จากกิจกรรมโรงเรียนชาวนาที่จังหวัดสุพรรณบุรี   ซึ่งได้ทำนาในระบบเกษตรกรรมปลอดสารพิษ   เป็นการช่วยลดต้นทุนและอันตรายจากสารเคมีเกษตร   ทาง สกว. (สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย) ได้มีโครงการสนับสนุนเกษตรกรรมที่ลดการใช้สารเคมี   ประกาศให้ทุนวิจัย   ซึ่งการวิจัยทางวิชาการนี้ช่วยส่งเสริมเกษตรกรตามแนวทางที่ สคส. กำลังส่งเสริมอยู่   จึงขอนำประกาศนี้มาให้ทราบทั่วกัน


ประกาศ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย
ประกาศรับเอกสารเชิงหลักการ
  “ชุดโครงการวิจัยพื้นฐานแบบมุ่งเป้าเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์”
(1 มิถุนายน 2548 – 31 กรกฎาคม 2548)


1. ที่มาและความสำคัญของชุดโครงการวิจัย
            ประเทศไทยมีการนำเข้าสารเคมีทางการเกษตรเพิ่มขึ้นทุกปี ในปี 2546 มีการนำเข้าปุ๋ย 3.84 ล้านตัน คิดเป็นมูลค่า 25,746 ล้านบาท นำเข้าสารเคมีกำจัดวัชพืชและศัตรูพืช 50,331 ตัน คิดเป็นมูลค่า 11,380 ล้านบาท การใช้สารเคมีทางการเกษตรในปริมาณมากนี้ ส่วนใหญ่เกินความต้องการของพืช ส่งผลกระทบถึงสภาพแวดล้อมทางการเกษตร ได้แก่ ดิน น้ำ อากาศ และสิ่งมีชีวิต ทั้งยังทำให้เกิดความไม่ปลอดภัยต่อสุขภาพของผู้บริโภค  เป็นเหตุให้ขาดการยอมรับและปฏิเสธการซื้อสินค้าเกษตรที่มีสารเคมีตกค้างสูงกว่าอัตราที่กำหนด รัฐบาลจึงกำหนดให้ปี 2547 เป็น “ปีแห่งความปลอดภัยด้านอาหาร” มีการรณรงค์ให้ใช้ปุ๋ยอินทรีย์และสารต่อต้านศัตรูพืชชีวภาพอย่างแพร่หลาย จนรัฐบาลประกาศให้การผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ เป็นวาระแห่งชาติ ตั้งแต่ปลายปี 2547 เป็นต้นมา

“”

2.  เป้าหมายของชุดโครงการวิจัย
-           ลดการใช้สารเคมีในทุกขั้นตอนของการผลิตพืช โดยใช้สารอินทรีย์และ/หรือจุลินทรีย์ทดแทน อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยที่สุด
-           ได้ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ ปลอดภัย เป็นที่ยอมรับของตลาดทั้งภายในและนอกประเทศ
-           เกษตรกรผู้ผลิตได้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับการใช้ระบบการผลิตที่ปฏิบัติอยู่ ณ ปัจจุบัน
-          
เน้นสนับสนุนการใช้ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยพื้นฐานเพื่อช่วยพัฒนาเกษตรอินทรีย์ตามกลยุทธ์ดังกล่าวข้างต้น


3.  แนวทางและขอบเขตของชุดโครงการวิจัยพื้นฐาน
            การวิจัยพื้นฐานเพื่อสนับสนุนการพัฒนาเกษตรอินทรีย์ ประกอบด้วย 4 ชุดโครงการ (research programs) หลัก ดังนี้
            ชุดโครงการที่ 1: ดิน ปุ๋ย และสภาพแวดล้อม มุ่งสนับสนุนการวิจัยเพื่อปรับปรุงสภาพดินโดยการลดการใช้ปุ๋ยเคมี หรือเพิ่มประสิทธิภาพการใช้ปุ๋ยเคมี และทดแทนการใช้ปุ๋ยเคมีด้วยปุ๋ยชีวภาพ ซึ่งควรประกอบด้วยโครงการตามหัวข้อเรื่อง ดังนี้
                  -     ผลกระทบของสารเคมีที่ใช้ในการเกษตรต่อประชากรจุลินทรีย์และความสมบูรณ์ของดินที่ใช้
                        ในการเพาะปลูกพืชเศรษฐกิจเป้าหมาย *
                  -     การวิเคราะห์สมดุลธาตุอาหาร และสมดุลจุลินทรีย์ในดินที่เหมาะกับการเพาะปลูกพืช
                        เศรษฐกิจเป้าหมาย *
                  -     การหาจุลินทรีย์หรือตัวเร่งในการทำปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยน้ำจากมวลชีวภาพ (biomass) และ

                        วัสดุเหลือใช้ที่มีความปลอดภัย *

                  -     การจัดการเศษซากพืชเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการหมุนเวียนธาตุอาหารกลับคืนสู่ดินและการ

