ใครๆก็บอกว่า ถ้าคุณไม่เข้าใจอะไรล่ะก็ลองหาในหนังสือดูสิ แล้วจะเจอคำตอบ แต่คนพูดคงจะลืมไปว่ายังมีอีกหลายสิ่งที่ไม่สามารถหาได้ในหนังสือ..............

    หลังจากที่เรียนจบปริญญาตรี ผมก็วางแผนชีวิตเอาไว้ว่า อยากจะทำงานหาเงินเยอะๆ ร่ำรวยเป็นบุคคลที่ประสบความสำเร็จในชีวิตก่อนอายุ 30 ปี จึงได้พยายามเพิ่มพูนความสามารถของตัวเองให้มากขึ้นโดยการไปเรียนภาษาจีนต่อ หลังจากที่ได้ตามเป้าหมายแล้ว ก็วางแผนเรื่องงานที่ตัวเองจะทำต่อไปโดยวาดความฝันเอาไว้ซะสวยหรูเลย แต่ในความเป็นจริงแล้ว มันไม่ง่ายขนาดนั้นน่ะสิ หลังจากที่ได้กลับมาทำงานต่อที่บ้าน(ร้านทอง)เพื่อจะสร้างฐานในอนาคตให้แข็งแรง กลับกลายเป็นว่าเจอกับอุปสรรคที่ตัวเองไม่เคยคาดคิดมาก่อน นั่นคือความรู้ที่ถูกถ่ายทอดในเรื่องการค้าจากพ่อแม่มาสู่ผมกับความรู้ที่ผมเคยเรียนมาในเรื่องการทำการค้ามันขัดกันมากเลย ปีแรกที่ได้เข้ามาทำงานอย่างเต็มตัว ปัญหายังคงไม่เกิดขึ้นมากนัก แต่ต่อมาภายหลังความคิดในเรื่องการทำการค้าของผมกับแม่เริมขัดแย้งกัน เพราะหลักการที่เค้าคิดไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้เนื่องจากความมั่นใจจากประสบการณ์ที่ทำให้เค้าประสบความสำเร็จมา สิ่งนั้นเป็นสิ่งที่ทำให้ผมต้องขัดใจตลอดเพราะในความเป็นจริงแล้วยุคสมัยในการทำการค้าได้เปลี่ยนไปแล้ว หลายสิ่งหลายอย่างก็ต้องเปลี่ยนไปตามยุคสมัยเช่นกัน หลายครั้งที่ผมมีความคิดที่จะทำให้งานที่ผมทำมีพัฒนาการในเรื่องของมุมมองของลูกค้าให้ดีขึ้น กลับต้องเจอกับน้ำที่เข้ามาดับไฟในตัวเนื่องมาจากความคิดแบบสมัยเก่าของแม่ หลายครั้งที่คิดว่าควรไปจากที่ๆอยู่เพื่อหาสิ่งที่เป็นของตัวเองเสียทีแต่ก็ด้วยความเป็นห่วงพ่อและแม่จึงไม่อาจไปจากที่นี่ได้ เป็นอย่างนี้วันแล้ววันเล่า จนมาวันหนึ่งผมจึงเข้าใจถึงสิ่งที่เค้าพยายามสอนผม ความเชื่อใจของลูกค้าที่มีให้กับผม ทำให้ผมรู้ว่าสิ่งที่ผมต้องอดทนมาตลอดนั้นมันไม่สูญเปล่า เพราะสิ่งที่ยากที่สุดในการทำการค้าก็คือความเชื่อใจที่ลูกค้ามีให้กับคนขาย เป็นสิ่งที่เงินก็ไม่สามารถซื้อได้ แต่มันเกิดได้ด้วยความพยายามและอดทนกับสิ่งที่ต้องทำเป็นประจำทุกวัน ความรู้ที่ผมได้จากการเรียนรู้สิ่งนี้แม้มันจะทำให้ผมเกือบต้องหนีมันไปหลายครั้งแล้วก็ตามแต่ผมก็รู้สึกภูมิใจที่อย่างน้อยผมก็ยังอยู่ไม่ได้หนีไปเหมือนที่ผมคิดจะทำ.....