ที่จริงผมเป็นคนไม่ชอบสังคม จึงจัดว่าเป็นคนไม่กว้างขวาง   แถมยังเป็นคนสายตาไม่ดีและสมองด้านจำรูปร่าง (graphic memory) ไม่ดีเสียอีก   รวมทั้งมีนิสัยรังเกียจการสร้าง connection เพื่อแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ส่วนตัว   ในความหมายทั่วไปผมจึงน่าจะถือได้ว่าเป็นคนที่มีเพื่อนน้อย

          แต่ผมกลับมองตัวเองว่าเป็นคนมีเพื่อนมาก   ยกตัวอย่าง ทุกเช้าที่ผมออกไปวิ่งหรือถีบจักรยานเพื่อออกกำลังในช่วงที่มีแสงสว่าง   ผมจะวิ่งไปดูยอดมะพร้าวต้นหนึ่งที่ผมเคยเห็นนกปากห่างคู่หนึ่งมาอยู่ดังในบันทึกนี้ และบันทึกนี้ เป็นเวลากว่า ๒ เดือน   แล้วก็หายไป   แต่ผมจะคอยสังเกตอยู่เสมอ   จนเมื่อประมาณเดือนเศษๆ มาแล้ว ก็เห็นเกาะอยู่หนึ่งตัว   ก็สงสัยว่าคู่ของเขามาด้วยหรือเปล่า

          วันนี้เห็น ๒ ตัวก็ดีใจเหมือนได้พบเพื่อนเก่า   ผมรู้สึกว่าเอ็นดอร์ฟินหลั่งจากสมองของผม   จึงหยุดวิ่งเข้าไปสังเกตให้ชัดๆ จึงพบว่ามี ๓ ตัวครับ ไม่ใช่แค่ ๒ ตัว   ผมรีบวิ่งกลับบ้านไปเอากล้อง Canon SX 10 กำลังขยาย ๒๐ เท่า ไปถ่ายรูปนกปากห่าง ๓ ตัวบนยอดมะพร้าว  

          ก่อนถ่ายรูป ผมสังเกตว่ามีนก ๔ ตัว ไม่ใช่ ๓   เมื่อเดินเปลี่ยนตำแหน่งยืนถ่ายรูป ผมก็พบนกเพิ่มขึ้นเป็น ๕ และ ๖ ตัว   สักครู่หนึ่งก็บินมาอีก ๑ ตัว   รวมเป็น ๗ ตัว   เอ็นดอร์ฟินของผมหลั่งออกมาอีกมากมาย   ผมมีเพื่อนเพิ่มจาก ๒ เป็น ๗ ตัว   จากหนึ่งคู่ กลายเป็นหนึ่งฝูง   ผมไม่ทราบว่าเป็นลูกของคู่แรก หรือมีนกอื่นๆ ตามมาอยู่ด้วย

          เพื่อนในที่นี้หมายถึงเพื่อนร่วมโลก ร่วมระบบนิเวศในธรรมชาติ   เป็นเพื่อนกันได้ด้วยความสัมพันธ์ทางความรู้สึกที่ดีต่อกัน   เห็นคุณค่าต่อกัน   ผมไม่คิดว่านกปากห่างจะรู้สึกอะไรเกี่ยวกับผม   แต่ผมมีความรู้สึกที่ดีต่อเขา   มองว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศรอบๆ หมู่บ้าน   ที่เอื้อเฟื้อให้ชีวิตของผมมีความสุขสดชื่น   ผมรู้สึกขอบคุณที่เขามาตั้งครอบครัวอยู่บนยอดมะพร้าวต้นนี้

          ผมเคยเล่าเรื่องนกในสวนเล็กๆ หน้าบ้าน   นกเหล่านี้คือเพื่อนของผม   หมู่นี้นกตีทองมาร้องบนยอดไม้ในบ้านผมบ่อยขึ้น  ได้ยินเสียงดังชัดเจนขึ้นกว่าแต่ก่อนซึ่งร้องมาจากไกลๆ   นกชนิดนี้ได้ยินแต่เสียง ไม่เคยเห็นตัวสักที   แต่ผมก็รู้สึกว่าเราเป็นเพื่อนกัน

          ผมดีใจ ที่ประสบความสำเร็จในการชี้ชวนภรรยา ให้ไม่เก็บขยะใบไม้กิ่งไม้   ปล่อยสุมไว้ตามโคนต้นไม้ให้ผุพังเป็นปุ๋ยธรรมชาติ   บ้านผมจึงจัดเป็นบ้านที่รก   ในหมู่บ้านเขาเรียกกันว่าบ้านที่ต้นไม้มาก   ผมมองว่านี่คือระบบนิเวศที่ทำให้ผมมีเพื่อนมาก   เพราะในระบบย่อยสลายของอินทรียสารจะมีสิ่งมีชีวิตเข้ามาเกี่ยวข้องมากมาย   เป็น web of life ที่ถ้าเราไม่สังเกต เราก็ไม่รู้สึก   แต่ถ้าเราสังเกตด้วยจิตที่นิ่ง   เราจะได้มรณานุสติด้วย   เพราะในที่สุดร่างกายของเราก้จะกลับเข้าไปอยู่ในระบบย่อยสลายนั้น   เพื่อธรรมชาติจะได้เอาชิ้นส่วนย่อยๆ ในระดับธาตุ หรืออณู กลับไปสร้างสรรค์สิ่งใหม่ต่อไป

          ที่จริง แม้ยังไม่ตาย ร่างกายของเราก็อยู่ในวงจร รีไซเคิล ธาตุที่ประกอบเป็นสรรพสิ่งอยู่แล้ว   ธาตุในตัวผมในวันนี้บางธาตุ พรุ่งนี้อาจไปเป็นส่วนหนึ่งของร่างกายนกปากห่างก็ได้   เราจึงเป็นส่วนของกันและกัน   เป็นยิ่งกว่าเพื่อน

 

วิจารณ์ พานิช
๒๓ มิ.ย. ๕๓

 

รูปนกปากห่าง