                        ปรับปรุงสภาพดิน
                  -     การหาปุ๋ยพืชสดเพื่อการบำรุงดิน โดยเฉพาะที่สามารถตรึงธาตุไนโตรเจนจากอากาศได้
                        อย่างมีประสิทธิภาพ
                  -     การศึกษาเพื่อกำหนดมาตรฐานและปริมาณการใช้ปุ๋ยอินทรีย์

                  -     สภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อการพัฒนาและเจริญเติบโตของพืช

            ชุดโครงการที่ 2: การกำจัดศัตรูพืช มุ่งสนับสนุนการวิจัยเพื่อลดการใช้สารเคมีหรือเพิ่มประสิทธิภาพ  ในการใช้สารเคมีควบคุมโรค แมลง และวัชพืช และการหาวิธีกำจัดหรือลดการทำลายจากศัตรูพืชโดยชีววิธี  

ซึ่งควรประกอบด้วยโครงการตามหัวข้อเรื่อง ดังนี้
                  -     การค้นหาจุลินทรีย์หรือสารสกัดจากจุลินทรีย์ตามธรรมชาติที่สามารถควบคุมโรค แมลง
                        และวัชพืช  *
                   -    การหาพืชและสารสกัดจากพืชเพื่อกำจัดหรือลดการทำลายจากศัตรูพืช *

                   -    การใช้เทคโนโลยีชีวภาพเพื่อพัฒนาจุลินทรีย์ควบคุมศัตรูพืชแบบชีววิธี
                   -   การควบคุมแมลงที่เป็นศัตรูพืชด้วยการใช้ความสมดุลเชิงนิเวศวิทยาและการใช้ pheromones
                   -    การศึกษากลไกและผลกระทบของสารกำจัดหรือควบคุมศัตรูพืชชนิดต่างๆ

                   -    การค้นหาจุลินทรีย์ที่สามารถทำลายสารกำจัดศัตรูพืชที่ตกค้างในดิน

          ชุดโครงการที่ 3: การเจริญเติบโตของพืช มุ่งสนับสนุนการวิจัยเพื่อการพัฒนาสารกระตุ้น (growth promoters) จุลินทรีย์ที่สร้างสารกระตุ้น จุลินทรีย์ที่ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของพืช และการพัฒนาพันธุ์พืช
ซึ่งควรประกอบด้วยโครงการตามหัวข้อเรื่อง ดังนี้

-     การศึกษาจุลินทรีย์ที่อาศัยแบบ symbiosis หรือแบบ associative หรือแบบ free living กับ

      พืช ซึ่งสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช *

                  -     การหาจุลินทรีย์ที่ช่วยให้พืชใช้ธาตุอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ และการปรับปรุง
                        สภาพแวดล้อมของจุลินทรีย์เป้าหมาย *

                  -     การศึกษา พัฒนาปรับปรุงสายพันธุ์ plant-growth-promoting rhizosphere bacteria

                        endophytes และ mycorrhizal fungi เพื่อใช้ประโยชน์ในการกระตุ้นการเจริญเติบโตของพืช *
                  -     การหาสารกระตุ้น growth promoters และการศึกษากลไกการกระตุ้นกระบวนการ
                        เจริญเติบโตของพืช *
                

  -     การศึกษาจุลินทรีย์ที่สามารถกระตุ้นความต้านทานต่อโรคของพืช

                  -     การพัฒนาและศึกษากลไกของพันธุ์พืชที่ให้ผลผลิตสูงและทนต่อโรคและศัตรูพืช
                  -     การพัฒนาและศึกษากลไกของพันธุ์พืชที่ทนต่อสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้อ เช่น สภาพดินเค็ม สภาพดินเปรี้ยว สภาพแล้ง ฯลฯ

 

ชุดโครงการที่ 4: กระบวนการผลิตแบบเกษตรอินทรีย์ และเทคนิคหลังการเก็บเกี่ยว  มุ่งสนับสนุนการวิจัยเพื่อศึกษาความปลอดภัยของสารและกระบวนการที่ใช้ในเกษตรอินทรีย์กับการยอมรับของเกษตรกร และการพัฒนากรรมวิธีที่เหมาะสมในการเก็บรักษาผลผลิตที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยต่อสุขภาพผู้บริโภค ซึ่งควรประกอบด้วยโครงการตามหัวข้อเรื่อง ดังนี้
-     การทดสอบความปลอดภัยของสารหรือจุลินทรีย์ที่ใช้ในกระบวนการผลิตแบบเกษตร
      อินทรีย์ *

-     การศึกษามาตรฐานความปลอดภัยของผลิตผลเกษตรอินทรีย์ต่อสภาพแวดล้อมและสุขภาพ
      ของผู้บริโภค *
                  -     การทดสอบต้นแบบเชิงบูรณาการ (integrated modules) ของการใช้เกษตรอินทรีย์ที่
                        เหมาะสมกับพืชเฉพาะอย่างกับสภาพแวดล้อมและภูมิอากาศที่แตกต่างกันไปในบริเวณต่างๆ
                        ของประเทศ *

-          การเก็บรักษาผลิตผลเกษตรอินทรีย์ในสภาพที่ปลอดภัยและเป็นที่ยอมรับของผู้บริโภค*
                              -     การศึกษาความคุ้มทุนและผลตอบแทนของระบบเกษตรอินทรีย์ทั้งในระดับเกษตรกรรายย่อย

