออะไรไม่ได้ ก็ขอภาวนา ให้เด็กชายต้นตระกูล เทพศิริ จงได้ความช่วยเหลือ จากคนชาวสุรินทร์ อย่างที่สุด เพราะเขาก็เป็นคนคนหนึ่ง อาจมีความสามารถ หรือเป็นคนดีมีความสามารถ ถ้าหากพี่น้องหรือองค์กรในจังหวัด ได้สนับสนุนดูแลช่วยเหลือเขาบ้าง เพราะเขาเป็นเด็กอยู่ แต่รับภาระมากมายเกินกำลัง หวังว่า ครูหยุยคงจะหาทางช่วยเหลือเขา อย่างน้อยก็ให้เขาได้มีการศึกษา ที่พอจะทำมาหากิน หรือเรียนรู้ การทำมาหากิน จนสามารถช่วยตนเอง และน้องได้คะ
-อย่างน้อยมีทุนการศึกษา มีงานทำพิเศษ แต่ก็คงทำไม่ได้ เพราะจะต้องดูตายายที่ต้องเข้าโรงพยาบาลบ่อยๆๆ ไม่เช่นนั้นก็มีรายได้บ้าง มีเสื้อผ้า ของใช้ สมุดหนังสือ เพื่อการศึกษาบ้าง และประคับประคอง เพื่อให้เขายืนหยัดอยู่ได้จนกว่าเขาจะเข้มแข็ง ที่พูดมานี้ ก็หวังว่า คงจะมีคนสุรินทร์ใครจะเป็นผู้ หรือหาทางให้เขาได้รับการอนุเคราะห์ จากองค์ใดองค์กรหนึ่งคะ จะหาวิธีการอย่างไร ขอบคุณครูหยุยมากนะคะ
คุณสุครับ จุดหลักที่ผมพยายามทำอยู่ก็คือ ฐานจากพื้นที่ต้องเป็นหัวใจในการดูแลกันครับ ส่วนทีเริ่มทำนั้นเสมือนหนึ่งเป็นการจุดชนวนให้เห็นและตระหนักในที่สุดครับ