                                    ระดับผู้ประกอบการและระดับชาติ*

-          การศึกษากลไกควบคุมคุณภาพผลผลิตเพื่อเพิ่มคุณภาพ (natural goodness) ในทาง
      โภชนาการ การตลาด และการแปรรูป
                              -     การปลูกสำนึกสาธารณะ การถ่ายทอดและการยอมรับชุดเทคโนโลยีเกษตรอินทรีย์ที่
                                    เหมาะสมโดยเกษตรกร
-         
การศึกษาเงื่อนไขและมาตรฐานของผลิตผลเกษตรอินทรีย์เพื่อการส่งออกหมายเหตุ : คณะกรรมการคัดสรรจะให้ความสำคัญกับโครงการที่อยู่ในหัวข้อซึ่งมีเครื่องหมาย * ก่อน  


4.  การเสนอโครงการ
            สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) ขอเชิญชวนนักวิจัยจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่มี ความประสงค์ขอรับการสนับสนุนงบประมาณการวิจัย ยื่นเอกสารเชิงหลักการ (Concept Paper)
สรุปเนื้อหาของโครงการวิจัยเพื่อขอรับการพิจารณา ทั้งนี้ สกว. ให้ความสำคัญกับโครงการวิจัยที่มีการทำงานร่วมกันเป็นทีมจากหลายสาขา และโครงการที่มีความสอดคล้องกับโครงการอื่นๆในชุดโครงการเดียวกัน
เอกสารเชิงหลักการที่เสนอควรมีหัวข้อดังต่อไปนี้

1.   ชื่อโครงการ
2.   ชื่อหัวหน้าโครงการและสถานที่ติดต่อ
3.   ชื่อผู้ร่วมโครงการและสถานที่ติดต่อ
4.   โจทย์วิจัย/ ความสำคัญของการวิจัย/ หลักการและเหตุผล

5.    วัตถุประสงค์ของโครงการ

6.   วิธีดำเนินการวิจัย (Research Methodology)
7.   ระยะเวลาดำเนินงาน
8.   งบประมาณ
9.   ผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติหรือสิทธิบัตรที่คาดว่าจะได้รับ
10. แนวทางในการนำผลการวิจัยไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาเกษตรอินทรีย์
11. หน่วยงานร่วมโครงการ/หน่วยงานที่ร่วมสนับสนุนโครงการ (ถ้ามี)
(เอกสารเชิงหลักการนี้ไม่ควรยาวเกิน 5 หน้ากระดาษ พร้อมแนบประวัติการศึกษาและประสบการณ์วิจัยของหัวหน้าโครงการ รวมทั้งผลงานตีพิมพ์ในวารสารวิชาการนานาชาติในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา)

5.  เกณฑ์ในการพิจารณาให้ทุนสนับสนุน
            เมื่อเอกสารเชิงหลักการผ่านการพิจารณาเบื้องต้นโดยคณะกรรมการคัดสรรทุนแล้ว  สกว. จะแจ้งให้ผู้ขอทุนเขียนข้อเสนอโครงการฉบับเต็ม (Full proposal) เพื่อประเมินและทำการคัดเลือกอีกครั้งหนึ่ง โดยสกว.จะพิจารณาสนับสนุนในวงเงินที่สอดคล้องระหว่างปริมาณงานวิจัยกับระดับทุนวิจัยของฝ่ายวิชาการที่ดำเนินการอยู่ คือ 
-          ทุนองค์ความรู้ใหม่ที่เป็นพื้นฐานต่อการพัฒนา (วุฒิเมธีวิจัย) (วงเงินไม่เกิน 2,000,000 บาท ระยะเวลาของทุนไม่เกิน 3 ปี)
-     ทุนพัฒนานักวิจัย (เมธีวิจัย) (วงเงินปีละไม่เกิน 400,000 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 3 ปี)
-          ทุนส่งเสริมนักวิจัยรุ่นใหม่ (วงเงินปีละไม่เกิน 240,000 บาท ระยะเวลาไม่เกิน 2 ปี)
            สกว. โดยฝ่ายวิชาการ เปิดรับข้อเสนอโครงการในรูปของเอกสารเชิงหลักการ ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2548 และทาง สกว. จะแจ้งผลการพิจารณาเบื้องต้นให้ทราบภายใน 1 เดือนภายหลังกำหนดการปิดรับเอกสารเชิงหลักการของโครงการวิจัย
            ประกาศ ณ วันที่ 1 มิถุนายน 2548


                                                                                (ศ.ดร.  ปิยะวัติ บุญ-หลง)
                                                                   ผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย


ติดต่อสอบถามและยื่นเอกสารเชิงหลักการ
ฝ่ายวิชาการ  สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
อาคาร เอส เอ็ม ทาวเวอร์ ชั้น 14 เลขที่ 979  ถนนพหลโยธิน  แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400
โทรศัพท์ 0-2298-0455-75 ต่อ 120 หรือ 141   โทรสาร 0-2298-0455 ต่อ 211
e-mail :
[email protected]